Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ไมเกรน หยุดเสียแต่วันนี้ ก่อนจะสาย

ไมเกรน หยุดเสียแต่วันนี้ ก่อนจะสาย

จำนวนคนดู 2200 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 15:14 น.

ไมเกรนเป็นส่วนหนึ่งของโรคปวดศีรษะรุนแรง เป็นอาการปวดศรีษะแบบปวดแปลบอย่างสาหัสและมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ ตาลาย สูญเสียการทรงตัว หรืออื่นๆ ซึ่งผู้คนมากกว่า 1 ใน 16 ป่วยเป็นไมเกรนและส่วนใหญ่ผู้หญิงมักเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชาย

อาการของ ไมเกรน เกี่ยวข้องกับการทำงานของเส้นเลือดและเส้นประสาทในสมอง เมื่อเส้นเลือดในสมองหดตัวและถูกขยายให้กว้างออกเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ และจากการศึกษายังพบอีกว่า อาการปวดศีรษะแบบไมเกรนนี้เกี่ยวข้องกับอาการป่วยอย่างรุนแรงทางร่างกาย เช่น เส้นเลือดแดงโป่งพอง ปัญหาการมองเห็นของสายตา โรคทางปาก ฟัน หรือเหงือก ซึ่งอาจเกิดอาการได้บ่อยๆ เช่น หนึ่งครั้งหรือสองครั้งต่อสัปดาห์ และสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุได้ คืออาจเกิดในรุ่นปู่ย่า และหายไปในรุ่นพ่อ แล้วกลับมาแสดงอาการอีกครั้งในรุ่นหลาน

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงมีอาการปวดไมเกรนมากกว่าผู้ชายก็เพราะในช่วงที่มีรอบเดือน ปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ลดต่ำลง ทำให้เกิดอาการปวดหัวแบบไมเกรนมากในช่วงนี้ และถึงแม้ว่าไwwมเกรนมักจะเกิดในผู้ใหญ่ตั้งแต่ช่วงอายุ 35 ปี แต่ก็สามารถเกิดขึ้นในเด็กได้เช่นกัน

5 ขั้นบอกไมเกรน

ก่อนเป็นไมเกรนหนึ่งวันก่อนหน้านั้นจะเริ่มปวดศีรษะ อารมณ์และความจำเปลี่ยนแปลงคิดอะไรไม่ออก สมองมึนตื้อ อาจพูดติดขัดบางครั้ง
ก่อนเริ่มปวดศีรษะ บางคนรู้สึกเหมือนเห็นแสงผ่านหรือมีประการแสงระยิบระยับ บางคนรู้สึกชาบริเวณมือและปาก เหล่านี้เป็นสัญญาณของโรคไมเกรน และในบางรายอาจมีอาการมากกว่านั้น คือเป็นลมชักหรือลมบ้าหมูร่วมด้วย
เมื่อเริ่มปวดศีรษะและปวดมากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะปวดข้างเคียงหรือปวดพร้อมกันทั้งสองข้างก็ได้ โดยอาการปวดหัวอาจเริ่มข้างหนึ่งแล้วย้ายไปปวดอีกข้างหนึ่ง และพบอาการคลื่นใส้ร่วมกับปวดเกร็งกล้ามเนื้อคอและหนังศีรษะ และอาจจะมีความรู้สึกไวต่อแสงด้วย
เมื่ออาการปวดศีรษะทุเลาลง อาการคลื่นไส้และปวดกล้ามเนื้อก็จะลดลงตามไปด้วย
มีอาการอ่อนเพลีย ง่วง เซื่องซึม สลบ ไสล และต้องการนอนพัก

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดไมเกรน ได้แก่ โรคภูมิแพ้ ความเครียดสะสม ความผิดปกติของตับ อาการท้องผูก นอนมากหรือนอนน้อยเกิดไป ทำให้เกิดความไม่สมดุล อารมณ์เปลี่ยนแปลง การจ้องมองแสงจ้านานเกินไป ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ขาดการออกกำลังกาย และสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางเป็นประจำ

นอกจากนี้ภาวะความดันโลหิตต่ำยังเกี่ยวข้องกับไมเกรนด้วย เนื่องจากพบว่าเมื่อเกิดอาการไมเกรน ความดันโลหิตจะต่ำลง และคนที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำมักปวดศีรษะ วิงเวียน และเป็นลมได้ง่ายกว่าปกติ

ไมเกรน


อาหารป้องกันไมเกรน

แคลเซียมและแมกนีเซียม เป็นเกลือแร่ที่ช่วยขนส่งกระแสประสาทไปยังร่างกายและสมอง

โคเอนไซม์ คิว 10 (Co Q 10) ช่วยให้เลือดไหลเวียนสู่สมอง และช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดีขึ้น

วิตามินบีรวม (B complex) ช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยลสมองได้เพียบพอ และช่วยในการหายใจของเซลล์

ขิง ช่วยลดอาการวิงเวียน หน้ามืดจากไมเกรน

กระเทียม ช่วยขับถ่ายของเสีย

วิตามินซี ช่วยขับฮอร์โมนที่ช่วยลดความเครียด และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

ข้อแนะนำน่ารู้

กินอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำลดปริมาณแป้งและน้ำตาลในช่วงที่มีอาการปวดศีรษะเพราะไมเกรนบ่อยๆ
เพิ่มปริมาณถั่วและธัญพืชในอาหาร เช่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วดำ ข้าวฟาง ข้าวบาร์เลย์ เมล็ดทานตะวัน ฯลฯ
พยายามลดเกลือและอาหารกระป๋อง อาหารทอด
ออกกำลังการสม่ำเสมอ
นวดบริเวณลำคอและหนังศีรษะทุกวัน
กินอาหารเป็นมื้อเล็กๆ โดยแบ่งย่อยเป็นหลายมื้อเพื่อไม่ให้อินซูลินเปลี่ยนแปลง เพราะระดับอินซูลินมีผลต่อไมเกรน แต่อย่าพยายามลดมื้ออาหาร
พบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อป้องกันปัญหาในช่องปาก เช่น ฝันผุ โรคเหงือก แบคทีเรียในช่องปาก และอื่นๆ
หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีเสียงดังมากหรือกลิ่นฉุน
หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า และควรสวมแว่นกันแดด
พยายามไม่สูบบุหรี่หรือสุดดมควันบุหรี่

เมื่อคุณรู้สึกปวดศีรษะบ่อยๆ นั้นอาจจะใช่หรือไม่ใช่ไมเกรนก็ได้ เพราะฉนั้นจึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการดีที่สุด

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง