Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > นอนไม่หลับ 10 วิธีแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ

นอนไม่หลับ 10 วิธีแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ

จำนวนคนดู 1333 คน | เผยแพร่เมื่อ 20 พ.ค. 2558 เวลา 11:51 น.

นอนไม่หลับ ทำอย่างไร คุณรู้สึกว่าตัวเองช่างฉุนเฉียว โกรธง่ายขึ้นจากแต่ก่อนหรือเปล่า อาจจะเป็นเพราะคุณพักผ่อนน้อยก็ได้นะค่ะ เรารู้กันดีว่า ร่างกายต้องการช่วงเวลาในการพักผ่อน 7 - 9 ชั่วโมงต่อวันโดยเฉลี่ย
แต่ก็ดูเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งนักในความเป็นจริงที่เราต้องเผชิญกับการงาน ภาระในบ้าน เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน เช่น การถูกให้ออก หรือความเจ็บป่วย ความกังวลต่าง ๆ เหล่านี้ ส่งผลให้คุณนอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ และนั้นจะสร้างปัญหาใหญ่ตามมาค่ะ

ซึ่งไม่ใช่แค่อารมณ์หงุดหงิดหรือหน้าตาบูดบึ้งเท่านั้น แต่การอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอยังทำให้คุณมีการโต้ตอบที่ช้าลง เนื่องจากสมองสั่งงานช้านั่นเองค่ะ นอกจากนี้ก็คือ ความจำที่แย่ลง ประสิทธิภาพในการทำงานที่ด้อยลง ทุกอย่างสาละวันเตี้ยลง เตี้ยลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะแถมร่างกายก็จะป่วยงาน และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย โดยเฉพาะบนท้องถนน อย่างที่เห็นกันบ่อย ๆ ก็เนื่องมาจากหลับในนั่นไงค่ะ เป็นอย่างนี้แล้ว จะไม่ลองพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอดูบ้างหรือค่ะ

“ใกล้หมอ” ขอนำเสนอเคล้ดลับ 10 อย่าง แต่ต้องบอกก่อนว่า ไม่จำเป็นต้องทำตามทั้ง 10 ข้อ หรอกค่ะ เพราะร่างกายของแต่ละคนก็อาจตองสนองต่อเคล็ดลับข้อใดข้อหนึ่งต่างกัน แต่ถ้าลองทำตามทุกอย่างแล้วยังรู้สึกว่าไม่ดีขึ้น การไปพบแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ เพราะคุณอาจะต้องวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริง และนี้อาจสัญญาณของการนอนหลับที่ผิดปกติ ซึ่งต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ต่อไป

1. เข้านอนให้เป็นเวลา อย่าเข้านอนสายในช่วงวันหยุด

ฝึกเข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา เพื่อให้นาฬิกาธรรมชาติในตัวคุณเริ่มทำงานอีกครั้ง คุณอาจต้องตั้งนากาปลุกใน 2 – 3 วันแรก แต่เมื่อร่างกายปรับตัวได้ คุณจะสามารถตื่นเองไดโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุกเลย และอย่าลืมว่าการนอนไม่สามารถชดเชยกันได้ เช่น ไม่ใช่ว่าตื่นสายในวันหยุดเพื่อชดเชยการนอนไม่อิ่มในวันทำงาน เพราะถ้าคุณเข้านอนตอนดึกคืนวันศุกร์และเสาร์ คืนวันอาทิตย์คุณจะเกิดอาการนอนไม่หลับ และทำให้เช้าวันจันทร์ของคุณง่วงงุน ไม่ปลอดโปร่ง และประสิทธิภาพ่ในการทำงานด้อยลงไปอีก

2. อย่ากินหรือดื่มมากก่อนเวลานอน

อนุญาตให้รับประทานอาหารมื้อเบา ๆ ย่อยง่าย ๆ เลทได้เต็มที่แค่ก่อนเวลานอน อย่างน้อยสัก 2 ชั่วโมงนะค่ะ หลีกเลี่ยงอาหารหนัก ๆ ในมื้อค่ำ หันมารับประทานอาหารจำพวก ผัก ผลไม้ โดยให้มีอาหารจำพวกแป้งเป็นส่วนประกอบ พวกขนมปังหรือซีเรียลก็ด่ะ รวมทั้งอาหารที่มีส่วนประกอบของกรดอะมิดน อย่างนมหรือทูน่าก็จะช่วยให้คุณหลับได้ง่ายขึ้น แต่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด ๆ และอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันเพราะร่างกายจะย่อยในช่วงที่คุณหลับ และแน่นอนคุณจะเกิดอาการเสียดท้องได้ง่าย และถ้าคุณดื่มน้ำมากเกินไปก่อนเข้านอน คุณต้องทำใจว่าคืนนี้ต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

3. หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและนิโคติน

ถ้าคุณต้องการการพักผ่อนและการนอนหลับอย่างแท้จริงก็ควรหลีกเลี่ยงทั้งคาเฟอีนและนิโคตินเลยนะคะ เพราะทั้งสองอย่างนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากนอนอีกอย่างการสูบบุหรี่ในห้องนอนก็อันตรายไม่ใช่น้อย

ถ้าคุณต้องดื่มกาแฟ ลองเปลี่ยนเป็นชาก็ดีนะค่ะ เพราะชาบางชนิดช่วยในการย่อยอาหาร ให้ผู้ช่วยจากธรรมชาติอย่างคาโมไมล์ เปปเปอร์มินท์ ชะเอมเทศ ตะไคร้ช่วยผ่อนคลายอาการทอ้งเฟ้อและปรับระบบการย่อยให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

4. ออกกำลังกาย

ลองออกกำลังกายถ้าคุณต้องการการหลับที่ดียิ่งขึ้น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการออกกำลังกาย คือ ยามบ่าย เพียงแค่โปรแกรมการออกกำลังธรรมดาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร่างกายทั่ว ๆ ไป เช่น แอโรบิก วิ่งเหยาะ ๆ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ก็จะส่งผลต่อการนอนหลับลึกในช่วงกลางคืนได้ค่ะ

นอนไม่หลับ



5. ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะกับการนอน

ปรับปรุงสภาพแวดล้อมห้องนอนให้น่านอนหลับพักผ่อน ทั้งเรื่องการถ่ายเท อากาศ อุณหภูมิ รักษาสมดุลของอุณหภูมิในร่างกายของคุณให้เย็นสบายตลอดช่วงเวลาที่คุณนอนหลับ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม สวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น แล้วคุณจะนอนหลับอย่างสบายยาวนานจนถึงเช้า

6. กลางคืนคือเวลานอน

การงีบหลับในเวลากลางวันเป็นการขโมยเวลานอนในตอนกลางคืนอย่างช่วยไม่ได้ และนั่นยิ่งทำให้คุณนอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพ ลองกำหนดเวลานอนตอนกลางวันของคุณอย่างไม่เกิน 3 ชม. นะค่ะ แล้วเวลากลางคืน พยายามอย่าให้ใครหรือสิ่งใดรบกวนการนอนของคุณ

หากจำเป็นต้องนอนดึก การงีบสัก 20 นาทีในช่วงกลางวัน ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการฟื้นตัวจากอาการง่วงงุนในช่วงกลางวัน จะช่วยให้คุณสดชื่นขึ้น แต่ไม่ควรนอนเกินกว่านั้น เพราะจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียเมื่อตื่น ไม่ควรงีบในตอนกลางวัน เพราะแม้การงีบกลางวันช่วงสั้น ๆ ทำให้การนอน กลางคืนเปลี่ยนแปลงได้

7. เงียบ ๆ ดีกว่า

ความเงียบมีส่วนช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น ดังนั้นก่อนเข้านอนคุณควรปิดวิทยุ โทรศัพท์ โทรทัศน์ ใช้อุดหูกั้นเสียงที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงความวุ่นวายบนถนน เสียงรถไฟ เครื่องบิน หรือเสียงรบกวนอื่น ๆ หรือไม่เช่นนั้นลองเพิ่มบานกระจกเป็น 2 ชั้น และใช้ผ้าม่านหนา ๆ ก็จะช่วยกรองเสียงจากด้านนอกได้ค่ะ

8. เตียงนอน อุปกรณ์สำคัญ

เตียงนอนและที่นอนที่ดีจะช่วยให้คุณหลับได้สบายอย่างมีคุณภาพได้ไม่ยากเช่นกัน อย่าลืมเลือกที่นอนที่นุ่มสบายเพียพงอและประการสำคัญต้องช่วยดูแลหลังของคุณ ใช้ที่นอนและห้องนอนสำหรับนอนและมีเซ็กซ์เท่านั้น เข้านอนเมื่อคุณรู้สึกง่วง เหนื่อย และอยากจะพัก แต่ถ้าหลังจากคุณเข้านอนแล้วไม่หลับภายใน 30 นาที อย่าฝืนหรือพยายามบังคับให้ตัวคุณเองหลับเลยค่ะ เพราะนั้นยิ่งทำให้คุณเกิดความเครียดมากขึ้น เมื่อไม่ง่วงก็ลองลุกขึ้นและทำอะไรไปพลาง ๆ แล้วค่อยกลับไปนอนหลังจากที่คุณรู้สึกง่วงจริง ๆ

ถ้านอนไม่หลับจริง ๆ ลุกขึ้นมาเถอะ อย่านอนกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมา อยู่เป็นหลายชั่วโมง ลุกจากที่นอน หาอะไรทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น งานบ้าน หรืออ่านหนังสือ ถ้าอาการหนักมาก ควรไปหาจิตแพทย์ค้นหาอาการ และหาทางรักษา

9. อาบน้ำอุ่นก่อนนอน

น้ำอุ่น ๆ จะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของคุณให้ผ่อนคลายและหลับได้สบายมากขึ้น สร้างสุขนิสัยที่ดีก่อนนอน ก่อนนอนควรอาบน้ำอุ่นประมาณ 38 องศาเซลเซียส หากมีการแช่ตัวหยดน้ำหอมในน้ำที่แช่ตัวด้วย หรือใช้น้ำหอมทาตัว หลังอาบน้ำประเภท ลาเวนเดอร์ กระดังงาไทย คาโมไมล์ เป็นต้น และอย่าลืม สำหรับคนไทยไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอน

10. อย่าวางใจในอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ

ขอคำปรึกษาจากคุณหมอก่อนที่คุณจะใช้ยานอนหลับแม้จะเป็นทางเลือกสุดท้ายก็ตาม อย่าลืมบอกคุณหมอด้วยหากคุณใช้ยาอะไรอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้ยาตีกัน และไม่ควรกินยาร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะค่ะ

การนอนหลับ คือการพักผ่อนที่ดีที่สุด และนี่ไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎีทางการแทพย์เท่านั้นคุณก็รู้ดี ดังนั้นหากคุณต้องการความกระปรี้กระเปร่า สอมงปลอดโปร่ง หน้าตาที่สดชื่นแจ่มใส ทุกเช้าหลังตื่นนอนก็ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง