Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > สะระแหน่ กับการรักษาโรค

สะระแหน่ กับการรักษาโรค

จำนวนคนดู 710 คน | เผยแพร่เมื่อ 20 พ.ค. 2558 เวลา 15:19 น.

สะระแหน่ กับการรักษาโรค สรรพคุณอันมากมายของใบสะระแหน่ ทำให้สารมารถนำมาปรุงเป็นยารักษาโรคต่างๆได้
1. ชาจากใบสะระแหน่ช่วยลดขน

ผู้เชี่ยวชาญโรคต่อมไร้ท่อจากมหาวิทยาลัยสุเลย์มานเดมิเรล (Suleyman Cemirel University) ในตุรกี และคณะได้เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของชาจากใบสะระแหน่ ต่อรัดบออร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน (Testosterone) ในกลุ่มสตรีที่ป่วยด้วยโรคโพลีซิสติก โอวารีซินโดรม (Polycystic Ovary Syndrome) หรือภาวะซีสต์ในรังไข่ ซึ่งเกิดกับสตรีในวันเจริญพันธุ์ประมาณร้ายละ 5-10 และจะส่งผลให้เกิดขนดกดำมากผิดปกติตามในร่างกาย เช่น บริเวณใบหน้า หน้าท้อง และหน้าอก เนื่องจากโรคดังกล่าวก็ให้เกิดภาวะสูญเสียสมดุลของฮอร์โมนเพศภายในร่างกาย จนทำให้มีฮอร์โมนเพศชายสูงผิดปกติ

โดยทีมแพทย์ได้ศึกาวิธีลดอาการของโรคดังกล่าว ด้วยการให้ผู้หญิงอายุระหว่าง 18-40 ปี จำนวน 21 คน ดื่มน้ำชาที่ชงจากใบสเบียร์มินต์ (พืชในตระกูลเมนธา สไปคาตา ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับสะระแหน่) วันละ 2 ถ้วย เป็นเวลา 5 วัน ซึ่งในจำนวนของผู้เข้าร่วมการทดลองมีอยู่ 12 คน ที่ป่วยเป็นโรคโพลีซิสติกโอวารี ซินโดรม ปรากฏว่าสารในใบสะระแหน่สามารถลดฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดขนหรือหนวดเครา ลงได้มากถึงร้อยละ 29 ในขณะที่กลไกเพื่อการสกัดกั้นการงอกของขนตามร่างกายก็ได้รับการเสริมให้ทำงานได้ดีมากขึ้นอีกด้วย โดยในการทดลอง ทีมแพทย์ได้ศึกษาวิจัยให้กลุ่มทดลองดื่มชาตามที่กำหนด และนำเลือดมาตรวจสอบ จึงได้พบการเปลี่ยนแปลง

2. สะระแหน่กับโรคหวัด

สะระแหน่ถือเป็นพืชผักสวนครัวที่มีวิตามินซีสูงมาก คือสูงถึง 88 มิลลิกรัม เมื่อเทียบจากส่วนที่กินได้ 100 กรัม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สะระแหน่มีฤทธิ์ให้การต้านหวัด เพราะว่าโดยสรรพคุณของวิตามินซีนั้น จะช่วยบรรเทาความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นโรคหวัดได้ หากเราเริ่มรับประทานวิตามินซีตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น ดังที่มีการศึกษาเมื่อปี 1995 แล้วพบว่าหากรับประทานวิตามินซี 1,000 ถึง 6,000 มิลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น 21

ดังนั้นเมื่อเวลาที่เราเป็นหวัด คัดจมูก มีน้ำมูกไหล ไอ จาม ให้ลองหาใบสะระแหน่มาขยี้กับมือแล้วสูดดมเอากลิ่น ก็จะช่วยให้หายใจโล่งจมูกมากขึ้น หรือเคี้ยวใบสะระแหน่สดๆ สัก 4-5 ใบ เมื่อเวลาที่มีอาการหวัด วิตามินซีในใบสะระแหน่ก็จะช่วยให้อาการต่างๆ ทุเลาเร็วยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรนำสะระแหน่ไปทำให้สุกหรือผ่านความร้อนก่อนจะรับประทาน เพราะวิธีเหล่านั้นจะทำให้วิตามินซีสูญสลายไป ยกเว้นในกรณีที่ต้องการน้ำมันหอมละเหย

นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากวิตามินซีช่วยให้ร่างการซ่อมแซมและรักษาตัวเอง โดยการไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านอาการอักเสบ จึงทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น ในทางกลับกัน การขาดวิตามินซี ก็ส่งผลให้แผลหายช้างลงเช่นกัน หากว่ารับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรงโดยวิตามินซีจะไปช่วยรักษาเซลล์ที่ถูกทำลาย และช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็วขึ้นกว่าเดิม

เพื่อความต้านทางต่อโรคหัวใจ โดยการที่ไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกันวิตามินอี โดยมันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด และเนื่องจากว่าวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี มันจึงอาจจะช่วยในการป้องกัน และต่อสู้กับโรคมะเร็งได้อีกด้วย

สะระแหน่



3. สะระแหน่กับอาการปวดประจำเดือน

อาการปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) มักพบในเด็กสาวหรือผู้หญิงที่มีอายุยังน้อย มักมีอาการปวดบริเวณท้องน้อยกว่างรุ่นแรง ในช่วงวันแรกๆ ของการมีประจำเดือน บางครั้งมีอาการปวดมากเหมือนไม่สบาย มีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว เต้านมคัดตึง ปวดบริเวณบั้นเอว บางคนถึงกับเป็นลม ซึ่งอาการปวดนี้จะหายไปเองใน 1-2 วัน เพราะสาเหตุของการปวดประจำเดือนส่วนใหญ่มาจากกล้ามเนื้อปากมอลูกตึงเกินไป ในบางรายอาจพบว่าก่อนหรือระหว่างการมีประจำเดือน อาจมีอาการของโรคไมเกรน ปวดศรีษะ อารมณ์หงุดหงิดได้ง่าย

ตามตำราและการใช้ขาของหมอยาไทยก็พอพูดได้ว่าสะระแหน่นี้มีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ วิธีการใช้ คือ ใช้ใบสะระแหน่ชงน้ำแบบชงชา กินแก้ปวดท้อง ปวดประจำเดือน ช่วยขับลม แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ เพราะสะระแหน่มีสรรพคุณลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ คลายความเครียดและอาการบวมของผิวหนังลงได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดื่มน้ำปริมาณที่พอดี ไม่เช่นนั้นอาจจะไปรบกวนเยื่อบุเมื่อกกระเพาะอาหารได้ ซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อร่างกายของเรา

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง