Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ความผิดปกติทางเพศในผู้หญิง (Female sexual dysfunction)

ความผิดปกติทางเพศในผู้หญิง (Female sexual dysfunction)

จำนวนคนดู 1336 คน | เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2558 เวลา 15:01 น.

ว่าด้วยสรีระร่างกายของผู้หญิงแล้วย่อมมีความซับซ้อนมากกว่าเพศชายในหลายๆ ส่วน นี่ขนาดยังไม่รวมถึงจิตใจที่มีความซับซ้อนไม่แพ้กับร่างกายของเธอยิ่งกว่านั้น สำหรับเรื่องของเพศสัมพันธ์ด้วยแล้ว เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนละเอียดอ่อนกว่าเป็นไหนๆ
จะว่าไป ความผิดปกติทางเพศนั้นเกิดขึ้นได้ทั้งเพศชายและหญิง แต่สำหรับเพศหญิงแล้วค่อนข้างมีสาเหตุที่ซับซ้อนมากกว่าเพศชาย เพราะนอกจากการเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาพและสรีระการทำงานของร่างกายแล้ว ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสภาพจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก และสังคมแวดล้อมร่วมด้วย

ว่าเรื่องของผู้หญิงนั้นละเอียดอ่อนแล้วพอเป็นเรื่องพรรค์นี้ยิ่งเพิ่มความละเอียดอ่อนและซับซ้อนมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว แต่การรู้ไว้ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เพราะอย่างน้อยถ้ารู้เท่าทันก็ป้องกันและช่วยให้ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก

โดยเฉพาะเมื่อมีผลการสำรวจโดย National Health and Social Life Suvey (NHSLS) ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่พบว่า ในหญิงอายุระหว่าง 18-59 ปี มีความผิดปกติทางเพศเกิดขึ้นถึงร้อยละ 43 ซึ่งสูงกว่าในเพศชายที่พบอยู่ร้อยละ 31 เท่านั้น โดยในจำนวนนี้ ผู้หญิงมากกว่า 1/3 จะมีความต้องการทางเพศลดลงหรือไม่มีเลย อีกเกือบ ¼ ไม่สามารถเข้าถึงระยะสุดยอดทางเพศได้ และร้อยละ 20 มีความเจ็บปวดระหว่างประกอบกิจการทางเพศ

นอกจากนี้ การวิจัยศึกษาอื่นก่อนหน้ายังพบอีกว่า ความผิดปกติทางเพศที่เกิดขึ้น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอายุที่เพิ่มขึ้น โรค ความเจ็บป่วยเรื้อรัง สถานภาพสมรส และสุขภาพทางร่างกายของคู่สมรสด้วย โดยแบ่งหมวดหมู่ความผิดปกติทางเพศออกเป็น 4 หมวดหลักๆ คือ

1. ความผิดปกติในระยะความต้องการทางเพศ (female sexual desire disorders : FSDD)

ความผิดปกติในระยะความต้องการทางเพศนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1.1 มีความต้องการทางเพศลดลง (hypoactive sexual desire disorder : HSDD) หมายถึง การมีความบกพร่องหรือไม่มีความคิดจินตนาการทางเพศขาดความสนใจที่จะมีความสัมพันธ์ทางเพศ จนทำให้เกิดปัญหาความยากลำบากขึ้นในตัวเอง

สาเหตุ ส่วนใหญ่เป็นสาเหตุทางจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเครียด ความกลัว หรืออาจมีปัจจัยทางร่างกายเกี่ยวข้องด้วย เช่น ความบกพร่องทางฮอร์โมนเพศ โรค ความเจ็บปวดเรื้อรั้ง การบำบัด รักษาทางยา และการผ่าตัด เป็นต้น

1.2 ความรังเกียจทางเพศ (sexual aversion disorder : SAD) หมายถึง ความรังเกียจ กลัว และหลีกเลี่ยงการมีสัมพันธ์ทางเพศกับคู่ของตน ผู้หญิงบางคนอาจถึงกับเกิดความรู้สึกขยะแขยงเมื่อคิดถึงการมีเพศสัมพันธ์ จนมีอาการแสดงออกมาทางร่างกาย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกมาก ชีพจรเต้นเร็วขึ้น เวียนศรีษะหน้ามืด เป็นต้น ทำให้เกิดปัญหาความยากลำบากขึ้นในตนเอง แต่ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่มีความรักเกียจทางเพศแบบนี้ยังมีความต้องการทางเพศเป็นปกติเพียงแต่ไม่สามารถเริ่มต้นการสนองตอบจนมีสัมพันธ์ทางเพศได้

สาเหตุ มักมีสาเหตุจากความผิดปกติทางจิตใจ เช่น การถูกทารุรกรรมทางเพศมาแต่ในวัยเด็ก (childhood sexual abuse)

Female sexual dysfunction



2. ความผิดปกติในระยะตื่นตัวทางเพศ (female sexual arousal disorders : FSAD)

จะมีอาการไม่สามารถเข้าถึงระยะตื่นตัวทางเพศ หรือไม่สามารถคงการตื่นเต้นทางเพศให้ยาวนานพอ ได้แก่ อารมณ์ความรู้สึกตื่นตัว (subjective excltement) และการสนองตอบที่อวัยวะเพศ (genital response) เช่น การคั่งของเลือดที่อวัยวะเพศ (vasocongestion and swelling) ความลื่นในช่องคลอด (vaginal lubrication) และการสนองตอบในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย (other somatic response) แม้จะได้รับการกระตุ้นเร้าทางเพศอย่างเพียงพอแล้วก็ตาม

สาเหตุ ทางจิตใจที่ก่อให้เกิดความผิดปกติในระยะนี้ ได้แก่ ความกังวลกลัวภาวะซึมเศร้า ส่วนสาเหตุทางร่างกาย ได้แก่ ความสูงอายุ โรค ความเจ็บป่วยเรื้อรัง การไหลเวียนเลือดแดง ในช่องเชิงกราน และอวัยวะสืบพันธุ์ลดลงจากการบาดเจ็บ การผ่าตัด รวมทั้งจากยาต่างๆ

3. ความผิดปกติในระยะสุดยอดทางเพศ (female orgasmic disorders ; FOD)

หมายถึง มีความยากลำบาก ล่าช้า หรือไม่สามารถเข้าถึงการสนอกตอบทางเพศระยะสุดยอดทางเพศไทย แม้จะได้รับการกระตุ้นเร้าและมีการตื่นตัวทางเพศอย่างเพียงพอแล้วก็ตาม แบ่งออกเป็น 2 ชนิดย่อย คือ

3.1 ชนิดปฐมภูมิ (primary anorgasmia) คือ ไม่เคยเข้าถึงการสนองตอบทางเพศระยะสุดยอดทางเพศ จากการประกอบกิจทางเพศมาก่อน

สาเหตุ มักเกิดจากสาเหตุทางจิตใจ ได้แก่ ความฝังใจในทารุณกรรมทางเพศแต่วัยเด็ก

3.2 ชนิดทุติภูมิ (secondary anorgasmia) คือ เคยเข้าถึงการสนองตอบทางเพศระยะสุดยอดทางเพศ จากการประกอบกิจกรรมทางเพศมาก่อนหน้า แต่ไม่สามารถเข้าถึงในภายหลัง

สาเหตุ สาเหตุทางร่างกายที่สำคัญ ได้แก่ การบาดเจ็บในช่องเชิงกราน ภาวะแทรกซ้อนหลักการผ่าตัดในช่องเชิงกราน และการผ่าตัดทางช่องคลอด ภาระพร่องฮอร์โมนเพศ และยาบำบัดรักษา อาทิเช่น ยากลุ่มที่ใช้รักษาภาวะซึมเศร้า สาเหตุทางจิตใจ ได้แก่ ปัญหาความสัมพันธ์ ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

4. ความเจ็บปวดทางเพศ (female sexual pain disorders)

เป็นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้งที่อวัยวะเพศระหว่างมีสัมพันธ์ทางเพศแบ่งออกเป็น

4.1 ความเจ็บปวดระหว่างประกอบกิจทางเพศ (dyspareunia) หมายถึง ความเจ็บปวดที่อวัยวะเพศที่เกิดขึ้นระหว่างหรือหลังประกอบกิจทางเพศ แบ่งย่อยออกเป็น

4.1.1 ความเจ็บปวดที่ปากช่องคลอด (entrance or superficial dyspareunia) หมายถึง ความเจ็บปวดที่ปลายเปิดปากช่องคลอด เกิดขึ้นขณะสอดใส่ลำองคชาดเข้าไปในช่องคลอด

4.1.2 ความเจ็บปวดในช่องคลอด (vaginal dyspareunla) หมายถึง ความเจ็บปวดที่ผนังด้านในช่องคลอด เกิดจากความฝืด (friction) ขณะขยับองคชาดเข้าออกในช่องคลอด (thrust)

4.1.3 ความเจ็บปวดในอุ้งเชิงกราน (deep dyspareunia) หมายถึง ความเจ็บปวดในอุ้งเชิงกรานเหนือช่องคลอด เกิดขึ้นขณะปลายหัวองคชาดกระแทก (bumping) กับที่ผนังด้านบนช่องคลอด

สาเหตุ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติทางร่างกาย ได้แก่ การอักเสบติดเชื้อในอวัยวะเพสภายนอก (valvar vestibulitls) ช่องคลอดอักเสบ (vaginitis) ช่องคลอดฝ่อเหี่ยวลง (senile vaginal atrophy) ในวัยหมดประจำเดือน ส่วนสาเหตุทางจิตใจ ได้แก่ ความวิตกกังวลกลัว หรือได้รับการกระตุ้นเร้าทางเพศไม่เพียงพอทำให้น้ำเมือกและสารคัดหลั่งถูกขับออกมาน้อย

4.2 ความเจ็บปวดจากการเกร็งตัวของปากช่องคลอด (vaginismus) หมายถึง ความเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ ที่เกิดขึ้นจากการหดเกร็งตัวแน่นอย่างไม่ตั้งใจของกล้ามเนื้อรอบปากช่องคลอดส่วนล่าง 1/3 คือ levator ani muscie ระหว่างพยายามสอดใส่องคชาด นิ้วมือ หรือเครื่องมือเข้าไปในช่องคลอด

สาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุทางจิตใจ ได้แก่ ความกลัว ความเจ็บปวด ครั้งแรกจากการตรวจภายใน หรือการประกอบกิจทางเพศ สำหรับสาเหตุทางร่างกายที่พบ ได้แก่ การอักเสบเรื้อรังในช่องเชิงกราน (chronic peivic inflammatory disease), endometriosis เป็นต้น

4.3 ความเจ็บปวดจากสัมพันธ์ทางเพศอื่น (noncoital sexual pain disorder) หมายถึง ความเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ ที่เกิดขึ้นระหว่างการกระตุ้นเร้าทางเพศ โดยไม่มีการประกอบกิจทางเพศ

สาเหตุ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติทางร่างกาย ได้แก่ ความผิดปกติพิการของอวัยวะเพศ การบาดเจ็บที่อวัยวะเพศ endometriosis การติดเชื้ออักเสบที่อวัยวะเพศ เช่น herpes simplex virus, vestibulitis

ที่จริงแล้ว ในแต่ละหมวดหมู่ยังสามารถแยกย่อยความผิดปกติลงไปได้อีก เช่น การเกิดขึ้นมากตลอดกับเกิดเป็นขั้นในภายหลัง (lifelong versus acquired) หรือเกิดขึ้นทุกครั้งกับเกิดขึ้นบางเหตุการณ์ (generalized versus situationed) หรือแบ่งตามสาเหตุการเกิด (etiology) ได้แก่ ทางร่างกาย (organic) ทางจิตใจ (psychogenic) และทั้งสองสาเหตุร่วมกัน (mixed)

การรักษาและเยียวยา

จะเห็นว่า ความผิดปกติทางเพศในผู้หญิงส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เป็นสาเหตุที่เกิดจากจิตใจเป็นหลักซึ่งการจะรักษาหรือเยียวยานั้นจำเป็นต้องปรึกษาพูดคุยกับแพทย์เพื่อบำบัดอาการ ต่อไป

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง