Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ประจำเดือน และความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการมีประจำเดือน

ประจำเดือน และความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการมีประจำเดือน

จำนวนคนดู 2013 คน | เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2558 เวลา 14:56 น.

ประจำเดือน เป็นเครื่องหมายของผู้หญิงที่อยู่ในวันเจริญพันธุ์ คือตั้งแต่อายุได้ประมาณ 12 ปี จนถึงอายุเฉลี่ยประมาณ 55 ปี โดยการทำงานของฮอร์โมนเพศที่ชื่อว่า เอสโตรเจน และโปรเจลเตอร์โรน ที่มีหน้าที่ในการควบคุมกระบวนการสร้างไข่ ตกไข่ ตลอดจนการนำไปสู่การปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิของฝ่ายชายและการฟักตัวเป็นมนุษย์ในที่สุด ประจำเดือนเป็นเรื่องของธรรมชาติของผู้หญิงแต่ละคนซึ่งไม่มีทางเหมือนกันประจำเดือนที่มาตามปกติจะช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายดำเนินไปตามปกติเพราะไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่ถูกสร้างเป็นที่ฝังตัวของไข่ถูกขับออกมา เป็นการถ่ายเทของเก่าเพื่อสร้างของใหม่ ทำให้ไม่มีของเสียคั่งค้างภายใน จึงนับว่าเป็นผลดีของการมีประจำเดือน
แต่ขณะเดียวกันในบางเวลาผู้หญิงคนเดียวกันก็อาจจะมีประจำเดือนที่เปลี่ยนไปบ้างก็ได้ เวลาหงุดหงิด เครียด พักผ่อนไม่พอ นอนไม่หลับ บางครั้งประจำเดือนอาจจะคลาดเคลื่อน หรือขาดหายไปได้ เพราะเมื่อเกิดความเครียด และนอนไม่หลับขึ้นมา การควบคุมการตกไข่จะไม่สมบูรณ์ ทำให้ไม่มีการตกไข่ หรือตกไข่ที่ไม่สมบูรณ์ออกมา ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ประจำเดือนอาจจะเลื่อนออกไปหรือไม่มาก็ได้ กรณีแบบนี้ถ้าไม่อยากจะให้เกิดขึ้นแล้ว ให้หมั่นรักษาสุขภาพประจำเดือนก็จะมาเป็นปกติเอง ไม่อย่างนั้น ไปหาคุณหมอให้ฮอร์โมนมาปรับความสมดุลเสียหน่อย ประจำเดือนก็มาเอง

เพราะฉะนั้นคำว่า ประจำเดือน จึงไม่ได้หมายความว่า จะต้องมาทุกเดือนบางคนทุก 2 เดือน บางคนทุก 20 วันก็มี แต่ถ้าคุณจะมีการตกไข่เป็นปกติแล้วละก็ ประจำเดือนคุณควรจะมาอย่างเร็ว 21 วันครั้ง และอย่างช้า 60 วันครั้ง ผิดไปจากนี้ถือว่าผิดปกติแล้ว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อดูแลรักษาเสีย

นอกจากมี ก็ยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับประจำเดือน ที่อยากเอามาเล่าสู่กันฟัง เช่น
เวลามีประจำเดือน ห้ามอาบน้ำเย็น
ผู้ใหญ่อาจจะหวังดีในแง่ที่ว่าเวลามีประจำเดือนนั้น ฮอร์โมนในร่างกายผู้หญิงจะแปรปรวน ไม่สมดุล ทำให้ป่วยได้ง่าย ภูมิคุ้มกันลดลง การอาบน้ำเย็นจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายต้องปรับตัว บางครั้งอาจเกิดการเจ็บปวดได้ ปัจจุบันนี้ คุณสามารถอาบน้ำอุณหภูมิปกติธรรมดาที่ไม่เย็นจัดได้ หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ก็สวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นเท่านั้นก็พอ
ห้ามรับประทานน้ำแข็ง หรือของอะไรที่เย็นๆ
เข้าใจว่าคงจะเป็นข้อห้ามเดียว กับการอาบน้ำเย็นนั้นแหละ รับประทานได้ แต่อย่ามากจนเกินไป ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร ยิ่งถ้าเป็นคนมีสุขภาพดีอยู่แล้ว ร่างกายแข็งแรง ยิ่งไม่เป็นห่วง

ประจำเดือน



ห้ามออกกำลังกาย
ถือว่าเป็นความเชื่อผิดๆ แน่นอนในกรณีนี้ เพราะในเวลาที่มีประจำเดือนนั้น เยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกตัวออกมาจะมีสารที่เรียกว่า พลอสตาแกลนดิน ออกมาด้วย สารนั้นจะทำให้มดลูกบีบรัดตัวรุนแรงจนปวดประจำเดือน ถ้าหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอแล้วก็จะมีการหลั่งสารที่เรียกว่า เอ็นโดฟิน ออกมาสารเอ็นโดฟิน จะทำให้เกิดความสุข ผ่อนคลาย หายเครียด และที่สำคัญคือ แก้ปวดได้ทุกชนิด โดยไม่ต้องไปซื้อหายาแก้ปวดมารับประทาน
ห้ามมีเพศสัมพันธ์
ที่จริงไม่ใช้ข้อห้ามหรอก เพราะถ้ามีอะไรกันแล้วมีความสุขสม บางครั้งก็ทำให้หายหงุดหงิดและหายปวดประจำเดือน ไปได้เหมือนกัน เพียงแต่ควรจะระวังเรื่องของความสะอาดให้มากกว่าปกติหน่อยเท่านั้น ถ้าจะมีอะไรกันในห้วงเวลานั้นแล้ว ขอให้ฝ่ายชายส่วมถุงยางอนามัยทุกครั้ง หรือถ้าอยากจะมีสัมผัสรักโดยไม่มีอะไรมากางกั้น คุณผู้ชายอย่าลืมฟอกล้างทำความสะอาดส่วนนั้น ให้สะอาดดีเสียก่อนค่อยบรรเลงเพลงรัก และควรจะจบบทรักลงด้วยการหลั่งภายนอกจะสะอาด และปลอดภัยกว่าสำหรับเธอผู้เป็นที่รัก
ห้ามอาบน้ำในคลอกและในทะเล
เรื่องนี้เหตุผลคงจะอยู่ที่ว่าน้ำในแม่น้ำลำคลองรวมทั้งทะเลนั้นเอาจะไม่สะอาดพอ เนื่องจากมีของสกปรกหรือน้ำเสียไหลลงไปปนเปื้อน เชื้อโรคในน้ำดังกล่าวจะหลุดเข้าไปในช่องคลอดและผ่านปากมดลูกที่เปิดให้ประจำเดือน แต่ถ้าจะอาบในสระว่ายน้ำ ในแม่น้ำลำคลองและทะเลในเวลาที่มีประจำเดือน แต่ถ้าจะอาบในสระว่ายน้ำ ก็ขอให้เลือกสระว่ายน้ำที่สะอาดๆ และลงว่ายน้ำ ในช่วงเวลาที่ไม่มีคนอื่นมาใช้บริการมากนัก และควรสอดผ้าอนามัยชนิดสอด ที่เรียกกันติดปากว่าแทมพอน ไว้ด้วย เพื่อซึมซับเลือดประจำเดือนไม่ให้ไหลออก มาปนเปื้อนกับน้ำในสระ สำหรับการอาบน้ำจากแม่น้ำลำคลองและทะเลนั้น ใช้ตักอาบเอาก็ได้นะ แบบนี้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
กินยาแก้ปวดรอบเดือนเป็นประจำไม่เป็นไร
การรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนที่เกิดขึ้น เป็นหนึ่งวิธีที่พบได้บ่อยๆ ซึ่งก็ใช้ได้ผล แต่ต้องพึงระวังการสะสมของยาแก้ปวดในร่างกายซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการการทำงานของตับ และยังอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้ ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมจึงเป้นเรื่องสำคัญมากกว่าการออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอและเหมาะสม ไม่หักโหมจนเกิดอาการเจ็บป่วย เช่น การวิ่งอยู่กับที่ การออกการบริหาร แบบเต้นแอโรบิก การเดินวันละ 10-20 นาที นอกจากจะช่วยให้ระบบการทำงาน ของร่างกายโดยรวม เป็นไปด้วยดีแล้ว ที่สำคัญช่วยให้ร่างกายสามารถทนกับ ความเจ็บปวดได้มากขึ้น
ห้ามดื่มน้ำมะพร้าว
ความจริงก็คือ ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนที่เร่งการเจริญเติบโตของเซลล์ซึ่งจะมีส่วนคล้ายไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งไปกระตุ้นการแบ่งเซลล์ ทำให้เซลล์ให้ผนังมดลูกหลุดลอกตัวเร็วขึ้น ซึ่งอาจทำให้มีเลือดประจำเดือนออกมากกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายใดๆ และก็ไม่ได้เป็นการทำให้ปวดท้องมากขึ้นด้วย แต่ถ้ากังวลไม่อยากเสี่ยงหรือเบื่อการมีวันหนักๆ มา ก็งดดื่มในช่วงมีประจำเดือนก็ได้

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง