Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > โรคพุ่มพวง หรือ ลูปัส คืออะไรลองมาทำความรู้จักกันดู

โรคพุ่มพวง หรือ ลูปัส คืออะไรลองมาทำความรู้จักกันดู

จำนวนคนดู 501 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 15:11 น.

โรคพุ่มพวง หรือ ลูปัส เป็นคำที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักดันมากนัก แต่ถ้าบอกว่าโรคพุ่มพวงหลายคนคงนึกออกบ้าง

คนกว่า 1 ใน 10 อาจะเป็นโรคนี้อยู่โดยไม่รู้ตัว และไม่รู้ว่าอาการของโรคเป็นเช่นไร จึงไม่สนใจหรือใส่ใจในความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ลูปัสเป็นหนึ่งในโรคที่น่ากลัวและความระวังอย่างยิ่ง เพราะอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ ลูปัสเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยร่างกายผลิตภูมืคุ้มกันชนิดหนึ่งมาทำลายระบบภูมิคุ้มกันปกติทำลายเซลล์และเนื้อเยื้อแทนที่จะทำงานสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายจำพวกแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งตัวที่ทำลายภูมิคุ้มกันลูปัสนี้ (Auto-antibodies) เป็นสาเหตุทำให้เกิดความผิดปกติ อวัยวะต่างๆ ของร่างกายและเนื้อเยื้อเกี่ยวพันทั้งหลายถูกทำลาย แต่ส่วนใหญ่แล้วส่งผลกระทบต่อผิวหนัง ข้อต่อ ระบบเลือด และไต

โรคลูปัสยังแบ่งได้หลายประเภท แต่หนึ่งในนั้นคือ Systemic Lupus Erythe-matosus หรือ SLE ซึ่งคำนี้คนคุ้นหูกันดี เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นโรคนี้โดยประมาณ 70 เปอร์เซนต์ของโรคลูปัสจะเป็นชนิด SLE

อาการของโรคจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน และมีความรุนแรงต่างกันด้วย ส่วนใหญ่มักเป็นในเพศหญิงช่วงอายุระหว่าง 15-45 ปี ส่วนผู้ชายก็มีโอกาสเป็นได้แต่น้อยกว่า และนับเป็นโรคที่ตรวจพบได้ยาก เพราะอาการที่แสดงออกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาการในคนเดียวกันอาจแตกต่างกันตามระยะเวลาที่เป็น

ในคนที่ป่วยเป็นโรคลูปัสจะรู้ดีถึงช่วงวงจรที่กลับไปกลับมาของโรค คือกลับมาดีและกลับไปเจ็บ สลับไปเรื่อยๆ คนจำนวนไม่น้อยพบว่าตัวเองมีอาการเป็นไข้ ปวดหัว คันตามเนื้อตามตัว ปวดตามกล้ามเนื้อ ข้อต่างๆ (ข้อมือ ข้อเข่า ข้อต่อนิ้วมือ สะโพก ข้อศอก) มีผื่นคันขึ้นตามเนื้อตัวทั่วร่างกายหรือบางส่วนของร่างกาย คลื่นใส้ และรู้สึกอ่อนแออไม่มีเรี่ยวแรง ในบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจจมีอาการข้อบวม ปวดอย่างรุนแรง โลหิตจาง อาจถึงขั้นไตวายและถึงแต่ชีวิตได้

ส่วนสาเหตุของโรคลูปัสนั้นไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่นักวิจัยเชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมซึ่งส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันนอกจากนี้สิ่งแววล้อม การติดเชื้อ การใช้ยาประเภืยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) การสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป ความเครียค ฮอร์โมน อาหาร ล้วนเป็นปัจจัยที่สามารถก่อให้เป็นโรคลูปัสได้ทั้งนั้น

โรคพุ่มพวง


ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคลูปัสให้หายขาดได้ เพียงแต่รักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เพื่อควบคุมอาการและทำให้อาการทุเลาลง ยาหลายประเภทที่ถูกนำมาใช้รักษาอาการของโรคลูปัส เช่น

Nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSIADs) เป็นยาที่แนะนำให้กับผู้ป่วยที่มีอาการปวดตามข้อและมีระดับไขมันสูง คือยาจำพวกแอสไพริน (Aspirin) และ Ibuprofen ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั้วไป

Antimalarial drugs จะใช้ได้เพียงตัวเดียวใช้ร่วมกับยาอื่นก็ได้ เช่น Plaquenil ซึ่งใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัว เครียดจัด ผื่นคันตามตัว และเกิดการติดเชื้อที่ปอด

Immunosuppressive drugs เป็นสาเหตุของโรคโลหิตจาง ลดปริมาณเม็ดเลือดขาว ทำให้ติดเชื้อง่าย และยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดดรคมะเร็งอีกด้วย

ผลกระทบของการใช้ยา Antimalarial drugs นั้นดูน้อยกว่ายาอื่น แต่ก็ทำให้ท้องเสียและตันตามร่างกาย นี้จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ผู้ป่วยโรคลูปัสจะต้องพบแพทย์เป็นประจำเนื่องจากยาที่ใช้ค่อนข้างอันตรายและมีผลข้างเคียงมากจึงจำเป็นต้องกำหนดปริมาณการใช้ในแต่ละครั้งอย่างเคร่งครัด

อาหารและการใช้ชีวิต

หลักเลี่ยงการกระทำที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง โดยจำกัดการถูกแสงแดด ความร้อน หรือถ้าจำเป็นต้องถูกแดดจริงๆควรสวมเสื้อผ้าที่สามารถปกปิดผิวหนังได้ และทาครีมกันแดดเสมอ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอสำหรับคนที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแอและรู้สึกเครียค
จัดตารางสำหรับการทำงานและพักผ่อน พยายามผ่อนคลายตัวเองหากิจกรรมที่ทำแล้วสบายใจ เช่น ทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
ระมัดระวังอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น พวกยีนต์ หรืออาหารทะเล หลีกเลี่ยงอาหารหมักอาหารดองและอาหารใส่สี
อาหารเสริมบางชนิด เช่น น้ำมันปลา (Fish Oil) ช่วยลดอาการปวดบวมในผู้ป่วยที่มีอาการของโรครูมาดอยด์ (Rheumatoid) ได้ นอกจากนี้ยังมีน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์และน้ำมันดอกพริมโรสที่ใช้ได้ดีเช่นกัน
พยายามลดปริมาณไขมัน เพราะอาหารที่มีไขมันสูงจะทำลายระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย
ในผู้ป่วยที่กินยาที่มีส่วนประกอบของ Corticosteroids ต้องจำกัดปริมาณน้ำตาลและไขมันเพราะยาชนิดนี้เพิ่มปริมาณน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด
ผู้ป่วยที่กินยาจำพวกสเตอรอยด์ต้องระวังการเป็นโรคกระดูกพรุนด้วยจึงควรกินอาหารเสริมจำพวกแคลเซียม แมกนีเซียม และวิตามินดี เพื่อช่วยลดการสูญเสียกระดูก
สมุนไพรบางชนิด เช่น Cat's Claw, Black Walnut ช่วยลดอาการปวดบวมตามข้อและกล้ามเนื้อในผู้ป่วยโรคลูปัสได้ดี
Borage Oil ช่วยปกป้องเซลล์จากการทำงานของสเตอรอยด์ในผู้ป่วยที่ต้องใช้ในระยะยาว

จากการศึกษาพบว่า หากผู้ป่วยลูปัสเปลี่ยนวิถึดำเนินชีวิต เช่น ลดความเคียค เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน ผลปรากฏว่าร่างกายดีขึ้นมาก และความเจ็บปวดลดลง แม้ว่าโรคลูปัสจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราก็สามารถเตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรงเพื่อต่อสู้กับมันได้

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง