Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > โรคสมองเสื่อม ที่มีสาเหตุมาจาก หลอดเลือดในสมองแตก

โรคสมองเสื่อม ที่มีสาเหตุมาจาก หลอดเลือดในสมองแตก

จำนวนคนดู 341 คน | เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2558 เวลา 11:33 น.

โรคสมองเสื่อม ระยะสิบปีหลังนี้ วงการแพทย์ให้ความสนใจโรคอัลไซเมอร์กันมาก เพราะนับวันคนเราจะมีอายุยืนยาวมากขึ้น มีผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุและใกล้จะสูงอายุกันมากขึ้น เป็นเป็นโรคนี้แล้วจะไม่สามารถหยุดยั้งการเสื่อมของสมองได้ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญโรคนี้พยายามค้นคว้าหาทางป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์กันตลอดมา จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าวิธีใดจะได้ผลดีจริง

ในความเป็นจริง โรคที่ทำให้สมองเสื่อมมีมากมายหลายชนิด และส่วนใหญ่สามารถรู้สาเหตุ รู้วิธีการป้องกันและรักษา อย่างเช่นสาเหตุมาจากโรคหลอดเลือดในสมอง เนื้องอกในสมอง สมองถูกกระทบกระเทือนอย่างแรง และโรคติดเชื้อในสมอง เป็นต้น มีโรคหนึ่งที่แพทย์พบได้บ่อย ๆ คือ โรคสมองเสื่อม ซึ่งเกิดภายหนังเป็นโรคหลอดเลือด (VASCULAR DEMENTIA) แต่ไม่ค่อยเป็นข่าวในวงการแพทย์หรือในสังคมเนื่องจากโรคนี้เรารู้สาเหตุ จึงสามารถป้องกันรักษาและช่วยเหลือได้ ผมจึงเห็นว่า หากท่านผู้อ่านได้รู้จักโรคสมองเสื่อมชนิดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเอง ครอบครัวและผู้อื่นไม่น้อยครับ

ผู้ที่เป็นโรคของหลอดเลือด เมื่ออายุมากขึ้น จะพบสมองเสื่อมประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ มักจะเริ่มเป็นในอายุน้อยกว่าโรคอัลไซเมอร์ เช่น 30 หรือ 40 ปีเศษมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันสูง อ้วน และสูบบุหรี่จัดมาก่อน เป็นในเพศชายมากกว่าเพศหญิงเมื่อสมองเสื่อมแล้ว การตรวจระบบประสาทและสมองโดยละเอียด โดยเฉพาะการตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ คือ CT SCAN (COMPUTER TOMOGRAPHIC SCAN) และการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI (MAGNETIC RESONANCER IMAGING) จะพบว่าสมองขาดเลือดเป็นหย่อม ๆ หลายจุด เมื่อตรวจราวกายโดยทั่วไป อาจพบว่าพูดไม่ชัดแขนขาไม่มีแรง บอกชื่อสิ่งของง่าย ๆ  เช่น สมุด ปากกา นาฬิกา ไม่ได้ ถ้าสมองเสื่อมมากขึ้น จะทำงานและออกสังคมไม่ได้แต่แตกต่างจากอัลไซเมอร์ตรงที่ว่าอาการเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและการเสื่อมของสมองจะเสื่อม ๆ หยุด ๆ เหมือนขั้นบันได

โรคสมองเสื่อม



เมื่อเสื่อมมากถึงระดับหนึ่ง ซึ่งแต่ละคนไม่เท่ากัน จะมีการแปรปรวนของอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม มีอารมณ์เศร้ามาก คล้ายโรคซึมเศร้า มีอาการหลงผิดคิดว่ามีคนติดตามปองร้าย มีอาการหวาดกลัว ประสาทหลอนทางหูและทางตาเหมือนคนเป็นโรคจิต บางรายมีพฤติกรรมแปรปรวน เช่น เดินออกไปนอกบ้านโดยไม่มีเหตุผล แล้วกลับบ้านไม่ถูก

การป้องกันรักษาโรคสมองเสื่อมจากการเป็นโรคหลอดเลือดมาก่อนสามารถกระทำได้ครับ สิ่งสำคัญจะต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีข้อสงสัยว่าสมองจะเสื่อมหรือไม่ แพทย์จะต้องวินิจฉัยให้ได้โดยเร็วว่าอะไรเป็นสาเหตุ ต้องรักษาสาเหตุอย่างเต็มที่และนานพอ  อาจจะเป็นแรมปีหรือตลอดชีวิต กินยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ผู้ใดรู้ตัวว่าเป็นโรคหลอดเลือด เบาหวาน ไขมันสูง อ้วน หรือสูบบุหรี่จัด จะต้องไปรักษาเสียแต่เริ่มแรกอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าแพทย์จะอนุญาตให้หยุดรักษาได้ หมั่นดูแลสุขภาพโดยทั่วไป เช่น การกินอาหารทีมีคุณค่าตามหลักโภชนาการ ออกกำลังสม่ำเสมอพักผ่อนให้เพียงพอ อารมณ์เครียดทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เบาหวาน ไขมันสูง อ้วน และสูบบุหรี่จัดได้ ต้องรู้จักวิธีการผ่อนคลายความเครียดตนเอง และหมั่นกระทำอย่างสม่ำเสมอ อ่าลืมว่า แม้อาการสมองเสื่อมจะเป็นอย่างฉับพลันทันใด แต่เมื่อเป็นแรก ๆ จะเป็นไม่มาก ตนเองและ

“ผู้ใดรู้ตัวว่าเป็นโรคหลอดเลือด เบาหวาน ไขมันสูง อ้วน หรือ สูบบุหรี่จัด จะต้องไปรักษาเสียแต่เริ่มแรกอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าแพทย์จะอนุญาตให้หยุดรักษาได้”

ครอบครัวอาจไม่รู้ว่าเป็น ฉะนั้นหากสงสัยว่าสมองเริ่มเสื่อมหรือไม่ละก็ อย่านิ่งนอนใจนะครับรีบไปปรึกษาแพทย์และรักษาเสียตั้งแต่เริ่มแรก จะยับยั้งการเสื่อมสมองได้เพื่อท่านจะมีอายุยืนยาวและสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าครับ

มีผู้ป่วยชายคนหนึ่ง อายุ 46 ปี เรียนจบ ปวส. และมีครอบครัวแล้ว แพทย์ฝ่ายกายส่งมาปรึกษาจิตแพทย์ เนื่องจากมีอารมณ์ซึมเศร้ามาหนึ่งเดือนแล้ว ไม่สนใจผู้ใด ทำงานช้าลง และผิดพลาดมากขึ้น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง 3 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนนี้ ความทรงจำแย่ลงมีความรู้สึกว่ามีคนคิดไม่มีกับตน มาขโมยเงินทองของใช้ในบ้านไป ซึ่งภรรยาปฏิเสธความคิดของผู้ป่วยว่าไม่เป็นความจริง

จิตแพทย์ตรวจพบว่า ผู้ป่ายซึมเฉย ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม แต่ก็ตอบคำถามได้เรื่องราว ยอมรับว่าเบื่อหน่ายชีวิต ไม่อยากพูดคุยกับใคร ไม่อยากทำอะไร เบื่ออาหาร ไม่มีแรง กลางคืนก็ไม่กล้านอนหลับ เพราะกลัวจะมีคนร้ายแอบเข้าบ้านขโมยเงินทองของใช้ไป จะทำร้ายตนเองและสมาชิกในครอบครัวด้วย สติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีแต่มีความทรงจำระยะสั้น (เหตุการณ์ในวันนี้) ไม่ค่อยดีนัก จำผิดพลาดเป็นบางครั้งว่าวันนี้ตนเองทำอะไร มีใครมาหาบ้าง

ประสาทแพทย์ตรวจพบความดันโลหิตของผู้ป่วยสูง 180/104 (ปกติไม่เกิน 150/90) แขนขาข้างซ้ายอ่อนแรง แต่ยังสามารถใช้มือซ้ายหยิบของ ใส่เสื่อผ้าได้ด้วยตนเองสามารถเดินได้ แต่ไม่ค่อยตรงทาง เซไปทางขวา ส่งตรวจซีทีสแกนสมอง พบสมองเสื่อมหลายจุด

ภรรยาเล่าว่าผู้ป่วยรู้ว่าเป็นเบาหวานตั้งแต่อายุ 35 และมีความดันโลหิตสูงเมื่ออายุ 41 ปี ได้รักษากับแพทย์ที่โรงพยาบาลทั่วไป แต่ผุ้ป่ายเป็นคนไม่ชอบกินยา และไม่ค่อยอยากไปพบแพทย์ ป่วยเป็นโรคก็ไม่ยอมรักษา จนกว่าจะเป็นมากหรือทนการรบเร้าจากภรรยาบุตรไม่ได้ โชคดีที่ไม่เคยป่วยหนักถึงกับต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เป็นคนมีนิสัยดี รักภรรยาและบุตรทั้งสองมาก ไม่เคยถกเถียงกันรุนแรง รับผิดชอบในหน้าที่การงานดี มีเพื่อนฝูงไปมาหาสู่พอสมควร สูบบุหรี่วันละประมาณครึ่งซอง ภรรยาขอร้องให้หยุดสูบหรือสูบแต่น้อยก็ไม่ได้ผล ดื่มเหล้าเล็กน้อยเป็นครั้งคราวเวลาไปงานสังคมไม่เคยถึงกับมึนเมา

จิตแพทย์ได้ให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมร่วมกับมีอารมณ์เศร้า สาเหตุ จากมีความดันโลหิตสูงและเป็นโรคเบาหวานจะทำให้เกิดเป็นโรคหลอดเลือด ได้ขอให้แพทย์ฝ่ายกายรักษาอาการสมองเสื่อม ความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือดสูง ตัวจิตแพทย์เองรักษาอารมณ์เศร้าและยารักษาโรคจิต รักษาได้หนึ่งเดือน อาการต่าง ๆ ดังกล่าวดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ภรรยาเล่าว่าดื้อ กินยาไม่สม่ำเสมอทุกมื้อ แพทย์ ภรรยา และบุตร ช่วยกันขอร้องให้ผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลชั่วคราวแรก ๆ ผู้ป่วยไม่ยินยอม แต่ก็ต้องยอมจำนนจากเหตุผลตาง ๆ และคำขู่ของแพทย์

ผลปรากฏว่า อีกนึ่งเดือนต่อมาผู้ป่วยสามารถจำหน่ายจากโรงพยาบาลได้อารมณ์เศร้าแลอาการหลงผิดดีขึ้นมากแต่อาการทางกายก็ยังทรงอยู่ ความดันโลหิตจะลดลงเหลือราว 150-160/90-100 และน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเพียงเล็กน้อยเมื่อกลับมาอยู่บ้านแล้ว วันรุ่งขึ้นผู้ป่วยก็เริ่มไปทำงานทันที ภรรยาขอร้องก็ไม่รับฟังแต่ยังดีที่ยอมกินยาอย่างสม่ำเสมอ และไปพบแพทย์ตามนัด หลังจากรักษาผู้ป่วยมาหนึ่งปี จากการประเมินผลของแพทย์ปรากฏว่าไม่พบอารมณ์เศร้าหรือความคิดแปรปรวน ทำงานได้เป็นปกติ ยังมีอาการหลงลืมบ้างเหมือนเดิม ส่วนความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดนั้นยังคงขึ้น ๆ ลง ๆ สูบกว่าปกติเล็กน้อย

จากผู้ป่ายรายนี้ท่านจะเห็นว่า การเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ได้รับการรักษาไม่เต็มที่ มีผลให้เกิดสมองเสื่อมและมีอาการทางจิตเวชได้ การรักษาระยะแรกที่บ้านไม่ได้ผล เนื่องจากผู้ป่วยไม่ปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่ง จนทำให้ต้องมารักษาตัวในโรงพยาบาลระยะสั้น ๆ หลังจากนั้นนัดให้มาพบแพทย์เป็นระยะ ๆ ซึ่งท่านจะเห็นว่าการรักษาได้ผลดีครับ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง