Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > อวัยวะเพศไม่แข็งตัว โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว

อวัยวะเพศไม่แข็งตัว โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว

จำนวนคนดู 349 คน | เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2558 เวลา 11:56 น.

อวัยวะเพศไม่แข็งตัว โรคหย่อนสมรรถภาพหรือ IMPOTENCE จึงมักจะมองไปที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัว (ERECTION) อย่างเดียว ไม่ได้มองไปที่ปัจจัยอย่างอื่นเลย แพทย์ที่กลายเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางเซ็กซ์จึงมีหน้าที่แต่ว่าคอยแนะนำยาตัวหนึ่งตัวใดที่จะช่วยให้อวัยวะแข็งตัวให้กับคนไข้ และ ถ้าหายาไม่ได้ (จริง ๆ แล้วไม่มีหรอกครับยาที่แก้อาการไม่แข็งตัว) ก็มักจะมีวิธีพลิกแพลงด้วยการผ่าตัดบ้าง ด้วยการใช้แท่งซิลิโคนสอดใส่ไปในอวัยวะ และบางครั้งก็แถมใส่ปั๊มอีนุงตุงนังเป็นพวงเข้าไปบริเวณเครื่องล่างบ้าง

ค่าใช้จ่ายการผ่าตัดและการใช้เครื่องมือสอดใส่เหล่านี้ไม่ใช่ถูก ๆ อย่างน้อยเป็นเงินกว่าแสนหรือหลายแสนขึ้นไป และที่น่าใจใจก็คือ ผู้ชายเหล่านี้มีความเชื่อว่า “ความเป็นผู้ชายเต็มตัว” นั้นขึ้นอยู่กับความแข็งขันของอวัยวะสืบพันธุ์เท่านั้น นายแพทย์ดับบลิว. เอช. แมนฮิลล์ และคณะซึ่งเคยสำรวจความคิดและความประพฤติของเด็กหนุ่มและชายหนุ่มอเมริกัน ได้รายงานไว้ในบทความ “THE LOCKER ROOM BOYS” ว่า สัญลักษณ์ของความเป็นผู้ชายอเมริกันมีอยู่สองยุค ยุคแรกคือยุคความนิยมคาวบอย ในภาพยนตร์คาวบอยจะเห็นพระเอกเดินทำท่าไม่สนใจผู้หญิงใกล้ตัว เขาจะแสดงความสนใจก็ต่อเมื่อเขาอย่างจะเข้าใกล้ผู้หญิงคนนั้นเท่านั้นและมักจะมีบทบาทชนิดที่ว่ากำลังจีบผู้หญิงโดยจะต้องมีสัญลักษณ์ของความเป็นผู้ชาย คือมีรถหรือมีม้าผูกไว้นอกบ้านพร้อมที่จะเดินออกไปกระโดดขึ้นหลังม้าขับออกไปประกอบกิจกรรมแบบพระเอกโดยไม่สนใจกับผู้หญิงที่ยืนคอยอยู่ข้างหลังเลย

อีกยุคหนึ่งคือยุคของหนังสือโป๊ “PLAYBOY” คือเห็นผู้หญิงเป็นของเล่นสำหรับผู้ชาย และต่อจาก PLAYBOY  ก็คือสมัยของเจมส์ บอนด์ 007 ซึ่งตัวเอกจะจีบผู้หญิงไม่เลือก มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงทุกคนโดยไม่ต้องแสดงความรัก ความใกล้ชิดผูกพัน หรือ ความรับผิดชอบใด ๆ

ผู้ชายยุคคาวบอยและยุคเจมส์ บอนด์ ก็คือตัวแทนของผู้ชายสมัยนี้ ซึ่งเชื่อว่าความเป็นผู้ชายเต็มตัวนั้นขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของอวัยวะเพศเท่านั้น

อวัยวะเกิดอ่อนแอไม่แข็งตัวเมื่อไหร่ก็ดูเหมือนชีวิตจะจบสิ้นเมื่อนั้น จึงจำเป็นจะต้องตะเกียกตะกายทุกวิถีทางเพื่อปลุกเสกอวัยวะที่ตายไปแล้วให้ฟื้นฟูมีชีวิตขึ้นมาใหม่ให้ได้

นี่คือปัญหาค้างคาใจสำหรับตัวผมเองเกี่ยวกับความรู้สึกในด้านเซ็กซ์ของคนไทยผมไม่คิดว่าเรื่องของอวัยวะเพศไม่แข็งตัวนั้นคือปัญหาสำคัญอย่างเดียวในเรื่องเซ็กซ์แต่มีปัญหาทางจิตใจอีกมากมายซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับเซ็กซ์ อย่างเช่นเรื่องการข่มขืน การซื้อขายเด็กหญิงผู้เยาว์ หรือการเสาะหาโสเภณีเด็ก ความวิปริตทางเพศ การทรมานทางเพศ เช่น ล่ามโซ่ ทุบตี ทำร้ายร่างกาย การแอบถ้ำมอง แม้แต่การได้เสียกันเองระหว่างคนในครอบครัวเดียวกัน ฯลฯ

อวัยวะเพศไม่แข็งตัว



พฤติกรรมเหล่านี้คือเครื่องบ่งชี้ว่าเกิดความเสื่อมโทรม หรือการป่วยทางเซ็กซ์เกิดขึ้นมากมาย และผู้ที่กำอาชญากรรมเหล่านี้ก็คือผู้ชายซึ่งมีความคิดว่าในด้านเซ็กซ์แล้ว ผู้ชายต้องเป็นนาน และผู้หญิงคือการรองรับการบำบัดความใคร่ของผู้ชาย

แพทย์ที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านเซ็กซ์จึงควรเรียกตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านเซ็กซ์จึงควรจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แก้ไขปัญหาด้านนี้ของสังคม แทนที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องยาโป๊ หรือเชี่ยวชาญเรื่องซ่อมแซมอวัยวะเพศแต่เพียงอย่างเดียว

พอก่อนละครับ การวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของคนไทยเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ พูดไปมากกว่านี้ก็จะเจ็บตัวเปล่า ๆ ขอพูดถึงเรื่องเซ็กซ์ปกติธรรมดาในชีวิตประจำวันดีกว่า

ขอพูดถึงปัจจัย 4 ประการเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์

1. ความรัก (LOVE)

2. ความรู้สึก -  ความต้องการ (SEX DRIVE)

3. ความสมบูรณ์ของร่ายกาย

4. ปัญหา – ความเครียด

ทั้งสี่ปัจจัยนี้ควรจะมีครบถ้วนสมบูรณ์ คือ

เซ็กซ์ที่มีความรักเป็นเซ็กซ์ที่ดีงาม

ความรู้สึก - ความต้องการเป็นอารมณ์ร่วมของชายหญิงที่จะทำให้ขั้นตอนการประกอบเซ็กซ์สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ความสมบูรณ์ของร่างกายเป็นองค์ประกอบของเซ็กซ์ที่ดี การเจ็บไข้ได้ป่วย อย่างเช่นคนเป็นเบาหวาน ถ้าไม่แก้ไข การปฏิบัติทางเซ็กซ์ก็จะไม่สมบูรณ์ ในลักษณะเช่นนี้ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว แต่กระนั้นก็ดี ถ้ามีความรักความเข้าใจ และมีอารมณ์ร่วม การปฏิบัติทางเซ็กซ์ก็ยังสามารถทำให้ถึงขีดสุดได้

ความเครียด  ถ้าติดต่อกันเป็นเวลานานจะเกี่ยวข้องกับข้อที่สอง คือ SEX DRIVE  ซึ่งจะต้องเป็นตัวขับฮอร์โมนเพศโดยตรง ถ้าไม่มีฮอร์โมนเพศหรือไม่มี SEX DRIVE ก็จะเกิดอาการกามตายด้าน (IMPOTENCE) ได้

ฉะนั้น ปัจจัยข้อที่ 4 จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในด้านการประกอบเซ็กซ์ ส่วนปัจจัยที่ 3 คือ ความสมบูรณ์ทางร่างกาย  จะเป็นปัจจัยสำคัญรองลงมา

ในด้านของอายุนั้น กล่าวกันว่ายิ่งอายุมาก ความต้องการทางเซ็กซ์ก็จะน้อยลง ๆ แต่จากการสำรวจของศาสตราจารย์นายแพทย์ไมเคิล อาร์. เซล แห่งมหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่าอายุนั้นไม่สำคัญถ้าชาย - หญิงหรือสามี – ภรรยามีความรัก – ความเข้าใจ และมีความสมบูรณ์ของร่างกายเพียงพอ การปฏิบัติการทางเซ็กซ์ก็ไม่มีปัญหาอะไร จากรายงานปรากฏวาผู้ชายอายุ 80 – 90 ปีก็ยังมีเซ็กซ์ได้ตามปกติ

แน่นอน ย่อมมีความแตกต่างกันบ้างระหว่างอายุสมัยหนุ่มและเกินหนุ่ม โดยทั่ว ๆ ไปผู้ชายอายุเกิน 40 การแข็งตัวและปฏิบัติกามกิจก็จะสู้สมัยก่อน 40 ไม่ได้แต่ถ้ามีอารมณ์ร่วม มีความสมบูรณ์ของร่างกาย ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องเซ็กซ์อย่างแน่นอน

เซ็กซ์ 4 ปัจจัย ความรัก - อารมณ์ร่วม -  ความสมบูรณ์ของร่ายกาย – ปราศจากความเครียด ย่อมเป็นเซ็กซ์ที่สวยงามตลอดกาล

เอาละครับ ตอนนี้คงจะลงเอยดังที่ค้างไว้ในฉบับก่อนเรื่องวิตามิน E ของแพทย์อังกฤษได้แล้ว

นายแพทย์เชลดอน ซอล เฮ็นเลอร์ กรรมการที่ปรึกษาของ BROAD OF MEDICAL ADVISERS ของอังกฤษ ร่วมกับเพื่อนนายแพทย์หลายคนได้กล่าวถึงคุณประโยชน์ของวิตามินไนอะซิน หรือ B3 ไว้ถึง 8 ประการ และประการหนึ่งในแปดประการนี้ก็คือระบุว่าวิตามิน B3 กระตุ้นความต้องการทางเซ็กซ์ (STIMULATE THE SEX DRIVE)

ในรายงานของแพทย์กลุ่มนี้มีข้อดีอย่างมาก็คือ ได้เสนอการศึกษาในด้านบวก (POSITIVE CLAIM)

เรื่องของการแข็งตัวของอวัยวะเพศนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องเลือดและหัวใจอยู่มากรายงานจากแพทย์กลุ่มนี้กล่าวว่า เฉพาะโรคหัวใจอย่างเดียว B3 สามารถลดสาเหตุจากโรคหัวใจ (HEART ATTACKS) ได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์

ที่เป็นดังนี้เป็นเพราะไนอะซินเป็นตัวสำคัญที่ช่วยขยายหลอดเลือด ในเมื่อช่วยขยายหลอดเลือดย่อมหมายความว่าช่วยให้ปริมาณของเลือดวิ่งไปอัดกันแน่นในเส้นเลือด ฉะนั้นจึงช่วยให้เส้นเลือดที่อวัยวะสืบพันธ์ขยายตัวและช่วยในการแข็งตัวได้

นายแพทย์เฮ็นเลอร์เห็นว่าการช่วยให้อวัยวะแข็งตัวแบบนี้อาจจะเป็นการช่วยทางอ้อม แต่ไม่ใช่การช่วยโดยตรง มีรายงานจากคนไข้บางคนกล่าวว่า B3 ช่วยกระตุ้นให้เกิดความต้องการทางเพศและช่วยให้อวัยวะแข็งตัวได้

ข้อสรุปของนายแพทย์เฮ็นเลอร์มีอยู่ว่า การใช้ B3 เพื่อกระตุ้นเซ็กซ์นั้น ขอให้อยู่ในดุลพินิจของแต่ละคน เพราะสำหรับบางคนอาจจะได้ผล และบางคนอาจจะไม่ได้ผลเลยก็เป็นได้ ที่หมอเฮ็นเลอร์เน้นว่าให้อยู่ในดุลพินิจของแต่ละคนนั้นก็เพราะเห็นว่าการใช้ B3 ในประมาณน้อย ๆ นั้นจะไม่เกิดโทษใด ๆ ทั้งสิ้น หากว่าไม่ช่วยในด้านกระตุ้นเซ็กซ์ แต่ตัว B3 เองก็ช่วยในการขยายเส้นเลือดและช่วยการทำงานของหัวใจอยู่แล้ว อีกทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ด้วยถ้าหากไม่ได้ประโยชน์ทางเซ็กซ์ แต่ได้ประโยชน์ทางอื่น ก็เรียกว่าน่าจะกิน B3 ต่อไป ถ้าหากบังเอิญเกิดประโยชน์ทางเซ็กซ์ขึ้นมา ก็เท่ากับได้โบนัสพิเศษเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุน

สำหรับปริมาณที่สมควรนั้น นายแพทย์เฮ็นเลอร์เห็นว่าให้ใช้ตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมขึ้นไปจนถึง 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ปริมาณระหว่างกลางอยู่ที่ไหน เขาแนะนำว่าสังเกตว่าขนาดปานกลางหรือขนาดอย่างต่ำขนาดไหนจะเหมาะแก่ตัวเองก็ให้ยึดเอาขนาดที่คิดว่าเหมาะที่สุดสำหรับตัวองเป็นมาตรฐาน แต่ไม่แนะนำให้เกิดวันละ 2,000 มิลลิกรัม เด็ดขาด

สำหรับในด้านคนไข้โรคหัวใจนั้นนายแพทย์เฮ็นเลอร์กล่าวว่าได้เคยให้คนไข้กลุ่มหนึ่งใช้ B3 ในประมาณสูงถึงวันละ 7,000 – 8,000 มิลลิกรัม และปรากฏว่าได้ผลดีในการรักษาโรคหัวใจแต่นายแพทย์เฮ็นเลอร์จะเน้นว่า การใช้ B3 ปริมาณมาก ๆ ในระยะเวลานาน ๆ อาจจะทำให้เกิดการแพ้หรือเกิดเป็นพิษ (TOXIC) ขึ้นได้เพราะฉะนั้นจึงแนะนำว่าการใช้ประมาณมากจะใช้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น หลังจากนั้นให้ลดลงมาใช้ปานกลางในปริมาณวันละ 2,000 มิลลิกรัมเท่าเดิม

ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า การใช้ B3 นี้ไม่ใช่เป็นการใช้วิตามินแบบเป็นยาโป๊ แต่เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางอ้อม เพราะ B3 นั้นเป็นตัวขยายเส้นโลหิตฝอย การขยายเส้นเลือดได้จึงเท่ากับได้ช่วยขยายเส้นเลือดที่อวัยวะสืบพันธุ์ได้ด้วย

กลุ่มแพทย์ของอังกฤษได้ยกย่องวิตามิน E ว่ามีประโยชน์ถึง 12 อย่างด้วยกันคือ 1. ช่วยแก้ความบกพร่องทางประสาท 2. ช่วยบำรุงภูมิชีวิต 3. ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบเลือด – หัวใจ 4. ช่วยป้องกันมลพิษ 5. ช่วยป้องกันมะเร็ง 6. ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับเต้านม 7. ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน 8. ช่วยแก้โรคผิวหนังและหัวล้าน 9. ช่วยแก้ตะคริว 10. ช่วยแก้การแท้งลูก 11. ช่วยเพิ่มพูนพลังทางเซ็กซ์ 12. ช่วยให้อายุยืน

ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า นี่เป็นข้อมูลจากแพทย์ของอังกฤษ และตัวผมเองมีข้อเพิ่มเติมอีกว่า B3 หรือ NIACIN นั้นทำให้เส้นเลือดขยายและทำให้เกิดอาการร้อนผ่าวและคันได้ สำหรับบางคนถ้าไม่ชอบอาการเหล่านี้ขอให้เปลี่ยนจาก NIACIN เป็น  NIACINAMIDE  ก็จะช่วยแก้อาการร้อนผ่าวและอาการคันได้

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง