Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > โรคเบาหวาน สาเหตุ การป้องกันและการรักษา

โรคเบาหวาน สาเหตุ การป้องกันและการรักษา

จำนวนคนดู 1643 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 15:58 น.

โรคเบาหวาน สาเหตุ การป้องกันและการรักษา เมื่อมีคนไข้มาหา แพทย์มักจะได้รับคำถามที่เกี่ยวกับโรคเบาหวานอยู่บ่อย ๆ ซึ่งคนไข้คิดว่าตนเองเจ็บป่วยลงไปนั้น เป็นผลมาจากโรคเบาหวาน

“ผมถ่ายปัสสาวะบ่อยมาก เข้าใจว่าเป็นโรคเบาหวาน”

“คุณแม่เป็นคนชอบทานขนมหวาน อาหารทุกอย่างต้องเติมน้ำตาลจะเป็นโรคเบาหวานใช่หรือไม่”

“ผมรับประทานอาหารจุ หิวบ่อยๆ แต่ก็ยังรู้นึกอ่อนเพลียมาก เพื่อนๆ บอกว่าคนอ้วน ๆ อย่างผมนี่แหละชอบเป็นโรคเบาหวาน”

“บิดาของผมถึงแก่กรรม เพราะเป็นผีฝักบัว และหมอบอกว่าเป็นโรคเบาหวาน ผมจะเป็นโรคเบาหวานอย่างบิดาไหมครับ”

“ปัสสาวะที่ดิฉันถ่ายไว้ มีมดมาตอม คงเป็นเบาหวานนะคะ”

“ดิฉันชิมปัสสาวะของตนเองดู มีรสหวาน”

นอกจากนี้ยังมีคำถามอีกหลายประการ ซึ่งคนไข้คิดว่าตนเป็นโรคนี้ แน่นอนเหลือเกิน เมื่อพูดถึงโรคเบาหวานทุกคนเชื่อกันไปได้ต่าง ๆ และทีเหมือนกันก็คือ ผู้ที่รู้เรื่องนี้มักมีความกลัวมาก โดยทราบว่าโรคเบาหวานก่อให้เกิดควาททุกข์ทรมานมาก และเมื่อเป็นแล้วไม่มีทางที่จะรักษาได้”

ขอให้เรามาได้คุยกันเรื่องเรื่องโรคเบาหวานนี้สักหน่อย ก่อนที่จะตีโพยตีพายตื่นตระหนกว่าตนเป็นโรคเบาหวาน และถ้าเป็นแล้วจะรักษาไม่ได้ หรือมีชีวิตอยู่อย่างสุขสมบูรณ์อย่างคนอื่น ๆ ไม่ได้

ก่อนอื่นเราควรจะทำความเข้าใจเสียก่อนว่า ที่เราเรียกว่าโรคเบาหวานนั้นคือ โรคซึ่งปัสสาวะออกมาแล้วมีน้ำตาลออกมากับปัสสาวะด้วย โดยทีคนปกติแล้วไม่ควรจะมีน้ำตาลนั้นออกมากับน้ำปัสสาวะ
น้ำตาลที่ออกมาในปัสสาวะนั้นมาได้อย่างไร
อาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้น ที่สำคัญมีอยู่ 3 อย่าง อาหารจำพวกแป้งหรือที่เรียกว่า พวกคาร์โบไฮเดรตอย่างหนึ่ง อาหารจำพวกไขมันอย่างหนึ่ง และอาหารจำพวกเนื้อ หรือที่เรียกว่า อาหารโปรตีนอย่างหนึ่ง อาหารเหล่านี้จะถูกย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้ จนเหลือเป็นอณูที่เล็กที่สุดที่จุถูกดูดซึมผ่านเยื่อลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ และนำไปใช้ให้เกิดเป็นกำลังงานในการซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอของร่ายกายและการเจริญเติบโตต่อไป

โรคเบาหวาน



อาหารจำพวกแป้งนั้น จะถูกย่อยจนในที่สุดเป็นกลูโคส ซึ่งจะได้ประมาณ 100% ส่วนอาหารจำพวกไขมันนั้น เมื่อย่อยไปถึงที่สุดแล้วประมาณ 10% ที่จะเปลี่ยนมาเป็นน้ำตาลกลูกโคส และอาหารจำพวกเนื้อให้มาเป็นน้ำตาลกลูโคส 58%

ตัวน้ำตาลกลูโคส เป็นตัวสำคัญเปรียบประดุจเชื้อเพลิงที่จะช่วยเผาผลาญอาหารไขมันและอาหารเนื้อให้เกิดมีการย่อยและเกิดกำลังงานขึ้นให้แก่ร่างกาย ส่วนที่เหลือของกลูโคสเมื่อไม่ใช้จะถูกนำไปเก็บสะสมไว้ยังตับและกล้ามเนื้อต่าง ๆ เพื่อจะได้นำออกมาใช้ในยามต้องการและเมื่อขาดแคลนได้ทันที

ในการที่กลูโคสจะถูกใช้เป็นตัวกำลังงานเผาผลาญขึ้นให้สำเร็จได้นั้น ไม่ใช่ว่ากลูโคสจะทำหน้าที่ได้โดยตรง จะมีฮอร์โมนของร่างกายอย่างหนึ่งที่คอยบังคับให้กลูโคสนั้นปฏิบัติหน้าที่นี้ ฮอร์โมนนี้มาจากเซลล์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในตับอ่อน และมีชื่อเรียกกันว่าอินซูลิน

หน้าที่ต่างๆ ของอวัยวะของร่ายกายเรานั้น สุดแสนจะมหัศจรรย์และสลับซับซ้อน ตับอ่อนเองที่ทำหน้าที่ขับอินซูลิน ยังมีความสัมพันธ์อยู่กับต่อมเอนโดครีน (ต่อมไร้ท่อ) อื่น ๆ อีกคือ ต่อมไทรอยด์ ต่อมปิตูอิตารี ซึ่งต่อมเอนโดครีนพวกนี้จะคอยบังคับซึ่งกันและกันให้มีการขับอินซูลินออกมามากน้อยตามต้องการอีก จะไม่กล่าวให้ละเอียดต่อไปในที่นี้

ดังนั้นโรคเบาหวาน คือ การถ่ายปัสสาวะออกมามีน้ำตาลในน้ำปัสสาวะด้วยนั้น จะเกิดขึ้นได้ในโรคที่เกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายไม่สามารถจะใช้น้ำตาลที่ได้เข้าไปในร่างกายนั้นได้เต็มที่ นั่นคือไม่อาจใช้น้ำตาลในการเผาผลาญให้เกิดกำลังงาน และต่อมาอาจทำให้น้ำตาลมีมากขึ้นนั้นถูกน้ำไปเก็บไว้ในตับและกล้ามเนื้อได้ น้ำตาลในเลือดก็จะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ไตก็จะทำหน้าที่ขับน้ำตาลที่มีมากนั้นออกมาเสีย จึงปรากฎน้ำตาลในน้ำปัสสาวะ
ทำไมจึงเกิดเบาหวาน
ต้นเหตุของการเกิดเบาหวานยังเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันอยู่มากเหมือนกันในหลายแง่หลายมุม เบาหวานมิได้เลือกว่าเพศใดวัยใด แต่ถ้าเบาหวานเกิดขึ้นในเด็ก ๆ อาการก็จะรุนแรงมากกว่าในคนแก่ ไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติ แต่ในสมัยหนึ่งเคยเชื่อกันว่า ยิวเป็นเชื้อชาติที่เป็นเบาหวานได้มาก

กรรมพันธุ์ เชื่อกันว่าเป็นต้นเหตุของเบาหวาน เพราะตามสถิติก็ปรากฏว่าเป็นได้ในครอบครัว ซึ่งมีปู่ย่าตายาย พ่อแม่ พี่น้อง เคยเป็นเบาหวานมากอ่น กรรมพันธุ์นี้เชื่อกันว่าเป็นต้นเหตุของโรคที่สำคัญกว่าต้นเหตุอื่น ๆ

ต้นเหตุโดยแท้จริงนั้น บางทีก็หาต้นเหตุไม่พบ

โรคติดเชื้อหรือการอักเสบเรื้อรังของตับอ่อน และการมีเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตับอ่อนแข็งตัวทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงตับอ่อนได้พอเพียง หรือเกิดแผลเป็นและเยื่อพังผืดขึ้นในตับอ่อนเป็นต้นเหตุให้มีการทำลายเซลล์ที่ขับอินซูลินขึ้นในตับอ่อน และจำนวนอินซูลินที่ถูกขับออกมาก ไม่พอเพียงจะมาบังคับให้มีการใช้น้ำตาลกลูโคส ก็เชื่อว่าเป็นเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่ง

การอักเสบรุนอย่างเฉียบพลันรุนแรงของตับอ่อน ทำให้เนื้อตับอ่อนบวมก็ทำให้เกิดอาการเบาหวาน แต่ปรากฏว่าพออาการอักเสบนั้นเหายไป อาการเบาหวานก็หายไปด้วย

อารมณ์ต่าง ๆ เช่น โกรธ ตกใจ ตื่นเต้น เหล่านี้ทำให้เกิดอาการเบาหวานขึ้นได้ชั่วคราวเหมือนกัน เพราะระหว่างที่เกิดอารมณ์ต่างๆ นั้นขึ้น น้ำตาลจะถูกขับออกมาอย่างมากจากตับและกล้ามเนื้อ จนกระทั่งอาจออกมากับน้ำปัสสาวะ
ระดับน้ำตาลในเลือด
โดยปกติแล้ว น้ำตาลในเลือดจะมีอยู่เป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งคงที่เสมอตลอดเวลา ถ้าหากจำนวนหรือเราจะเรียกว่าระดับของน้ำตาลนั้นเพิ่มขึ้น เช่น ภายหลังอาหาร น้ำตาลก็จะถูกเปลี่ยนแปรสภาพเป็นไกลโคเจนที่นำไปเก็บไว้ในตับและกล้ามเนื้อ แต่ถ้าหากระดับของน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงกว่าปกติเมื่อใด ร่างกายก็จะเปลี่ยนไกลโคเจนจากตับ และกล้ามเนื้อออกมาเติมลงในกระแสเลือดให้มีน้ำตาลอยู่ในระดับปกติคงที่ต่อไป

ดังนั้น ในการที่เราจะทราบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของคนปกตินั้นมีค่าเท่าใด แพทย์จึงมักจะเจาะเลือดจากเสื้อเลือดดำที่แขนออกมาตรวจหาจำนวนน้ำตาลนั้น และจะเจาะเลือดในตอนเช้าตรู่ก่อนเวลาอาหาร

ในคนปกตินั้น ระดับของน้ำตาลในเลือดคิดเฉลี่ยแล้วในเลือดจำนวน 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะมีน้ำตาลกลูโคสอยู่ประมาณ 100 มิลลิกรัม แพทย์จะเขียนบอกระดับน้ำตาลในเลือดว่ามี 100 มก.% และระดับน้ำตาลนี้จะไม่ควรเกินกว่า 120 มก.% ซึ่งในระดับเช่นนี้ไตจะไม่ขับน้ำตาลในเลือดออกเลย คือ สามารถจะกรองเอาน้ำตาลที่ออกมาน้ำปัสสาวะนั้นซึมกลับคืนเข้าสู่กระแสเลือดได้ แต่ถ้าระดับสูงขึ้นเกินกว่า 130 มก.% น้ำตาลที่ออกมาจะเกินสมรรถภาพของไตที่จะดูดกลับได้ จึงมีน้ำตาลบางส่วนออกมากับปัสสาวะ ความรู้เช่นนี้เราอาจทดลองได้แม่แต่ในคนปกติ โดยการฉีดน้ำตาลจำนวนมาก ๆ เข้าสู่กระแสเลือดก็อาจมีน้ำตาลออกมาในปัสสาวะได้ เพราะร่างกายเก็บหรือใช้น้ำตาลนั้นไม่ทัน โดยระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วมาก ด้วยเหตุนี้ในการเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจึงทำให้ทราบได้ว่า ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากเพียงใด เป็นเบาหวานหรือไม่ และเป็นมากน้อยแค่ไหน
คนไข้ที่เป็นเบาหวานมีอาการอย่างไร
ในรายที่เป็นใหม่ ๆ หรือเป็นน้อย เบาหวานอาจไม่แสดงอาการแต่อย่างใดที่ชัดเจนสังกตุได้ชัดเลย มีหลายรายที่ตรวจพบว่าเป็นโรคเบาหวาน เพราะบังเอิญไปตรวจพบเข้าโดยเป็นโรคอื่นและไปหาแพทย์ และแพทย์ได้ทำการตรวจอย่างละเอียดจึงได้พบเข้า ฉะนั้นบางคนอาจเป็นเบาหวานโดยตนเองไม่ทราบก็ได้ น้ำหนักความอ้วนหรือความผอมใด ๆ มิได้เป็นลักษณะอาการโรคเบาหวานในตอนที่เป็นใหม่ ๆ หรือเป็นเพียงเล็กน้อยเลย

ต่อเมื่อเป็นมาก ๆ อาการต่างๆ จึงปรากฏชัดเจนขึ้น จะเริ่มต้นโดยสังกตตนเองได้ว่ามีการถ่ายปัสาวะบ่อย และมีจำนวนมากขึ้น เป็นเหตุให้กระหายน้ำ และดื่มน้ำมาก ๆ ในตอนที่บางคนสังเกตพบว่าปัสสาวะที่ตนถ่ายไว้นั้นมีมดมาตอม และบางคนถึงกับชิมปัสสาวะตนเองรู้สึกมีรสหวาน จะรู้สึกหิวบ่อย ๆ และรับประทานอาหารจุ มีบางรายที่ชอบอาหารพวกหวาน ๆ มากขึ้น พวกคนที่อ้วนถ้าหากได้ชั่งน้ำหนักจะเห็นว่าน้ำหนักลดลง และคนที่มีรูปร่างผอมจะมีน้ำหลักลดลงมากยิ่งขึ้น ดังนั้น อาการที่เด่นชัดนั้นก็จะมี 3 ประการ คือ รับประทานอาหารจุด 1 ดื่มน้ำมาก และกระหายน้ำบ่อย ๆ 1 และปัสสาวะมาก 1

คนที่เป็นเบาหวาน จะมีอาการอื่นร่วมไปด้วยอีกหลายอย่างที่ผิวหนังจะมีอาการคัน โดยปราศจากผื่นคัน คันตามผิวหนังทั่ว ๆ ไป ในผู้หญิงอาจมีอาการคันที่บริเวณของลับ ตาฝ้าฟางลง มีต้อกระจกหรือเกิดการอักเสบของม่านตา หลายรายมักจะมีอากาการชาตามปลายมือปลายเท้า หรือผิวทั่ว ๆ ไปของร่างกาย อันเกิดขึ้นเนื่องจากเกิดมีการอักเสบของปลายประสาท ความคิดอ่านต่าง ๆ อาจเสื่อมลงและคนไข้จะมีอาการอ่อนเพลียลงทุกที

โรคแทรกเกิดจากการที่น้ำตาลในกระแสเลือดมีระดับสูงมาก บริเวณเซลล์ของอวัยวะต่างๆ  ก็ย่อมจะชุ่มฉ่ำอยู่ด้วยน้ำตาล โรคแทรกที่สำคัญและทำให้เกิดอันตรายต่อคนไข้จึงมักเกิดขึ้นได้ง่าย คนไข้มักเกิดฝีเล็ก ๆ ได้บ่อย แต่ที่เป็นอันตรายก็คือ การเกิดฝีฝักบัวขึ้น โดยเชื้อหนองต่าง ๆ เมื่อได้เข้าสู่บาดแผลข่วนเกาเพียงเล็กน้อย ก็จะเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพราะตามเนื้อต่าง ๆ นั้นมีน้ำตาลชุ่มชื้นพอที่จะใช้เนื้อหนังนั้นเป็นที่เพาะเชื้อให้เจริญมากขึ้น อีกทั้งความต้านทานต่อโรคต่าง ๆ ของคนไข้เบาหวานน้อยลงมาก ฝีกฝักบัวจึงเกิดขึ้นได้โดยง่าย และอาจมีหลาย ๆ หัว

พิษจากการเกิดอักเสบของฝีฝักบัว การเน่าตายลงของเนื้อที่เกิดเป็นฝีฝักบัว การมีเชื้อเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือด และเพิ่มแพร่ะกระจายเชื้อต่างๆ ที่ปล่อยน้ำพิษของมันเข้ากระแสเลือด ทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ จนถ้าหากมิได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็อาจทำให้คนไข้ตายได้

ที่จะพบได้บ่อย ๆ เกี่ยวกับโรคแทรกของคนไข้ที่เป็นเบาหวานอีกอย่างหนึ่ง คือการเกิดเน่าตายลงของมือหรือเท้า ที่เท้านั้นเรายังจะพบได้บ่อย ๆ เมื่อมีบาดแผลเพียงเล็กน้อย เช่น ตัดเล็บเท้าแล้วเกิดมีแผลขึ้น หรือการเดินสะดุดเกิดเป็นแผลของนิ้วเท้า หรือเพียงแต่บาดแผลที่ถูกร้องเท้ากัดพองและแตกเป็นแผล บาดแผลเหล่านี้จะลุกลามเร็วมาก เมื่อเกิดมีเชื้อหนองต่าง ๆ ตกลงในแผล แผลจะลามใหญ่ขึ้นจนเกิดการเน่าของมือหรือเท้านั้นอย่างรวดเร็วมากจนเกิดเป็นเหตุให้จะต้องรีบตัดแขนหรือขาข้างนั้นเพื่อช่วยชีวิตคนไข้เอาไว้

ได้พูดมาตอนต้น ๆ แล้วว่า อาหารต่าง ๆ จำพวกไขมันและจำพวกเนื้อนั้น จำนวนต้องอาศัยน้ำตาลกลูโคสในการทำให้เกิดการเผาไหม้ จนเกิดเป็นกำลังงานขึ้น และมีการย่อยลงไปจนถึงที่สุด ในเบาหวาน แม้จะมีน้ำตาลอยู่ระดับสูงแต่น้ำตาลไม่สามารถถูกใช้ได้ เพราะขาดอินซูลิน การเผาผลาญพวกไขมันและพวกเนื้อก็ไม่สิ้นสุดลงไปจนถึงที่สุด อาหารที่ย่อยมิได้ถึงที่สุดนี้ก็จะกลับเป็นวัตถุที่เป็นพิษขึ้น เรียกกันว่า “คีโตน” ซึ่งจะทำให้เกิดอาการที่สำคัญมากในการเกิดพิษนี้ เมื่อคีโตนได้เพิ่มมากขึ้น ๆ ในกระแสเลือด เราเรียกภาวะที่มีคีโตนเกิดขึ้นในเลือดมาก ๆ นี้ว่า ภาวะคีโตซีส ซึ่งจะเป็นภาวะทำให้คนไข้หมดสติทุกประการ (โคม่า) และตายได้

เมื่อเริ่มต้นภาวะคีโตซีส อาการของคนไข้เบาหวานจะเปลี่ยนไปโดยมีอาการอ่อนเพลียมากขึ้น เบื่ออาหารมีคลื่นไส้และอาเจียน รู้สึกหัวใจเต้นแรงชีพจรเร็ว การหายใจจะรู้สึกมีกลิ่นผิดปกติหายใจหอบถี่และลึก มีไข้แล้วหมดสติ และในที่สุดตายได้

เบาหวาน



จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นเบาหวาน
อาการต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว นับได้ว่าพอจะมีส่วนช่วยบอกให้เกิดความสงสัยได้ว่าเป็นโรคเบาหวาน แต่เพียงทราบอาการดังกล่าวก็หาบอกได้ทันทีว่าเป็นโรคเบาหวานไม่ เพราะอาการต่าง ๆ อาจเป็นอาการของโรคหลายอย่างได้เหมือนกัน การจะบอกได้ว่าเป็นเบาหวานแน่นอนก็ต่อเมื่อทำการตรวจน้ำปัสสาวะพบว่ามีน้ำตาล แล้วทำการตรวจเลือดพบระดับของน้ำตาลมีสูงกว่าปกติ

สำหรับการตรวจปัสสาวะแล้วพบน้ำตาล ก็มิใช่จะลงความเห็นได้ทันทีว่าเป็นเบาหวาน จะต้องพิจารณาถึงเหตุอื่นบางประการ ที่ทำให้มีน้ำตาลออกมาในปัสสาวะได้เหมือนกันเช่น การฉีดน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ๆ เข้าเส้นเลือด การมีสมรรถภาพของไตในการที่จะเก็บน้ำตาลกลับคืนสู่กระแสเลือดได้ไม่ดีพอ ยังมีโรคบางโรคของต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ที่อาจทำให้มีน้ำตาลออกมาในน้ำปัสสาวะได้ เช่น โรคของต่อมไทรอยด์ โรคของต่อมปิตูอิตารี เป็นต้น ในสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ ๆ ขณะที่นมคัดมาก ๆ อาจมีน้ำตาลจากน้ำนมที่ไหลกลับเข้าสู่กระแสเลือดและขับออกมาทางปัสสาวะ ก็อาจจะตรวจพบปัสสาวะมีน้ำตาล ดังนี้ การตรวจปัสสาวะเพียงครั้งเดียวและพบน้ำตาล จะลงความเห็นว่าเป็นเบาหวานเลยนั้นไม่ได้ ต้องตรวจหลายครั้งและต้องพิจารณาตรวจอย่างอื่น ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดย่อมจะมีความสำคัญยิ่งกว่าการตรวจน้ำปัสสาวะแต่อย่างเดียว เพราะจะทำให้ทราบว่าเป็นเบาหวานจริงหรือไม่ และเป็นมากหรือน้อยเพียงใด
แพทย์ให้การบำบัดรักษาเบาหวานอย่างไร
การรักษาเบาหวานนั้น การบำบัดมีหลัก 3 อย่าง คือ การจำกัดอาหารอย่างหนึ่ง การใช้ยารักษาอย่างหนึ่ง กับการออกกำลังกายอีกอย่างหนึ่ง

ในการที่จะรักษาจะต้องคำนึงถึงว่า คนไข้ที่เป็นเบาหวานนั้นเป็นชนิดที่เป็นน้อยหรือมากพอควร หรือเป็นมาก

การรักษาเบาหวาน ไม่สามารถที่จะทำการรักษาให้หายโดยเด็ดขาดได้ แต่การรักษาก็เพื่อจะให้อาการต่างๆ  บรรเทาลงได้อย่างมาก คือ จากเป็นมากมาให้เป็นน้อยที่สุด ดังนั้น การตรวจน้ำปัสสาวะอยู่เสมอ ๆ จึงเป็นวิธีการที่สำคัญและจำเป็นในการรักษา เพื่อว่าจะได้จำกัดอาหารได้ถูกต้อง และใช้ยาได้ถูกขนาดว่าควรเพิ่มหรือลดลงแค่ไหน

การจำกัดอาหาร ถือว่าเป็นหลักสำคัญในการรักษา เพราะไม่จำเป็นจะต้องพึ่งยากินรักษาเบาหวาน หรือยาฉีดอินซูลินอยู่ตลอดไป ดังนี้ การปฏิบัติตนและการกวดขันเรื่องอาหารเป็นสิ่งที่แพทย์จะแนะนำให้เสมอ โดยที่อาหารจำพวกแป้งทำให้เกิดน้ำตาลได้ทั้งหมด อาหารเบาหวานจึงเป็นอาหารที่จำกัดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ แต่การจำกัดอาหารนั้นก็จำเป็นจะต้องคำนึงถึงการได้อาหารที่จะให้กำลังแก่ร่างกายได้เพียงพอ จึงเป็นการยุ่งยากมากเหมือนกันในการที่จะให้อาหารที่ถูกต้องถ้าหากจะต้องรักษาตัวอยู่กับบ้าน ฉะนั้นการจำกัดอาหารนั้น จึงจำต้องคอดติดต่อรับคำแนะนำและตรวจอาการต่าง ๆ จากแพทย์อยู่เสมอ หรือไม่ก็ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

เรื่องโรคติดเชื้อต่าง ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างหนึ่ง ถ้าหากเกิดมีโรคใด ๆ ขึ้นในคนไข้เบาหวาน จะทำให้อาการของโรคนั้น ๆ ยิ่งรุนแรงมากขึ้น เพราะความต้านทานต่อโรคต่าง ๆ ในคนเป็นเบาหวานมีน้อยกว่าปกติมาก การรักษาโรคที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่จะต้องรีบรักษาให้หายไปโดยเร็วที่สุด

การใช้อินซูลินนั้น จะใช้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น มีหลายคนที่พากันคิดว่าการฉีดอินซูลิน ก็เพื่อจะให้คนไข้เบาหวานไม่ต้องห่วงกังวลถึงเรื่องอาหาร จะได้รับประทานอาหารอย่างใดก็ได้เต็มที่ ความมุ่งหมายของการใช้อินซูลินก็เพียงเพื่อว่าช่วยจัดระดับของน้ำตาลในเลือดให้ลดต่ำลงมา แล้วจะได้รักษาโดยใช้วิธีจำกัดอาหารต่อไปเท่านั้น

การใช้ยาฉีดอินซูลิน ก็มีความยุ่งยากลำบากอยู่เหมือนกัน เพราะจะต้องคิดคำนวณขนาดที่จะใช้ให้ถูกต้อง การให้โดยมิได้คำนึงถึงขนาด ถ้าหากให้น้อยเกินไปก็มิได้ผลเท่าใดนัก แต่ถ้าหากให้เกิดขนาดไป อินซูลินใช้น้ำตาลในเลือดมากและเร็ว ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะลดต่ำลงรวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำลงเป็นอันตรายเหมือนกัน

ภาวะที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง เมื่อใช้อินซูลินมากเนขนาดไปนั้น จะปรากฏอาการขึ้นหลังฉีดราว 4 - 6 ชั่วโมง คนไข้จะรู้สึกใจสั่นหวิว ๆ ใจเต้นแรง เหงื่อออก ผิวหนังซีด ตัวเย็น มือและตัวสั่น หอบตื้น ๆ ชักกระตุกและมีอาการช็อค ซึ่งถ้าไมได้รับการแก้ไขทันท่วงทีก็อาจตายได้เหมือนกัน

มีคนไข้หลายรายที่ได้รับอินซูลิน ทั้ง ๆ ที่ให้ขนาดอย่างถูกต้องตามคิดคำนวณให้ และคนไข้เองก็ได้ปฏิบัติตนถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ทุกประการ น้ำตาลในปัสสาวะและในเลือดก็ยังคงสูงอยู่ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องค้นหาสาเหตุ และคิดถึงว่าอาหารที่ให้คนไข้นั้นยังให้เป็นจำนวนมากเกินไปหรือไม่ มีโรคติดเชื้ออื่น ๆ อยู่หรือเปล่า เช่น ฝีเล็ก ๆ หรือฝีฝักบัว หรือโรคอื่นใดก็ตามที่ทำให้มีไข้ คนไข้ได้ออกกำลังกายหรือปฏิบัติงานของตนตามปกติหรือไม่ เพราะถ้าไม่ได้ออกกำลังหรือทำงานใด ๆ เลย ร่างกายก็มิได้ใช้น้ำตาลมากตามสมควร นอกจากนั้นอารมณ์ต่าง ๆ และความทุกข์ ร้อนในใจ ถ้าหากมีมาก จะทำให้น้ำตาลถูกขับออกจากตับมาก น้ำตาลก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเหตุจึงจำต้องใช้อินซูลินเพิ่มขนาดขึ้นไปอีก

การรักษาเบาหวานนั้นไม่เพียงแต่ยุ่งยากลำบากดังกล่าว การที่จะรักษาให้จำนวนน้ำตาลลดลงมาอยู่ในระดับที่มีอาการน้อยมาก มิใช่จะกระทำได้ในเวลาอันสั้นเพียง 2 – 3 วัน สาเหตุอื่นและสิ่งแวดล้อมจะต้องนำมาคิด เพื่อการบำบัดให้ถูกต้องสมบูรณ์อีกด้วย จะต้องคิดถึงอายุ เพศ น้ำหนัก สิ่งแวดล้อม การครองชีพ
ต่าง ๆ และเหตุอื่น ๆ อีกหลายประการ จึงจะให้การบำบัดเป็นผลอันพอใจได้
ฝีฝักบัวกับโรคเบาหวาน
ฝีฝักบัวเป็นฝีชนิดที่รุนแรงมากยิ่งกว่าฝีธรรมดาอื่นๆ  จะเกิดมีการเน่าตายของผิวหนัง ไขมัน
ใต้ผิวหนัง และอาจเน่าตายลงไปถึงชึ้นกล้ามเนื้อ เกิดขึ้นเนื่องจากเชื้อจำพวกที่ทำให้เกิดหนอง มักจะเกิดในคนที่ร่างกายอ่อนแอเพราะโรคใด ๆ ก็ตาม แต่ฝีฝักบัวกับโรคเบาหวานชอบที่จะเกิดเป็นโรคคู่กันไปอยู่เสมอ เพราะการเกิดผื่นคัน การเกา การถลอก การเป็นแผล เพียงเล็กน้อย เชื้อต่าง ๆ ก็เข้าสู่แผล ทำให้เกิดเป็นฝีหัวเล็ก ๆ  หลายหัวรวมกันขึ้น และโดยเหตุที่พวกเป็นโรคเบาหวานความต้านทานต่อโรคต่าง ๆ มีต่ำลง อีกทั้งเลือดมีน้ำตาลมาก เหมาะที่เชื้อนั้นจะใช้เป็นอาหารให้มันเจริญเพิ่มขึ้นได้มาก ๆ นั่นเอง ฝีฝักบัวจึงมักเกิดขึ้นในพวกคนไข้เบาหวาน

ฝีฝักบัว คือ ฝีหัวเล็ก ๆ หลายหัวรวมกันขึ้น อาจเกิดที่ใด ๆ ก็ได้ แต่ที่ชอบเกิดได้มาก ๆ ก็คือ แถวต้นคอ และกลางหัง เพราะบริเวณนี้หนังหนา และมีเลือดมาเลี้ยงน้อย

ลักษณะของฝีฝักบัวจะสังเกตุได้ว่าผิดกับฝีธรรมดา ถ้าสังเกตให้ดีฝีฝักบัวจะมีอาณาเขตที่อาจแบ่งเป็น

3 วงด้วยกัน วงในหรือที่ยอดจะเห็นเป็นฝีกเล็ก ๆ จุดขาว ๆ หลายหัว วงกลางที่ถัดออกมารอบ ๆ จะเห็นผิวหนังเป็นสีแดงคล้ำหรือสีม่วง ๆ ซึ่งเป็นบริเวณที่จะเกิดการเน่าหลุดออกมาต่อไป และวงนอกค่อนข้างกว้าง และแข็งเป็นวงฐานของฝีฝักบัวนั้น

ฝีฝักบัวจะนูนสูงขึ้น บวม แดง ร้อน และมีอาการเจ็บปวดอย่างมาก แต่จะแปลกไปกว่าฝีกธรรมดาอยู่อย่างหนึ่ง คือ ตลอดเวลาจะไม่มีการน่วมที่บอกลักษณะของการสุกงอมของฝีเหมือนฝีธรรมดาเลย เมื่อฝีแตกก็หมายถึงว่า เนื้อเน่าของฝีนั้นหลุดออกมาจนเป็นแผลกว้างใหญ่มาก คนไข้มักมีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดศีรษะและเจ็บปวดรุนแรงจนนอนไม่หลับ ถ้ายิ่งมีเชื้อหนองเล็กลอดเข้าสู่กระแสเลือดได้ อาการจะรุนแรงและหนักยิ่งขึ้น

ในปัจจุบันนี้ ยาทำลายเชื้อและยาปฏิชีวนะต่าง ๆ ที่ดีๆ มีมาก การผ่าตัดและตัดเอาเนื้อเน่า ๆ ต่าง ๆ ของฝีออก เป็นวิธีที่ปลอดภัย ยิ่งขึ้นกว่าสมัยก่อน ๆ มาก แต่ถ้าฝีฝักบัวเกิดขึ้นในคนที่เป็นเบาหวานแล้ว การรักษาเบาหวานไปพร้อม ๆ ด้วยเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ

ฝีฝักบัวนั้นผิดกับฝีธรรมดาอีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อหายแล้วมักจะเกิดเป็นแผลใหญ่และกว้างมาก เพราะการเน่าตายของผิวหนังมีมากนั่นเอง

ได้คุยถึงเรื่องเบาหวานมาก็มากพอสมควรแล้ว จึงใคร่ขอบอกกล่าวว่าการเป็นเบาหวานนั้น แม้จะรักษาให้หายขาดมิได้โดยเด็ดขาดก็จริง แต่ก็มิใช่ว่าจะตื่นตระหนกตกใจเกินควร จนเป็นเหตุให้คิดมากเกิดอารมณ์ต่าง ๆ ผิดปกติขึ้น เพราะคนที่เป็นเบาหวานนั้น ถ้าหากรู้จักปฏิบัติตนให้ถูกต้องก็ย่อมจะมีชีวิตยืนยาว และเป็นปกติสุขได้เช่นคนปกติอื่น ๆ เบาหวานสามารถที่จะรักษาให้อาการลดน้อยลงไปได้ คือ ควบคุมได้จนเกือบจะเหมือนกับคนปกติทั้งหลายอารมณ์ที่ผิดปกติต่าง ๆ ความตื่นตกใจ ความหวาดระแวงต่าง ๆ นั้น ทำลายชีวิตคนเรามาเป็นจำนวนมากยิ่งกว่าตัวโรคเบาหวานเสียอีก

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง