Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > กังวล จนเกินเหตุ อาการกังวล คิดมาก

กังวล จนเกินเหตุ อาการกังวล คิดมาก

จำนวนคนดู 1927 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 14:47 น.

กังวล จนเกินเหตุ หรือวิตกจริต คือ อาการกังวล คิดมาก คาดการณ์ว่าสิ่งที่ไม่ดีจะเกิดขึ้น เช่น หุ้นตก รถติด ของขึ้นราคา เศรษญกิจไม่ดี หรือเจ็บไข้ได้ป่วย ในบางครั้งอาการวิตกจริตกังวลก็เป็นประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น การป่ล่อยฮอร์โมนอะดีนัลในเวลาที่เรากังวลจะช่วยให้ประสาทสัมผัสทำงานรวดเร็วขึ้น ช่วยกระชับกล้ามเนื้อ และยังช่วยให้หลอดหัวใจเพิ่มการสูบฉีด

นอกจากนี้ยังช่วยให้เรามีการเตรียมตัว เตรียมพร้อม เพื่อรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น จึงทำให้รับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่อาการวิตกจริตก็ไม่ได้ดีไปทุกด้าน เพราะเมื่อคนเรามีความวิตกกังวลมากเกินไปจะทำให้เกิดการตีโพยตีพาย ตีตนไปก่อนไข้ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่งถือเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่ง ปัจจุบันมีคนจำนวนมากต้องตกอยู่ในภาวะวิตกกังวลมากเกินไปทำให้ปิดกั้นกักขังตัวเองอยู่ภายใต้ความกลัวจนไม่เป็นอันทำอะไร

สิ่งที่เกี่ยวพันกับระบบร่างกาย

จิตใจและร่างกายของคนเรานั้นเปรียบเสมือนของคู่กันจนแยกไม่ออก ถ้าเกิดความผิดปกติขึ้นกับส่วนใดส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็จะเกิดผลกระทบไปด้วย

ความวิตกจริตมักถูกกระตุ้นจากความเครียด ซึ่งความเครียดนั้นทำให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอโมน 2 ชนิดออกมา คือ อะดรีนาลีน (Adrenaline) และ คอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมน 2 ชนิดนี้ทำให้เกิดความรู้สึกต้องการต่อสู้หรือยอมแพ้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก วีวิตของคนเราถ้าต่อสู้กับความวิตกกังวลก็จะทำให้เกิดการพัฒนา เกิดความต้องการที่จะเอาชนปัญหา แต่ถ้าเรายอมแพ้ต่อความวิตกกังวล ปล่อยให้ความวิตกกังวล ปล่อยให้ความวิตกกังวลเป็นนาย ก็จะอยู่อย่างไม่มีความสุข และมีแต่ความเครียค

อย่างไรก็ตาม ร่างกายของมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรับความกดดันที่มากเกินไป เพราะฉะนั้นเมื่อวิตกกังวลมากก็จะเกิดความเครียค ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น เวียนหัว โรคหัวใจ มะเร็ง สำหรับความเครียดในผู้หญิงจะทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ส่วนในผู้ชายนั้นทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ท้องเสีย หรือทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ความเครียดยังทำให้เกิดอาการท่อปัสสาวะอักเสบ เป็นสิว อาจทำให้ผมร่วง ศีรษะล้าน เกิดแผลพุพองในปาก คอเลสเตอรอลสูง สำคออักเสบเป็นต้น

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเครียดหรือกังวลมากเกินไป?

ผลก็ค่อยต่อมหมวกไตอ่อนแอลงไม่สามารถผลิตอะดรีนาลีนหรือคอร์ติซอลในปริมาณเพียงพอที่จะรักษาความสมดุลของระดับน้ำในเลือดเมื่อร่างกายต้องการ ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลงผิดปกติ

กังวล


ความวิตกกังวลมีอยู่ทุกหนแห่ง

จากผลวิจัย American Family Physician พบว่าจำนวนของผู้ป่วยอย่างน้อย 20 เปอร์เซนต์นสหรัฐอเมริกาที่มาพบจิตแพทย์ต้องทนทุกข์จากการเป็นโรควิกลจริตเกินไปมากกว่า 19 ล้านคน ซึ่งอาการวิตกังวลนั้นมีหลายประเภทดังนี้

วิตกกังวลทั้วๆไป คือการแสดงออกถึงความกังวล ความตึงเครียดมากกว่าปกติ ซึ่งจะมีผลต่อร่างกาย เช่น ร่างกายลั้นเทา กล้ามเนื้อตึง ไม่ยืดหยุ่น ปวดหัว และเกิดอาการคลื่นเหียนอาเจียน

ตกใจกลัวมากเกินไป เป็นความกังวลที่เกิดจากความกลัว เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกะทันและเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า อาการที่แสงออกทางร่างกาย ได้แก่ เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว หายใจสั้นไม่ต่อเนื่อง และรู้สึกเหมือนจะเป็นลม

ถูกครอบงำจิตใจด้วยความทุกข์ อาการนี้จะเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา และถูกครอบงำด้วยความคิดที่ไม่ต้องการจะคิด และเกิดอย่างไม่มีเหตุผล มักต้องการที่พึ่งทางใจมาก อาจจะเป็นในทางศาสนาก็ได้

ความหวดกลัว คนทุกคนมีความหวาดกลัว แต่คนที่เป็นโรคนี้จะมีความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่เป็นอันตราย หรือไม่สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ในกรณีปกติ มักเกิดจากฝังใจในเหตุการณ์บางอย่าง เช่น กลัวความมืด กลัวที่แคบ กลัวสัตว์บางชนิด หรือแม้แต่กลัวการออกกำลังกาย

ความกังวลต่อการเกิดบาดแผล มักเป็นอาการที่ฝังแน่นในจิตใจ เต็มไปด้วยความกลัวที่จะมีบากแผลปรากฏออกมา และกลัวทุกสิ่งที่อาจทำให้เกิดบาดแผลได้ เช่น กลัวมีด หรือกลัวการผ่าตัด

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าความวิตกหรือความกลัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่?

อาจสังเกตได้ง่ายๆ ถ้าคุณรู้สึกตื่นเต้นสำหรับการไปสอบ หรือไปทำงานในวันแรกถือว่าเป็นปกติ แต่ถ้าคุณรู้สึกไม่อยากออกจากบ้านเพราะกลัวว่าจะไม่ได้กลับบ้านอีก ถือว่าคุณเริ่มมีปัญหาแล้ว

ควบคุมความวิตกกังวลด้วยอาหาร

ถึงแม้อาการวิตกกังวลมากเกินไปจะต้องใช้ผู้รักษาฉะเพาะทางและใช้ยาเฉพาะ แต่การกินอาหารที่ถูกต้องมีส่วนช่วยให้เราควบคุมความกลัวและความวิตกได้มากขึ้น

ผัก มีส่วนประกอบของแคลมเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม นอกจากช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีพลังแล้ว ผักอีกหลายชนิดยังมีวิตามินซีซึ่งรู้กันว่าสามารถต่อต้านความเครียดได้ อีกทั้งช่วยควบคุมการทำงานของระบบไตซึ่งเป็นตัวหลั่งอะดีนารีนที่ช่วยให้สามารถรับมือกับความเครียดได้เป็นปกติ

ผลไม้ โดยเฉพาะจำพวกเบอรรี่สามารถช่วยผ่อนคลายความกังวลได้ ซึ่งเกิดจากไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ที่รู้กันดีว่าเป็นสารช่วยเสริมสร้างพลังงานและทำให้อารมณ์ดี แม้ในผลไม้จะมีน้ำตาลอยู่มาก แต่เส้นใยในผลไม้สามารถถชะลอการดูดซับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการป้องกันความไม่สมดุลย์ของระดับน้ำตาลในเลือด อันเป้นหนึ่งในตัวการที่ก่อให้เกิดความกังวล

แป้งและคาร์โบไฮเดรต เช่น มันและแยม ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นเดียวกับถั่วต่างๆ เพราะมีสารแคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามินบี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการควบคุมประสาทสั่งการด้านความตื่นเต้น

นอกจากนี้ยังมีวิตามินที่ช่วยควบคุมอารมณ์ให้คงที่ เช่น วิตามินบี ไม่ว่าจะเป็นบี 1 บี 2 หรือบี 12 วิตามินอี กรดไขมันอิ่มตัวบางชนิด โปรตีนและเกลือแร่ต่างๆ เมล็ดธัญพืช ถั่ว และน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมกรดไขมันอิ่มตัว โดยกรดนี้ช่วยบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome-PMS) อาการวัยทอง (Menopause) และภูมิแพ้ต่างๆด้วย

แม้แต่ในเมล็ดของผลไม้และถั่วยังประกอบด้วยวิตามินบีและวิตามินอี ซึ่งช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและความเครียดด้วย

ถ้าคุณไม่สะดวกที่จะหาอาหารเหล่านี้บริโภค สามารถเลือกกินอาหารเสริมประเภทวิตามินรวม น้ำมันปลา ซึ่งช่วยให้คุณได้รับกรดไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่พอเพียงได้เช่นกัน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

น้ำตาลขัดขาวและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาลขัดขาว น้ำตาลชนิดนี้จะซึมเข้าเส้นเลือดได้ง่าย ดังนั้น ตับอ่อนจะผลิตอินซูลินในปริมาณมาก ซึ่งอินซูลินเป็นสารที่ช่วยดูดซึมกลูโคสเข้าสู่เซลล์ ผลที่ได้ก็คือระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อน้ำตาลในเลือดมีน้อยเกินไปก็เป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวลได้ง่าย
สารปรุงแต่งอาหาร เช่น น้ำตาลเทียม ผงชูรส สารเหล่านี้ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจไม่คล่อง ปวดหัว ตื่นตระหนก และมีอาการคล้ายจะเป็นลม
แอลกอฮอล์ ทำให้ระบบประสาทสัมผัสช้าลงทีละน้อย และยังมีผลต่อการทำลายตับซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญในการผลิตสารต่อต้านสิ่งที่เป็นเคมีในร่างกายรวมทั้งฮอร์โมนบางชนิด เช่น เอสโตรเจน (Estrogen) และยังส่งผลให้การทำงานของตับผิดปกติ ซึ่งเมื่อตับไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ สารพิษเหล่านี้ก็จะเพิ่มมากขึ้น ทำให้ระบบการควบคุมสติและความวิตกกังวลยิ่งแย่ลง
กาแฟ และสารที่มีกาแฟอีนอื่นๆ เป็นสารกระตุ้นระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้ร่างกาย ตื่นตัวสดชื่นเพียงชั่วครุ่ เมื่อหมดฤทธิ์กาแฟอีนร่างกายจะอ่อนแอกว่าปกติ และรู้สึกอยากดื่มกาแฟอีก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ติดกาแฟ นอกจากนี้กาแฟอีนยังทำให้ร่างกายสูญเสียวิตามินบีและเกลือแร่บางชนิด เช่น โพแทสเซียม ถ้าคุณไม่สามารถบริโภคกาแฟได้ อย่างน้อยก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟดำ

ออกกำลังกายคลายความกังวล

เมื่อคุณเกิดความรู้สึกตื่นเต้นกังวลมากเกินไป ต่อมหมวกไตจะผลิตอะดรีนาลีนในปริมาณมากเกินความจำเป็นเพราะฉะนั้นเมื่อคุณออกกำลังกาย ร่างกายจะเผาพลาญอะดรีนาลีนลง ทำให้ไม่เกิดการกระตุ้นของแอนดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล

การออกกำลังกายสามารถทำได้หลายวิธี เช่น เดิน วิ่ง เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ ขี้จักรยาน เต้นรำ หรือแม้แต่การทำความสะอาดบ้าน

สมุนไพรควบคุมอารมณ์

ใบกระเพา สามารถช่วยป้องกันการทำลายของต่อมหมวกไตและช่วยรักษาระดับความสมดุลของน้ำตาล
คาโมมายล์ (Chamomile) ช่วยทำให้จิตใจสงบเยือกเย็น อาจจะไม่ให้ผลฉับพลันทันทีเหมือนกับ Valerian หรือ Passionflower แต่ให้ผลที่ดีกับเด็ก

นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอื่นๆที่ช่วยควบคุมอารมณ์อีกหลายอย่างเช่น Hops, Kava Kava, Lemon Balm, L-Thenine, Passionflower, Skullcap และ Valerian

วิธีความควบคุมความวิตกกังวลและความเครียดยังมีอีกมากมายนอกจากอาหารและการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการหายใจลึกๆ พยายามผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ การนั่งสมาธิ การเปลี่ยนวิะีคิด โยคะ หางานอดิเรกที่ชื่นชอบทำ หรือหาเพื่อนคุย ฯลฯ

คงไม่ยากเกินไปสำหรับวิธีการลดและป้องกันความกังวลและความเครียดเพื่อสุขภาพชีวิตที่ดี

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง