Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > หัวใจ แนะเคล็ดลับดูแลรักษาสุขภาพหัวใจ

หัวใจ แนะเคล็ดลับดูแลรักษาสุขภาพหัวใจ

จำนวนคนดู 213 คน | เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2558 เวลา 14:41 น.

หัวใจ เป็นอวัยะสำคัญสำหรับทุกคน สำหรับผู้หญิงเราแล้ว  หากสอบถามถึงความกังวลระหว่าง  “โรคหัวใจ”  กับ  “มะเร็งเต้านม”  เชื่อว่าหลายคนต้องเลือกที่จะกังวลกับมะเร็งมากกว่า  โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมนั้น  ผู้หญิงส่วนมาก (รวมทั้งฉันเอง)  ย่อมมองว่านี่คือความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในผู้หญิง! ก็แหม  เรื่องของหน้าอกหน้าใจเป็นที่สำคัญของเราเชียวนะคะ  จะไม่ให้ความสำคัญได้อย่างไร  แต่  ช้าก่อน  เกิดความผิดพลาดขึ้นกับการรับรู้ของเราแล้วค่ะเพราะข้อมูลที่แท้จริงคือ  ผู้หญิงเรามีความเสี่ยงอย่างสูงที่จะเป็นโรคได้ง่ายกว่ามะเร็งเต้านมตั้งเยอะ 

แถมยืนยันด้วยตัวเลขในประเทศสหรัฐอเมริกาที่พบว่าแต่ละปีมีผู้หญิงเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าผู้ชายเสียอีก  อ้าว  ไหงเป็นงั้นไปซะ  เบรกความเชื่อเดิมกันแบบหัวทิ่มหัวตำขนาดนี้  จึงเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและน่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง  เพราะใครๆ  ต่างก็เชื่อว่า  มะเร็งเต้านมนั้นเป็นความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในผู้หญิง (แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง) ซึ่งแน่นอนว่าย่อมยิ่งใหญ่เกินกว่าสัญญาณเตือนโรคหัวใจจะบอกให้เรารู้ตัว  นี่จึงเป็นเหตุที่ว่า  ทำไมผู้หญิงจึงไม่สนใจที่จะลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเอาเสียเลย

แต่เมื่อเป็นความจริงก็ต้องยอมรับล่ะคะ

ยอมรับแล้ว  ก็ต้องสอดส่องหาวิธีการป้องกันแต่เนิ่นๆ  เอาไว้  คำพระท่านว่า “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”  ยังใช้ได้ดี  และถ้าไม่อยากลำบาก (เพราะเป็นโรค) ยามร่วงโรยก็ต้องเตรียมรับมือแต่วันนี้  ซึ่งโชคดีที่สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (AHA)  ได้ชี้แนะแนวทางการปฏิบัติตัวอย่างง่ายๆ  เพื่อการป้องกันโรคหัวใจในผู้หญิง  พร้อมทั้งยังแนะนำให้ใช้ยาเพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยง  อาทิเช่น  ยาลดคอเรสเตอรอลในเลือดสำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงอยู่ในระดับกลางและระดับสูง  เป็นต้น

สิ่งที่คุณต้องทำ

แนวทางทีสมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกาแนะนำมานี้ให้ความสำคัญกับผู้หญิงทุกคน  โดยไม่ได้สนใจเรื่องอายุหรือระดับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นมาก่อน  พูดง่ายๆ ว่าแม้ว่าคุณจะใช้ชีวิตอย่างไรมาก่อนหน้านี้  แต่ถ้าคุณปรับเปลี่ยนสไตล์การดำเนินชีวิตซะตั้งแต่วันนี้ ก็ยังไม่สาย  เพราะโรคหัวใจที่มักเกิดขึ้นกับคนที่สูงอายุนั้น ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน  แต่กระบวนการมันเริ่มต้นมาตั้งแต่วัยหนุ่มวัยสาวแล้ว  “สิ่งต่างๆ  ที่พวกเราทำตอนอายุ 20, 30 และ 40 ไม่ว่าจะตื่นเต้นหรือชืดชาแค่ไหน  ล้วนมีผลต่อความรู้สึก

นี่คือกลยุทธ์ 5  อย่างที่เราจะขอแนะนำแก่ผู้หญิงทุกคน  เพื่อให้ห่างไกลจากโรคหัวใจมากที่สุด

หัวใจ



1. อย่าสูบบุหรี่

“ถ้าคุณสูบบุหรี่  เราขอร้องให้คุณเลิกเสียเถอะ”  “นี่คือสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด  ในการป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ”

ในควันบุหรี่ประกอบไปด้วยสารเคมีกว่า 4,800 ชนิด  และสารหลายชนิดในนี้ก็มีความสามารถในการทำลายหัวใจและหลอดเลือดโดยการไปเพิ่มการสะสมไขมันในหลอดเลือด  ขัดขวางการไหลเวียนของเลือดและของเหลวในร่างกาย  ทำให้เส้นเลือดใหญ่ทำงานหนักและยาวขึ้น  ยิ่งกว่านั้นก็คือ  นิโคตินในควันบุหรี่ยังทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบ  ส่งผลให้หัวใจคุณต้องทำงานหนักขึ้นในปริมาณงานที่เท่าเดิมส่วนคาร์บอนมอนออกไซด์ในควันบุหรี่นั้นก็จะไปแทนที่ออกซิเจนในเลือด  ก็ยิ่งทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น  เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือดให้เพียงพอ

การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับภาวะหัวใจวายผู้หญิงที่สูบบุหรี่ 2-4 ครั้ง  มีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะหัวใจวายและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้นหากป่วยเป็นโรคหัวใจแล้ว  ยิ่งกว่านั้น  ผู้หญิงที่สูบบุหรี่และรับประทานยาคุมกำเนิด 20-30 ครั้ง  มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดภาวะหัวใจวายหรือสโตรคเมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเลย  และปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะเพิ่มมากขึ้นตามอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุคุณมากกว่า 35 แต่ยังคงสูบบุหรี่จัดๆ  แบบวันละ 15 ม้วนขึ้นไปอยู่เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม  ยังไม่มีผลการวิจัยที่บอกว่า  จำนวนบุหรี่ขั้นต่ำเท่าไรจึงจะปลอดภัย  เพียงแค่สูบบุหรี่เล็กน้อย 1-4  ตัวต่อวันก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจถึง 2 เท่า  แต่เมื่อคุณเลิกสูบบุหรี่  ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจจะหยุดลงอย่างน่าทึ่งภายใน 1-2  ปี  และหลังจากนั้น  10-15  ปี  ความเสี่ยงของคุณจะน้อยลงพอๆ  กับคนที่ไม่สูบบุหรี่

2. ออกกำลัง  และออกกำลังกันเถอะ

คุณสามารถลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ถึง 30-50%  เพียงแค่กระฉับกระเฉงเข้าไว้  การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี  แน่นอน  เราเชื่อว่าคุณก็รู้การออกกำลังกายช่วยให้เลือดลมไหลได้สะดวก  หัวใจก็จะมีการยืดและหดตัวอย่างขยันขันแข็ง  สามารถสูบฉีดเลือดได้แบบไม่ต้องออกแรงหรือใช้ความพยามยามมากนัก  ที่สำคัญ  การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างกระฉับกระเฉง  มีชีวิตชีวายังช่วยให้คุณควบคุมน้ำหนักและลดโอกาสต่างๆ ที่จะทำให้หัวใจคุณมีปัญหาอย่างเช่น  ความดันเลือดสูง  คอเรสเตอรอลสูง  และเบาหวาน  นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยลดความเครียดและเพิ่มระดับพลังงานของคุณให้มากขึ้นด้วย

ถ้าก่อนหน้านี้  คุณไม่เคยออกกำลังมาก่อนเลย  หรือออกกำลังบ้าง  แต่น้อยมากหรืออยู่เฉยๆ มาตลอด  เริ่มต้นวางแผนที่จะออกกำลังอย่างง่ายๆ  ในเวลาไม่นานก่อนก็ได้ สัก 5-10 นาที  แล้วค่อยเพิ่มเวลาขึ้นทีละน้อย  สร้างความปรารถนาในการออกกำลังกายของคุณให้มากขึ้น  และอย่าลืมปรึกษากับคุณหมอของคุณก่อนที่คุณจะเริ่มต้นโปรแกรมออกกำลังกาย

ถึงเวลาที่ไม่ใช่แค่คิดและเชื่อ  ต้องลงมือทำให้เห็นจริงแล้วค่ะ

3. เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพใจ

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคุณอย่างง่ายๆ  เช่น  เพิ่มธัญพืช  ผัก  และผลไม้  รวมทั้งจำกัดการบริโภคไขมัน  โดยเฉพาะพวกไขมันอิ่มตัว  ซึ่งเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงให้ระดับคอเรสเตอรอลในเลือดสูงส่งผลต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในที่สุดเจ้าไขมันอิ่มตัวนั้นเป็นไขมันตัวร้ายที่อยู่ในส่วนประกอบของอาหารหลากหลายประเภท  อาหารหลักๆ  ที่มีไขมันอิ่มสูงประกอบด้วย  เนื้อวัว  เนย  ชีส  นม  น้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าว

แต่การกินอาหารที่ช่วยให้การดูแลหัวใจก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลิกทั้งหมดแนะนำให้เลือกผักและผลไม้ 5-10  ชนิดต่อวัน  “หลายข้อมูล หลายผลการวิจัยยืนยันว่า  ผักและผลไม้มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการป้องกันโรคต่างๆ  ไม่จำเพาะเพียงโรคหัวใจขาดเลือดเท่านั้น”  และจะดียิ่งขึ้นหากได้รับประทานผักและผลไม้ที่มีความหลากหลาย

ผลไม้  ผัก  ธัญพืช  และถั่ว  ประกอบด้วยสารอาหารมากมายที่ช่วยปกป้องคุณจากโรคหัวใจ  ลองเลือกกินอาหารหลากหลายที่ประกอบด้วยสารอาหารที่มีส่วนช่วยป้องกันหัวใจ  อย่างเช่น

*  สารต้านอนุมูลอิสระ: ประกอบด้วยวิตามิน  ซี  อี  และแคโรทีนอยด์  สารต้านอนุมูลอิสระ  ช่วยป้องกันคอเรสเตอรอลไม่ให้ไปจับตามผนังหลอดเลือดชั้นในเราพบสารต้านอนุมูลอิสระได้มากในผักและผลไม้หลากหลาย  อาทิ  พริกไทยเขียวและแดง  บลอคโคลี่  มะเขือเทศ  สตอเบอร์รี่  และส้ม

*  กรดไขมันโอเมก้า  3: นี่คือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย ปรับสมดุลให้กับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอ และช่วยลดระดับความดันโลหิต เราสามารถพบโอเมก้า 3 ได้ในปลาหลายชนิด

อย่างไรก็ตาม สำหรับหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงปลาฉลาม ปลาดาบ  และปลาแมคคอลเรล  เพราะถึงแม้ว่าปลาเหล่านี้จะมีโอเมก้า 3 ในปริมาณสูงก็ตามแต่ก็มีปรอทสูงตามไปด้วย  ซึ่งอาจไม่ส่งผลดีต่อลูกในครรภ์เท่าไรนัก  นอกจากนี้โอเมก้า 3 ยังพบได้ในน้ำมันถั่วเหลืองอีกด้วย

*  เส้นใยอาหารในพืชผักและผลไม้: อาหารทั้งหลายประกอบด้วยเส้นใยที่ละลายน้ำได้และเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ  เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำพบได้ในธัญพืชต่างๆ  แต่เราสามารถพบเส้นใยที่ละลายได้ในเมล็ดข้าวโอ๊ตถั่วเมล็ดแห้ง และผลไม้บางชนิดอย่างเช่น แอปเปิ้ล ส้ม และองุ่น เส้นใยที่ละลายได้จะช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลในเลือด

4. รักษาน้ำหนักตัวให้คงที่

เคยสังเกตไหมคะว่า  เมื่ออายุมากขึ้น  น้ำหนักตัวก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย  แม้ว่าจะพยายามไม่กินอะไรแล้วก็ตาม  แถมน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นก็ทำท่าทางลดลงยากเหลือเกิน  นี่เป็นเรื่องของไขมันสะสม  ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยได้ค่ะ  เจ้าไขมันส่วนเกินนี่จะเกิดกับส่วนต่างๆ  ของร่างกาย  เพราะเนื้อเยื่อของคนเราประกอบด้วยออกซิเจนและสารอาหารในเลือดเพื่อการอยู่รอดของชีวิต  ร่างกายต้องการออกซิเจนและสารอาหารเพิ่มขึ้น เลือดที่ต้องไหลเวียนมากขึ้น  ซึ่งเจ้าไขมันส่วนเกินอาจจะไปอุดตันในหลอดเลือดหรือผนังเลือด  จนทำให้ร่างกายต้องใช้ความดันเพิ่มมากขึ้นเพื่อส่งเลือดและสารอาหารต่างๆ  ซึ่งก็ย่อมแน่นอนว่า  ต้องเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจขาดเลือดในวันข้างหน้าแน่ๆ

ยิ่งกว่านั้นน้ำหนักที่มากเกินความจำเป็นก็มักสัมพันธ์กับอัตราการเกิดโรคหัวใจและลดประสิทธิภาพในการไหลเวียนของหลอดเลือดน้ำหนักเกินยังนำไปสู่ปัจจัยอื่นๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีก  ที่เห็นชัดๆ  ก็เช่น  ความดันเลือดสูงคอเรสเตอรอลสูงหรือเบาหวานนั่นไง

ทีนี้ทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าน้ำหนักตัวเหมาะสม  หนทางหนึ่งที่พอจะช่วยได้คือ  ใช้ค่า BMI (Body  Mass  Index) สูตรที่ช่วยคุณพิจารณาว่าน้ำหนักและส่วนสูงของคุณเหมาะสมและมีสุขภาพดีเพียงหรือไม่  และมีเปอร์เซ็นต์สูงแค่ไหนที่จะอ้วน

คำนวณหาค่า  BMI โดยใช้สูตร

ดัชนีมวลกาย (BMI)   = น้ำหนักตัว  (กิโลกรัม)

ส่วนสูง(เมตร)2

อ่านค่า  BMI  ของคุณ:

19-24: ค่า  BMI  มาตรฐานสำหรับผู้ใหญ่

25-29:  น้ำหนักเกิน

30 – มากกว่า:  ภาวะอ้วน

ค่า  BMI  ที่มากกว่า  25  ขึ้นไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูง  ความดันเลือดสูง  และส่งผลต่อโรคหัวใจและภาวะหัวใจวายในที่สุด

อย่างไรก็ตาม  BMI  ก็ยังไม่ใช่แนวทางที่ดีนัก  ยกตัวอย่างเช่น  น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นน้ำหนักของกล้ามเนื้อไม่ใช่ไขมัน  และผู้หญิงที่มีกล้ามเนื้อมากๆ  หรือมีร่างกายที่เฟิร์มจัดๆ  ก็อาจมีค่า  BMI  ที่สูง  โดยปราศจากความเสี่ยงต่อหัวใจแต่อย่างใด  และค่า  BMI  ก็ไม่สามารถวัดได้แม่นยำนักในหญิงตั้งครรภ์

การค่อยๆ  ลดน้ำหนักลงเป็นผลดีอย่างยิ่ง  แค่ลดน้ำหนักลงสัก 10%  ก็สามารถช่วยทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตได้ดีขึ้น  บรรเทาความดันเลือดและลดระดับคอเรสเตอรอลในเลือดของคุณด้วย

5. หมั่นตรวจร่างกาย

หมั่นตรวจวัดความดันโลหิตและตรวจสอบลิพิด  นี่คือการตรวจวัดระดับความอ้วน (lipid)  ในเลือด  ซึ่งเป็นประโยชน์แน่นอนหากคุณพบความผิดปกติเกี่ยวกับโรคหัวใจแต่เนิ่นๆ  ซึ่งก็เป็นเรื่องดี  และน่าจะดึงดูดให้คุณหันมาสนใจที่จะเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของคุณเพื่อหัวใจของตัวเอง

การตรวจร่างกายยังมีผลดีอีกมาก  โดยเฉพาะในวัยที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีตามกาลเวลา  อย่างน้อยก็เป็นเรื่องดีที่คุณจะได้รู้ระดับความเสี่ยงของตัวเอง  และช่วยให้คุณหมอวินิจฉัยโรคหรืออากาศต่างๆ  ได้ง่ายขึ้นจากฐานข้อมูลที่มี  อย่างไรก็ดีคุณควรได้รับการตรวจลิพิดครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 20 กว่าๆ  ถ้าอยู่ในระดับปกติก็ควรตรวจซ้ำทุกๆ 5 ปี  การตรวจลิพิดจะช่วยให้คุณมั่นใจในระดับของคอเรสเตอรอล  และไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดของคุณ

อ่านมาถึงบรรทัดนี้  คุณๆ  หลายคนคงต้องการแพทย์ที่ให้ความสนใจกับการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างจริงใจ  เพราะนี่คือมือสังหารอันดับ 1 ที่น่ากลัว  แค่ถ้าคุณหมอยังมัวแต่สนใจเรื่องอะไรลึกๆ ลับๆ  เกี่ยวกับการตรวจครั้งล่าสุดของคุณอยู่ล่ะก็

คุณควรนำบทความนี้ไปให้คุณหมอลองอ่านดูนะคะ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง