Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > วิตามินอี คุณค่าเพื่อความงามและสุขภาพดีจากธรรมชาติ

วิตามินอี คุณค่าเพื่อความงามและสุขภาพดีจากธรรมชาติ

จำนวนคนดู 648 คน | เผยแพร่เมื่อ 18 พ.ค. 2558 เวลา 22:53 น.

วิตามินอี ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นวิตามินชะลอแก่ เพราะวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพอนุมูลอิสระหรือของเสียที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของร่างกายเป็นตัวการทำลายเซลล์สำคัญต่างๆ  ของร่างกาย  ไม่ว่าจะเป็นสมองหัวใจ  ตับ  ทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ  การผลัดเปลี่ยนฟื้นฟูเซลล์ใหม่ทำได้ช้าลง  ผลที่ตามมาก็คือ  สุขภาพทรุดโทรมเร็ว  ผิวดูแห้งกร้านหมองคล้ำ  ขาดชีวิตชีวา
อนุมูลอิสระเกิดจากหลายสาเหตุรอบตัวเรา  ไม่ว่าจะเป็นแสงอัลตราไวโอเลต  มลพิษทางอากาศ  สารเคมีต่างๆ  และปัจจัยภายในร่างกายอย่างกระบวนการเผาผลาญอาหารก็ทำให้เกิดอนุมูลอิสระได้  สังเกตได้ว่าใครที่ต้องใช้ชีวิตผจญอยู่กับสิ่งเหล่านี้  สุขภาพมักจะไม่ค่อยดี  และดูแก่เกินอายุ

ดังนั้นประโยชน์หลักของวิตามินอี  คือ  ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระปกป้องผนังหลอดเลือดหัวใจไม่ให้ตีบตัน ช่วยป้องกันโรคหัวใจป้องกันเลือดแข็งตัวผิดปกติ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เซลล์ป้องกันโรคสมองเสื่อม โรคตับ และเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายทั้งยังให้ความชุ่มชื้นกับผิว ยับยั้งการระคายเคืองต่อผิว ลดและบรรเทาการอักเสบได้

สำหรับคนที่อายุ 25 ปี ขึ้นไปต้องการวิตามินอีอย่างน้อยวันละ 200 – 400 ยูนิต  เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายจะสร้างอนุมูลอิสระมากกว่าปกติและไม่สามารถกำจัดได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ  ผู้ที่อยู่ในครอบครัวที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจตีบ  ผู้ที่สูบบุหรี่จัด  ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์  และกินอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ  ถ้าคุณเข้าข่ายอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้  จำเป็นต้องได้รับวิตามินอีเป็นประจำ

วิตามินอี เป็นวิตามินที่มีความปลอดภัยสูง เพราะในขณะนี้ ยังไม่เคยพบรายงานถึงผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เห็นได้จากคนป่วยโรคอัลไซเมอร์รับประทานวิตามินอีวันละ  2,000  ยูนิต  ติดต่อกัน  2  ปี  ก็ยังไม่พบผลข้างเคียง

วิตามินอี



วิตามินอีละลายในไขมัน มีอยู่ตามธรรมชาติ ในน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดทานตะวัน รวมทั้งไข่แดง นม เนย เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืช ข้าวซ้อมมือ และถั่วต่างๆ

การกินอาหารเพื่อให้ได้รับวิตามินอี  200  ยูนิต  คุณอาจจะต้องรับประทานน้ำมันดอกคำฝอยถึง  300  กรัม  ซึ่งอาจจะทำให้คุณได้รับน้ำมันมากเกินไป  ปัจจุบันได้มีการผลิตวิตามินอีให้อยู่ในรูปแคปซูลซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้คุณได้วิตามินอีมาก โดยไม่ต้องห่วงเรื่องปริมาณไขมัน ทั้งยังสะดวกและประหยัดอีกด้วย

การเลือกรับประทานวิตามินอี  เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากวิตามินอีอย่างเต็มที่  ควรเลือกวิตามินอีที่ได้จากธรรมชาติ เนื่องจากร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ และสามารถออกฤทธิ์ต่อร่างกายได้มากกว่าชนิดสังเคราะห์ และหากต้องการรับประทานเพื่อให้ได้ผลในการป้องกัน ควรรับประทานวันละ 200 - 400 >ยูนิต

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง