Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > หัวใจวาย สาเหตุ การป้องกันและการรักษา

หัวใจวาย สาเหตุ การป้องกันและการรักษา

จำนวนคนดู 734 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 16:02 น.

หัวใจวาย สาเหตุ การป้องกันและการรักษา ทุกๆ 30 วินาทีจะมีคนตายด้วยโรคหัวใจ
ซึ่งในความเป็นจริงโรคหัวใจน่าจะเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอยู่ได้มากกว่าโรคมะเร็ง โรคเอดส์หรือโรคติอเชื้ออื่นๆ และโดยทั่วไปแล้วโรคหัวใจมักเกิดกับผู้ชาย แต่จากสถิติพบว่าปัจจุบันมีอัตราการเกิดโครหัวใจระหว่างผู้หญิงและผู้ชายเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญของทั้งผู้หญิงผู้ชายที่ต้องตื่นตัวอยู่เสมอเมื่อรู้ว่ามีอาการผิดแปลก หรือสัญญาณเตือนภัยของการเกิดโรคหัวใจ และควรอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

เข้าใจปัจจัยเสี่ยงของโรค

คุณสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนก็ไม่ต่างอะไรกับอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งคุณสามารถลดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งคุณสามารถลดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ด้วยการคาดเข็มขัดนิรภัย ขับรถอย่างระมัดระวัง และตรวจดูสภาพรถว่าดีหรือไม่ รวมทั้งดูอาการผิดปกูติของเครื่องยนต์ นั้นคือพยายามควบคุมปัจจัยต่างๆที่สามารถควบคุมได้ แต่ก็มีปัจจัยบางอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ไม่สามารถควบคุมการขับขี่รถของผู้อื่น หรือสิ่งแวดล้อม สถาพอากาศ

สิ่งที่เหมือนกันกับโรคหัวใจ คือคุณสามารถควบคุมได้ แต่ก็มีบางปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น กรรมพันธุ์ซึ่งมาทางสายเลือด เพศ (ผู้ชายที่มีโอกาสเป็นโรคหัวใจสูงกว่าผู้หญิง) อายุ (ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่มีอายุน้อย) และปัจจัยเสริมอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลสูงและโฮโมซิสที่สูงขึ้น

ข้อมูลจากสถาบันโรคหัวใจ (NHLBI-National Heat, Lung and Blood Institute) พบว่าปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของโรคหัวใจ คือความดันโลหิตสูง ซึ่งสามารถทำให้หัวใจวายหรือล้มเหลว ซึ่งเป็นผลมาจากการที่หัวใจไม่สามารถสูฐฉีดเลือดเข้าสู่ร่างกายได้เพียบพอ และประมาณ 1 ใน 3 ของอาการอัมไฤกษ์ในผู้สูงอายุเกิดจากความดันโลหิตสูงโดยตรง

ปัจจัยอันดับที่ 2 ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจคือ ระดับคอเลสเตอร์รอลสะสมที่สูงเกินกว่าปกติ ทำให้เส้นเลือดแดงที่หัวใจถูกปิดกั้น แต่ไม่ใช่ว่าคอเลสเตอรอลทั้งหมดจะไม่ดี เพราะคอเลสเตอรอล HDL (High-Density-Lipopro-tein) นั้นเป็นคอเลสเตอรอลที่ดี ซึ่งจะขนส่งคอเลสเตอรอลไปยังตับ เพื่อช่วยระบบเผาผลาญและกำจัดของเสีย แต่ในทางกลับกัน คอเลสเตอรอล LDL (Low-Density-Lyoprotein) เป็นคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี เพราะจะไปแกะผนังเส้นเลือดแดงที่หัวใจ

จากหลายการศึกษาแสดงถึงการรวมตัวของ LDL และโฮโมซีสอีน ทำให้เส้นเลือดหัวใจเสียหาย ซึ่งโฮโฒซิสทีอีนเป็นกรดอะมิโนที่ไม่สำคัญต่อร่างกาย และเป็นผลมาจากการขาดวิตามินบี 6 บี 12 และกรดโฟลิก สิ่งที่สำหนับสนุนใหนเกิดภาวะเช่นนี้คือ การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงเกินไป สิ่งที่วิตามินบีที่สามารถเปลี่ยนเมไทโอนีน (Methioine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายไปเป็นโฮโมซิสทีอีน (Homocystenine) ซึ่งเป็นสารพิษ

เรารู้ว่าไม่ใช่ปัจจัยใดปัจจัยหนี่งสามารถก่อให้เกิดโรคหัวใจ แต่เกิดจากการรวมตัวกันของหลายปัจจัย ซึ่งก็รวมถึงวิถีชีวิต อาหาร และจิตใจ

ควบคุมการใช้ชีวิต

3 ปัจจัยพื้นฐานที่สามารถก่อให้เกิดโรคหัวใจวายและโรคข้างเคียงได้ คือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ขากการออกกำลังกาย และสูบบุหรี่

จากผลการวิจัยล่าสุดทำให้รู้ว่าแต่ละบุคคลที่ไม่ได้เป็นโรคอ้วน แต่น้ำหนักตัวมีค่าเฉลี่ยสูงเกินกว่าปกติ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ซึ่งค่าที่บ่งบอกถึงอัตราส่วนคือ ค่าดัชนีมวลกาย หรือค่า BM (Body Mass Index)

การหาค่าดัชนีมวลรวมนั้นเป็นการเทียบน้ำหนักกับส่วนสูง ดังนี้

ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)

โดยมีค่าความต่างของค่าดัชนีมวลกายคือ ถ้าได้น้อยกว่า 18 ถือว่าน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน ค่าน้อยกว่า 18.5-24.9 คึือน้ำหนักปกติ ถ้าได้ค่า 25.0-29.9 คือน้ำหนักมากกว่ามาตรฐาน แล้วถ้าได้มากกว่า 30 แสดงว่าเป็นโรคอ้วน

การมีน้ำหนักเกินกว่าปกติจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ความเครียด ซึ่งล้วนส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจทั้งสิ้น นอกจากนี้หลายการวิจัยยังยืนยันถึงการกินอาหารที่ถูกต้องร่วมกับการออกกำลังกายว่าสามารถควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับปกติได้ ทั้งช่วยลดความดันโลหิตสูงและระดับคอเลสตอรอล ช่วนให้หัวใจทำงานดีขึ้น

จากการศึกษาด้านโภชนาการโดยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจกินอาหารไขมันต่ำและจำกัดปริมาณแคลอรี่ไม่ให้เกินวันละ 800 แคลอรี่เป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วย 17 เปอร์เซนต์มีระดับคอเลสเตอรอลลดลง อีก 19 เปอร์เซ็นต์มีความดันโลหิตลดลง และ 9 เปอร์เซนต์มีน้ำหนักตัวลดลง

หัวใจวาย


ล่าสุดจากการศึกษาเร็วๆนี้พบว่า คนไข้โรคหัวใจที่เดินออกกำลังกายวันละ 20 นาที่เป็นประจำ พบว่าหัวใจทำงานดีขึ้น 82 เปอเซนต์ และยังทำให้ภูมิคุ้มกันภายนร่างกายดีขึ้น เพิ่มการทำงานของต่อมที่สมองในการหลั่งสารเอนดอรืฟิน (Endorphine) ซึ้งทำให้รู้สึกกระปี้กระเป่ร่า มีความสุข เพิ่มออกซิเจนในกระแสเลือด เพิ่มความหนาแน่นในกระดุกและกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังช่วยเผาพลาญน้ำตาลส่วนเกินในกระแสเลือด ช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL เพิ่มคอเลสเตอรอล HDL และลดความดันโลหิตให้อยู่ใสระดับปกติ แต่ไม่ควรออกกำลังกายหนัก เพราะเป็นอันตรายมาก

จากข้อมูลของสถาบันโรคหัวใจอเมริกาพบว่า การสูญบุหรี่เป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคอื่นสูงเนื่องจากคาร์บอนมอนอกไซค์ (Carbon Monoxide) เข้าสู่ลมหายใจแทนที่ออกซิเจน ทำให้ปริมาณออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง และบุหรี่ยังเพิ่มการหลั่งอะดีนาลีน (Adrenaline) ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของหัวใจเพิ่มขึ้นและเพิ่มความดันเลือดสารเคมีที่อยู่ในบุหรี่จะทำลายหลอดเลือด ผนังเม็ดเลือดแดง และเพิ่มสิ่งสกปรกในกระแสเลือด ทั้งยังเพิ่ม LDL และลด HDL เพราะฉะนั้นควรเลิกบุหรี่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการหัวใจวายได้

อาหารป้องกันโรคหัวใจ

อาหารเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โดยเลือกอาหารที่มีวิตามิน เกลือแร่ สมุนไพร และสารอาหารที่สำคัญอื่นๆ ซึ่งจะเป็นคำตอบที่ดีของคนที่ไม่อยากเป็นโรคหัวใจ

ในกลุ่มของวิตามินพบว่า วิตามินบี หมายถึงวิตามินบี 6 บี 12 และกรดโฟลิก มีส่วนสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

กระเทียม สมุนไฟรที่เราใช้กันเป็นประจำในครัวเรือน ซึ่งมีสารอะลิซิน (Alicin) ช่วยลดระดับคอนเลสเอตรอล แต่สารนี้จะถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน เพราะฉะนั้นจึงควรกินกระเทียมสด โดยอาจใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำพริก หรือผัดผัก แต่ควรใส่กระเทียมในขั้นตอนสุดท้าย

พริก มีสารแคปโซซิน (Capsicin) ช่วยให้คอเลสเอตรอบถูกกำจัดออกจากร่ายการได้ดีขึ้น

หัวหอม โดยเฉพาะหอมแดงประกอบไปด้วยสาร Seponin ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และทำให้คอเลสเตอรอลที่เกาะอยู่ที่ผนังหลอดเสียงน้อยลงละหายไป

นอกจากนี้ยังรวมถึงผักสดซึ่งให้ใยอาหาร ซึ่งเป็นด่านแรกในการดักจับไขมันและคอเลสเตอรอลที่มีในอาหารได้บางส่วน

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง