Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ดีท็อกซ์ แต่ละวิธีมีประโยชน์และวิธีการต่างกันอย่างไร

ดีท็อกซ์ แต่ละวิธีมีประโยชน์และวิธีการต่างกันอย่างไร

จำนวนคนดู 335 คน | เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ค. 2558 เวลา 11:03 น.

ดีท็อกซ์ นั้นอย่างที่เคยเล่าไว้แล้วแหละครับว่าคนไข้บางคนมาหาเพื่อขอคำแนะนำในการรักษาอาการเจ็บป่วย จะประกาศดังๆ ก่อนจะพูดกันถึงรายละเอียดของการเจ็บไข้ได้ป่วยว่า “จะให้ทำอะไรยอมทำทั้งนั้น ยกเว้นการทำดีท็อกซ์” เมื่อถามว่าเพราะอะไรจึงไม่ทำบางคนตอบแบบสุภาพแต่มีท่าทีว่า “เพราะยังไม่พร้อม” บางคนบอกว่ากลัวเจ็บ บางคนว่าสกปรกและทำอะไรสัปดนก็ไม่รู้

เอาท่อมาเสียบก้น คนเหล่านี้อธิบายทางวิชาการอย่างละเอียดเท่าใดก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ยอมฟัง และไม่ยอมเข้าใจ หลายคนยังเข้าใจว่าทำดีท็อกซ์นั้นมีวิธีเดียวคือการเสียบก้นเท่านั้น ก็เลยขอถือโอกาสอธิบายเสียตอนนี้เลยว่า การทำดีท็อกซ์นั้นมีหลายวิธีแต่ละวิธีมีประโยชน์และวิธีทำต่างกัน และต้องขอย้ำไว้ก่อนจะอธิบายต่อไปว่า การทำดีท็อกซ์นั้นบางทีทำวิธีเดียวก็ได้ แต่บางครั้งก็ต้องทำหลายวิธี และบางคนก็ต้องทำทุกๆ วิธีพร้อมกัน สุดแต่ว่าคุณผู้อ่านนั้นมีท็อกซินในตัวมากน้อยเพียงไร

การอบตัว การอบตัวเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยระบายท็อกซินออกจากตัวได้จะใช้วิธีแบบไหนก็ได้ แล้ว

แต่ความชอบใจและติดใจในวิธีต่างๆ เหล่านั้นมากน้อยเพียงไร การอบตัวก็คือการใช้ความร้อน จะเป็นการอบแห้งหรืออบเปียกก็ได้

อบแห้ง  ก็คือมีห้องอบแบบซาวน่าใช้ความร้อนแบบฮีทเตอร์ไฟฟ้า หรือจะใช้การเผาถ่านภูเขาไฟให้ร้อน ข้อควรระวังก็คือ ต้องระวังว่าในห้องอบนั้นมีรูระบายควันหรือระบายความร้อนหรือไม่ บางคนทำห้องอบซาวน่าแบบง่ายๆ หรือสุกเอาเผากิน อบด้วยฟืนหรือถ่าน ไม่มีช่องระบาย ในห้องมีแต่ควันหรือคาร์บอนไดออกไซด์เต็มไปหมด อยู่เพียงไม่กี่นาทีมีหวังเป็นลมหัวใจวายตาย ระวังให้มาก

อบแห้ง  คืออบไอน้ำ ใช้หม้อต้มนอกห้องแล้วปล่อยไอน้ำเข้ามาให้ความร้อนในห้อง ทำให้เหงื่อออกท่วมตัวผสมกับไอน้ำเปียกๆ บางแห่งทำเป็นห้องอบสมุนไพร ต้มหม้อสมุนไพรนอกห้อง แล้วปล่อยไอน้ำมาแบบเดียวกัน อ้างกันว่าสมุนไพรที่ต้มส่งความร้อนเข้ามานั้นเป็นตัวยาอย่างดีทำให้หายป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บดีนัก ข้อสังเกตก็คือว่า การอบนั้นต้องการความร้อนมาช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดทั่วตัวดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ความร้อนก็ทำให้เหงื่อออกโซมและเป็นการระบายท็อกซินออกทางผิวหนัง เพราะฉะนั้น ความร้อนที่หมุนเวียนได้ดี น่าจะสำคัญกว่าตัวยาสมุนไพรกระมัง

การนวด  หลายแห่งทำห้องอบควบไปกับการทำสปา แล้วมักจะตามด้วยการนวด การนวดมี

หลายแบบ นวดจับเส้นแก้การเจ็บป่วยและปวดเมื่อย บางแห่งเป็นการนวดสบายๆ ร่วมกับท่าดัดตน ผมว่าการนวดเป็นการบำบัดที่ดี (ถ้าคนนวดนวดเป็นและเป็นหมอนวดที่มีความรู้) ฉะนั้น ถ้าใช้การนวดผสมกับการอบตัว การนวดก็คงจะต้องช่วยเน้นการหมุนเวียนของโลหิตให้ดีขึ้นรวมทั้งนวดเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบางส่วนกระชับแน่นขึ้น และสามารถช่วยให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อคล่องตัวขึ้นด้วย

การออกกำลังกาย  เคยพูดไว้บ่อยเหลือเกินว่า ทุกคนควรออกกำลังกายจะเล่นกีฬาหรือออก

กำลังกายร่วมกับการบริหารร่างกายอย่างไรก็ได้ แต่การออกกำลังกายทุกแบบจะต้องได้เป้าหมายสำคัญคือต้องให้ได้ Peak

Peak แปลว่า ยอดหรือสุดยอดสูง อย่างเช่น Peak of Exercise ก็คือสุดยอดของอาการ 3 อย่าง คือ 1. หัวใจเต้นแรง  2. ชีพจรเต้นสูงถึง 120 – 140 ครั้งต่อหนึ่งนาที และ 3. เหงื่อออกโซมตัว  นี่คือสุดยอดของการออกกำลังกายเมื่อได้ขึ้นถึง Peak หรือสุดยอดของการออกกำลังกายแล้ว สิ่งวิเศษสุดที่จะตามมาก็คือ ต่อมพิทูดิทารีซึ่งเป็นต่อมใต้สมองก็จะหลั่ง Growth Hormone หรือ GH ออกมา

GH นี้เป็นยาวิเศษซึ่งอยู่ในตัวของคุณเอง ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องทำ หลั่งออกมาแล้วคุณก็จะมีแรง สดใส สดชื่น สรุปก็คือ ยิ่งออกแรงยิ่งมีแรง ฉะนั้นการออกกำลังกายถึง Peak นอกจากทำให้การหมุนเวียนของเลือดทั่วร่างกายดีขึ้นแล้ว ท็อกซินก็จะถูกระบายออกมา ระบบอื่นๆ เช่น ระบบหายใจ ระบบปราสาททำงานดีขึ้น แถมได้ยาวิเศษอย่าง GH ออกมาช่วยให้ชีวิตดีขึ้น สดชื่นขึ้น แข็งแรงมากขึ้นอีก

ทำความสะอาดถุงดีท็อกซ์



การดื่มน้ำเอนไซม์ (Enzyme) หรือดื่มน้ำสมุนไพร การคั้นน้ำเอนไซม์ดื่ม เช่น น้ำคั้นจากแค-

รอท และน้ำคั้นจากเซเลอรี่ (ต้องแยกกันคนละแก้ว คนละวัน อย่าเอาผสมกันเป็นแก้วเดียว) น้ำแครอทจะช่วยให้การหมุนเวียนของ Portal Vein จากตับไหลเวียนได้ดีขึ้นน้ำเซเลอรี่จะช่วยให้การหมุนเวียนของเส้นเลือดแดงดีขึ้น  น้ำสมุนไพร เป็นน้ำต้มเดือดจากลูกใต้ใบ (ขมมากหน่อย แต่ดื่มเป็นชาสมุนไพรได้) ช่วยทำให้การหมุนเวียนของเส้นเลือดจากตับดีขึ้น ช่วยทำให้ตับสะอาดขึ้นด้วย

การทำสมาธิและการบริหารวิธีหายใจที่ถูกต้อง  การทำสมาธิเพื่อสร้างความสงบของใจ และทำ

ให้ร่างผ่อนคลายหรือ Relax ช่วยให้เกือบทุกระบบของร่างกายทำงานดีขึ้น การหายใจที่ถูกต้องช่วยให้สมาธิแน่วแน่มั่นคงขึ้น ทำให้จิตใจสงบ และถ้าสามารถควบคุมสมาธิจนกระทั่งเป็นสมาธิที่ลึกและนิ่งจริงๆ จะช่วยทำให้ GH หลั่งออกมาอีกเช่นกัน ทำให้ได้ยาวิเศษและเท่ากับได้ประโยชน์ 2 ชั้น การทำสมาธิแบบนี้จะช่วยบังคับให้การทำงานภายในของร่างกายดีขึ้นอย่างมหัศจรรย์ด้วย เช่นเราสามารถจะบังคับให้การย่อยอาหารดีขึ้น การขับถ่ายดีขึ้น และระบบบางอย่างเช่นระบบหายในก็ดีขึ้นเช่นเดียวกัน

การฝึกสมาธิแบบสร้าง Relaxation (การผ่อนคลาย) ให้ร่างกายได้อย่างแท้จริงนั้น อยากจะแนะนำให้ลองมาเข้าคอร์สชีวจิตดู เพราะต้องฝึก ต้องหัดและต้องทดลอง จัดคอร์สขึ้นใหม่เมื่อไร จะแจ้งให้ทราบ คอดติดตามประกาศดูให้ดีก็แล้วกัน การทำดีท็อกซ์ด้วยวิธีต่างๆ ยังมีอีกมากมาย แต่อยากจะให้ลองเอาวิธีย่อยๆ เหล่านี้ไปลองปฏิบัติดูเสียก่อน และขอบอกล่วงหน้าว่า การจะสร้างตัวของเราให้เป็นคนใหม่ สุขภาพดีขึ้น สดชื่นขึ้น หรือว่าจะนำเอาเรื่องดีท็อกซ์ไปใช้ในการรักษาร่างกายนั้น จะเอาแต่เพียงดีท็อกซ์อย่างเดียวไม่ได้ จะต้องปฏิบัติวิธีอื่นๆ ให้ได้พร้อมกันไปด้วย เช่น ทำดีท็อกซ์แล้วก็ต้องกินอาหารให้ถูกต้อง (มีสูตรอาหารให้) ต้องปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง (มีสูตรการปฏิบัติตัวต่างหากอีกเช่นกัน) และก็ยังมีสูตรการใช้ยา ใช้วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ อีกต่างหาก ต้องทำทุกอย่างพร้อมๆ กัน ทำให้เป็นโปรแกรมต่อเนื่องเหมือนเส้นลูกโซ่ซึ่งมีห่วงลูกโซ่ห่วงแรกต่อกับห่วงที่  2  3  4... ต่อไปจนจบช่วงของโซ่เส้นยาว ถ้าสนใจก็คงต้องคุยกันอีกยาวแหละครับ จำไว้ว่า ทำแต่ดีท็อกซ์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำให้จบโปรแกรม หรือจบทุกห่วงของลูกโซ่ ให้ได้สายโซ่เต็มเส้นนั่นแหละ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง