Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > มะเร็งเต้านม ทำอย่างไร เมื่อพบก้อนมะเร็งเต้านม (2/3)

มะเร็งเต้านม ทำอย่างไร เมื่อพบก้อนมะเร็งเต้านม (2/3)

จำนวนคนดู 251 คน | เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2558 เวลา 15:31 น.

มะเร็งเต้านม ซีสต์เป็นถุงของเหลวที่เกิดจากท่อที่ขยายออก

ซีสต์ (cysts)

มี ลักษณะเป็นรูปไข่ หรือวงกลม ๆ ผิวเรียบ และสามารถเคลื่อนย้ายได้เล็กน้อยเมื่อมีแรงกด ถ้าซีสต์มีของเหลวบรรจุอยู่เต็ม ก้อนที่จะพบจะแข็งและยื่นออกมา สำหรับผู้หญิงในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไปที่กำลังจะเข้าสู่วัยทอง มักจะตรวจพบซีสต์เมื่อระดับ>ฮอร์โมนมีการ เปลี่ยนแปลงขึ้น ๆ ลง ๆ โดยอาจจะตรวจพบแล้วก็หายไป แต่ทั้งนี้ซีสต์ไม่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจร่างกายในคลินิกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินที่ละเอียดมากขึ้นอีก

บางครั้งก้อนมะเร็งซีสต์ที่พบอาจจะหายไปได้ด้วยตัวของมนเอง แต่ถ้าก้อนนั้นหายไปหลังจากที่แพทย์เอาของเหลวออก และไม่กลับมาเป็นอีกหลังจากนั้น 6 สัปดาห์ คุณก็ไม่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดใด ๆ เพิ่มเติม<!--more--

เนื้องอก (fibroadenomas) และแข็งที่เป็นอันตรายใด ๆ 

เป็นก้อนเนื้อกลม ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตที่มากเกินไปของต่อมและเนื้อเยื่อที่เกี่ยวเนื่อง โดยปกติแล้วหากมีเนื้องอกเกิดขึ้นมักจะมีอาการเจ็บปวดและอาจมีการเคลื่อนตัวเล็กน้อยเมื่อคุณกดลงไปในบริเวณนั้น

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดเนื้องอก มักเกิดจากากร เปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ฉะนั้นผู้หญิงในช่วงอายุต่าง ๆ ก็อาจจะมีเนื้องอกได้ทั้งนั้น แต่โดยปกติมักจะตรวจพบในผู้หญิงท่าอายุระหว่าง 20 – 30 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตั้งครรภ์ แต่ปัจจัยนี้จะลดลงหลังจากเข้าสู่วัยทอง และก็เช่นเดียวกับซีสต์ คือ เมื่อพบก้อนเนื้อที่เต้านมแล้วจะต้องได้รับการประเมินที่ละเอียดมากขึ้นกว่านี้

ในบางครั้ง ก้อนเนื้องอกอาจจะหายไปเองตามธรรมชาติ แต่แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดเอาออก แต่ถ้าเนื้องอกยังคงอยู่ และมีขนาดใหญ่ขึ้น แพทย์จะตรวจในขั้นตอนต่อไปเพื่อดูว่าจะเป็นมะเร็งหรือไม่

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (mastitis) 

การอักเสบของต่อมน้ำนม ส่วนใหญเป็นการติดเชื้อที่โดยปกติมัจจะเกิดจากแบคทีเรียที่ปนเปื้อนเข้ามาในระหว่างการให้นมลูก วิธีการบำบัดมาตรฐานที่ใช้คือ การใช้ยาปฏิชีวนะ ในผู้หญิงที่มีอายุมาก ๆ mastitis อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์ หรือไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการประเมินเพื่อตรวจหามะเร็งเต้านมต่อไป

ผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือนอาจจะมีการอักเสบของ periductal mastitis เกิดขึ้นในภาวะนี้ ท่อจะเริ่มบวมพอง บริเวณผิวรอบ ๆ หัวนมจะมีสีคล้ำ ทำให้เกิดแลผเป็นปละหนาขึ้น ท่อจะเริ่มกว้างขึ้น อาการแสดงออกที่เป็นสัญญาณเตือนคือ เต้านมใหญ่ขึ้น รู้สึกปวด เจ็บมีของเหลวไหลออกจากหัวนม หัวนมอาจบุ๋มเข้าไป ส่วนสาเหตุของ periductal mastitis นั้นยังไม่ทราบแน่ชัด

การบำบัดสำหรับโรคนี้ในระยะแรก ๆ คือ การใช้ยาปฏิชีวนะ แต่อย่างก็ดีถ้าใช้ปฏิชีวนะแล้วยังไม่สามารถกำจัดการติดเชื้อได้ หรือถ้าคุณอยู่ในระยะที่รุนแรงแล้ว คุณอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อเอก้อนเนื้อออกไป

มะเร็งเต้านม



Fat necrosis 

Fan necrosis เป็นการเกิดบาดแผลหรือการบาดเจ็บอื่น ๆต่อเจ้านม อาจะเป็นก้อนของเนื้อเยื่อแผลเป็นที่มี ลักษณะเป็นก้อนกลม และเคลื่อนที่ได้ แต่ถ้าการบาดเจ็บนั้นเป็นมานานแล้ว ก้อนดังกล่าวอาจจะไม่แสดงอาการเจ็บปวด แต่ถ้าเป็นการบาดเจ็บที่เพิ่งจะเกิดขึ้น คุณอาจจะรู้สึกเจ็บปวดและมีแผลถลอกบนผิวหนังก้อนเหล่านี้มักจะหายไปเองตามธรรมชาติ แต่ถ้ามันไม่หายไป ก็ขอให้คุณไปพบแพทย์เพื่อติดตามดูว่าจะเป็นมะเร็งหรือไม่ และเนื่องจากก้อนเนื้อร้าย (มะเร็ง) อาจจะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน แพทย์อาจจะสั่งให้มีการทดสอบ ซึ่งถ้าก้อนยังคงปรากฏอยู่ แพทย์อาจจะแนะนำให้ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกไปและทำการพิสูจน์

มะเร็งเต้านม (breast cancer)

ก้อนที่เป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งมักจะก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด ลักษณะของก้อนจะแข็ง ถ้เกิดในกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไปมากก็อาจจะไม่เคลื่อนที่ได้ โดยผิวหนังด้านบนของบริเวณนั้นอาจจะเป็นหลุมบ่อหรือมีสีแดง

สำหรับสัญญาณเตือนอื่น ๆ ของมะเร็งเต้านม ได้แก่

มีเลือดไหลออกจากหัวนม
หัวนมหดบุ๋มหรือเว้าแหว่งเข้าไป
มีการเปลี่ยนแปลงในขนาดหรือเส้นรูปร่างของเต้านม
ผิวหนังเหนือเต้านมมีลักษณะราบเรียบ หรือเว้าแหว่ง
ผิวหนังเหนือเต้านมเกิดเป็นรอยบุ๋มเหมือนกับผิวของผลส้ม

การบำบัดจะขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง รวมทั้งการปรากฏขึ้นของเซลล์มะเร็งที่ตรวจพบได้จากการส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยวิธีการบำบัดรักษามะเร็งนั้น ได้แก่ การผ่าตัด การฉายรังสี เคมีบำบัด และฮอร์โมนบำบัด

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง