Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ความดันโลหิตสูง หรือแรงดันเลือดสูง และโรคแทรก

ความดันโลหิตสูง หรือแรงดันเลือดสูง และโรคแทรก

จำนวนคนดู 589 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 15:53 น.

ความดันโลหิตสูง หรือแรงดันเลือดสูง ดูเหมือนจะเป็นรื่องที่มีผู้สนใจและได้ยินได้ฟัง หรือเกิดมีขึ้นกับตนเองมากขึ้น ความร้ายกาจต่าง ๆ อันเกิดจากการมีแรงดันเลือดสูง ซึ่งได้ยินมาจากการบอกเล่าของคนอื่น ๆ ทำให้หลายคนด้วยกันที่เกิดความวิตกกังวล หรือหวาดกลัวอย่างมากต่อการที่จะเกิดมดีแรงดันเลือดสูงจนทำให้ระวังตนเอง ตลอดจนการปฏิบัติตนในชีวิตความเป็นอยู่มากจนเกินไปถึงกับทำให้ขาดความสุขทั้งกายและใจก็มี เรื่องของแรงดันเลือดสูงได้เคยพูดมาบ้างแล้ว แต่เป็นการพูดอย่างกว้าง ๆ เสียส่วนมาก คิดว่าถ้าหากจะสรุปแต่เรื่องที่หลายคนยังสงสัยและมีปัญหาที่ควรรู้ไว้ คงจะเป็นประโยชน์แก่คนทั่ว ๆ ไปได้บ้าง

เมื่อเวลาแพทย์ตรวจวัดแรงดันเลือดด้วยเครื่องวัดแรงดันเลือดแล้วท่านอาจสงสัยเมื่อได้เห็นแพทย์บันทึกลงในแผ่นบันทึกหรือบอกกับตัวท่านเองโดยมีค่าเป็นตัวเลขเศษส่วนเป็นต้นว่า 160/100 (ร้อยหกสิบส่วนร้อย) ถ้าเช่นนี้ก็ควรที่จะได้เข้าใจความหมายจากค่าของตัวเลขนี้ให้ดี

ค่าแรก คือ 160 หมายถึงแรงดันเลือดที่เกิดขึ้นภายในหลอดเลือดแดงที่แขนซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้วัดกันส่วนมากนั้น มีแรงที่จะดันให้ปรอทที่อยู่ภายในหลอดแก้วของเครื่องวัด สูงขึ้นไปได้ 160 มิลลิเมตร เป็นแรงดันภายในหลอดเลือดแดง สำหรับค่าตัวหลัง หรือเป็นค่าของส่วนคือ100 หมายถึงแรงดันภายในหลอดเลือดแดงในขณะที่อยู่ในภาวะที่ไม่มีการขยายตัว นั่นคือไม่มีเลือดที่ถูกดันให้ผ่านเข้ามาในหลอดเลือด แต่มีเพียงจำนวนเลือดส่วนหนึ่งอยู่ในหลอดเลือดแดงนั้น และอยู่ในสภาพนิ่ง แรงดันนี้มีค่า 100 คือ พอที่จะดันให้ปรอทในหลอดแก้วของเครื่องวัดสูงขึ้นไปได้ 100 มิลลิเมตร แรงดันนี้ เป็นผลของความเหนียวและความยืดหยุ่นได้ของผนังหลอดเลือดกับตัวเลือดที่อยู่ภายในหลอดเลือด ดังนั้นจึงพูดได้ง่าย ๆ ว่า แรงดันทั้งสองค่านี้ ย่อมเกี่ยวกับแรงบีบรัดตัวในการทำหน้าที่ของหัวใจ และจำนวนเลือดที่เข้ามาอยู่ภายในหลอดเลือดกับสภาพของผนังของหลอดเลือดด้วย

ภายหลังได้ค่าของการวัดแรงดันเลือดนี้แล้ว แทบทุกคนที่อยากทราบว่าค่าที่วัดได้นั้นสูงมากเพียงใด หรือตนมีแรงดันเลือดสูงหรือไม่

เป็นเรื่องที่จะต้องเข้าใจให้ดีก่อน 2 ประการด้วยกัน คือ แรงดันเลือดของคนเรา ค่าสักเท่าใดจึงจะเรียกว่าเป็นปกตินั้น ไม่มีใครจะบอกกันได้ เพราะไม่มีค่าตายตัวลงไป เนื่องจากแต่ละคนต่างมีแรงดันเลือดแตกต่างกันไป เป็นประการหนึ่ง กับในคน ๆ เดียวกันแรงดันเลือดเองก็ไม่มีค่าคงที่ตลอดเวลา แต่จะมีการเปลี่ยนค่าสูงต่ำไปได้ตามสภาพและเวลาต่าง ๆ เป็นประการหนึ่ง

ความดันโลหิตสูง


สรุปได้ว่า แรงดันเลือดของคนเรานั้น แตกต่างกันไป แล้วแต่บุคคลแต่ละคน แล้วแต่เพศ เชื้อชาติ อาชีพ ความเป็นอยู่ ความสูง น้ำหนัก กาลเวลา อายุ จิตใจและอารมณ์ และอีกหลายเหตุด้วยกัน จึงไม่มีค่าอันใดที่บอกได้ลงไปให้แน่นอนว่า จะต้องมีค่าเท่าใดจึงจะเป็นปกติ ค่าที่กล่าวไว้ตามตำราทั่วไปว่า คนเราจะมีแรงดันเลือดราว .(ร้อยยี่สิบส่วนแปดสิบ) นั้นก็เป็นค่าปกติโดยเฉลี่ยเท่านั้น ถ้าหากจะวัดได้สูงหรือต่ำกว่านี้บ้าง ก็ไม่ใช่ว่าคนนั้นจะมีแรงดันสูงหรือต่ำกว่าปกติหาไม่

ได้กล่าวแล้วว่า แรงดันเลือดนั้น อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตามระยะเวลาอยู่เสมอ คือในขณะหนึ่งวัดได้ค่าอย่างหนึ่ง แต่อีกขณะหนึ่งอาจวัดได้ค่าไปอีกอย่างหนึ่งได้ ในขณะที่เหน็ดเหนื่อยตื่นเต้นหวาดกลัว หรือโกรธเคืองนั้น แรงดันเลือดอาจวัดได้สูงขึ้นแต่เวลาที่จิตใจสงบ หรือได้พักผ่อนมาเต็มที่ แรงดันเลือดอาจวัดได้ค่าต่ำลง

แรงดันเลือดสูงนั้น ราว ๆ ร้อยละ 5 ของคนที่วัดได้ค่าแรงดันเลือดสูง เป็นผลจากต้นเหตุของโรค
ต่าง ๆ ที่เป็นอยู่รวมทั้งโรคไต โรคหัวใจ โรคเนื้องอกของต่อมอัครีนัลและโรคอื่น ๆ ที่ทำให้หัวใจต้องออกแรงในการทำงานขึ้น ส่วนอีกร้อยละ 95 นั้น อาจหาต้นเหตุได้ พวกหลังนี้ถือว่าเป็นพวกโรคแรงดันเลือดสูงโดยแท้จริง

ค่าแรงดันเลือดที่ถือว่าเป็นปกติได้นั้น มีผู้ให้ค่าเอาไว้ค่อนข้างกว้างมากสักหน่อย ค่าแรกซึ่งเป็นตัวเศษนั้น ในคนหนุ่มสาวอาจมีค่าตั้งแต่ 100 ถึง 140 และในคนสูงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ให้ค่าไว้ตั้งแต่ 110 ถึง 170 ส่วนค่าที่เป็นส่วนนั้นอาจมีได้ตั้งแต่ 70 ถึง 100 แรงดันเลือดซึ่งเป็นตัวเศษนั้น อาจขึ้น ๆ ลง ๆ ได้มากกว่าค่าคงที่เป็นส่วน ดังนั้น ค่าซึ่งเป็นตัวส่วนนั้น นับว่ามีความสำคัญในการที่จะพิจารณาถึงเรื่องของการมีแรงดันเลือดสูง ในรายที่มีค่าส่วนที่วัดได้สูงเกินกว่าปกติที่ควรแล้วมักจะทำให้เกิดโรคแทรกต่าง ๆ ตามมาภายหลังได้ คน ๆ หนึ่ง วัดแรงดันเลือดได้ 180 ส่วน 100 กับอีกคนหนึ่งวัดแรงดันเลือดได้ 160 ส่วน 120 คนหลังนี้ จะมีโอกาสเป็นโรคแทรกต่าง ๆ ตามมาได้ง่ายยิ่งกว่าคนแรก

การมีแรงดันเลือดสูงอยู่นาน ๆ มักทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นที่หลอดเลือดของไต เป็นเหตุให้ไตได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เต็มที่ จะเกิดมีสารชนิดหนึ่งถูกปล่อยออกมาในกระแสเลือด และกระตุ้นให้หัวใจทำงานมากขึ้น จึงทำให้แรงดันเลือดสูงยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอีก ไตยิ่งได้รับเลือดไปเลี้ยงน้อยยิ่งขึ้น และแรงดันเลือดก็ยิ่งสูงขึ้น หมุนเวียนเรื่อยไปเช่นนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นมาก ๆและในระยะหลัง ๆ นั้นรักษาได้ยากมาก

มักจะมีผู้สงสัยและถามแพทย์อยู่เสมอว่า การมีแรงดันเลือดสูงนั้น จะมีอาการอย่างไร ผู้มีแรงดันเลือดสูง โดยมากแล้ว ผู้มีแรงดันเลือดเองไม่อาจบอกได้หรือรู้สึกตัวเองว่า ตนมีแรงดันเลือดสูงเลย เพราะแรงดันเลือดสูงไม่มีอาการแต่อย่างใดแน่ชัด หลายคนที่ทราบก็ต่อเมื่อได้รับการตรวจสุขภาพ หรือเมื่อเป็นโรคอื่นและแพทย์ตรวจพบเข้าโดยบังเอิญ อาการที่ปรากฏขึ้นมาในบางรายนั้นก็มักเป็นอาการร่วมไปกับการมีแรงดันเลือดสูง เช่น หนักศีรษะ หงุดหงิด อ่อนเพลีย เหน็ดเหนื่อย ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดขึ้นจากอารมณ์ซึ่งเกิดเคร่งเครียดขึ้นและผู้นั้นมีแรงดันเลือดสูงอยู่ด้วยแล้ว นอกจากนั้น ก็อาจเป็นอาการซึ่งเกี่ยวกับอาการทางหัวใจ สมอง หรือไต อันเกิดความผิดปกติขึ้นเมื่อสูงอยู่นาน ๆ นั่นเอง

อีกอย่างหนึ่งที่มีปัญหาอยากทราบกันมากก็คือ คนที่มีแรงดันเลือดสูงนั้นต่อไปในวันหน้าจะเป็นอย่างไร ปัญหานี้ก็ตอบได้ยากเช่นเดียวกัน บางคนนั้นอาจเป็นปกติตลอดไปจนอายุมาก ๆ หรือตลอดชีวิต โดยไม่มีความผิดแปลกอย่างใดเลย หรือจะมีเพียงเล็กน้อย แต่บางคนเสียชีวิตโดยไม่มีความผิดแปลกอย่างใดเลย หรือจะมีเพียงเล็กน้อย แต่บางคนเสียชีวิตไปได้ในชั่วระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีนัก คนที่วัดแรงดันเลือดโดยมีค่าของส่วนแรงดันเลือดสูงวมาก มักจะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ที่มีค่าแรงดันเลือดที่เป็นตัวเศษนั้นสูงมากแต่อย่างเดียว คนหนุ่มสาว ถ้าแรงดันเลือดสูงแล้ว มีอันตรายได้มากกว่าคนมีอายมาก ๆ และผู้ที่รู้จักระมัดระวังเรื่องสุขภาพของตนเอง รู้จักใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างปกติและมีอารมณ์ปกติดีนั้น มีชีวิตที่ยืนยาวไปจนถึงที่สุดได้ดีกว่าผู้ที่มีสุขภาพของตนเอง รู้จักใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างปกติและมีอารมณ์ปกติดีนั้น มีชีวิตยืนยาวไปจนถึงที่สุดได้ดีกว่าผู้ที่มีสุขภาพทั้งกายและจิตเสื่อมโทรม และขาดควมระวังในเรื่องการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของตน

อันตรายอันเกิดจากแรงดันเลือดสูงนั้น เป็นผลเนื่องจากการมีผนังของหลอดเลือดแดงแข็งไป การมีหลอดเลือดแดงแข็งนั้น ทำให้ช่องภายในหลอดเลือดตีบลง และการตีบแคบลงนั้น ยิ่งทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้น กับยังทำให้จำนวนเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ลดจำนวนลงด้วย

ไต ในระยะหลัง ๆ จะขาดสมรรถภาพไป ทำการขับถ่ายของเสียออกไม่ได้ตามปกติ และสูญเสียชีวิตไปในที่สุด ราว ๆ ร้อยละ 5 ของผู้ที่ถึงแก่กรรมด้วยแรงดันเลือดสูงเป็นต้นเหตุที่ตายเพราะไตหมดสมรรถภาพ อีกร้อยละ 15 ตายเนื่องจากหลอดเลือดในสมองแตก ร้อยละ 10 ที่ตายเพราะเกิดลิ่มเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง

หัวใจ เป็นอวัยวะที่เกิดความผิดปกติได้มากที่สุดในรายที่มีแรงดันเลือดสูงราว ๆ ร้อยละ 60 ของผู้ตายจากแรงดันเลือดสูงนั้น เป็นผลจากหัวใจวายหรือโรคของหลอดเลือดซึ่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดตีบตัน

การเกิดหัวใจหรือหัวใจหมดสมรรถภาพที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ตามปกตินั้น จะมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อยง่ายแม้ออกแรงเพียงเล็กน้อย บวมที่เท้าหรือบวมทั้งตัว หัวใจโตมากและเต้นผิดปกติ แพทย์จะทราบได้จากการตรวจหัวใจ การฟังเสียงหัวใจ การตรวจด้วยเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ และการถ่ายภาพเอกซเรย์หัวใจ

การมีหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบตัน จะแสดงอาการให้ทราบด้วยการเจ็บบริเวณหัวใจอย่างรุนแรง เจ็บใต้กระดูกหน้าอกร้าวขึ้นมาถึงไหล่ซ้าย คอและต้นแขนซ้าย ถ้ารุนแรงมากอาจตายทันทีด้วยหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน

การรักษาแรงดันเลือดสูง หลักสำคัญที่สุดก็คือ ผู้ที่มีแรงดันเลือดสูงนั้นจะต้องรู้จักถนอมตนเอง ต้องไม่ทำงานหรือออกกำลังมากเกินไป งดเว้นสิ่งมึนเมาหรือสิ่งเสพย์ติดทั้งหลาย นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ ระวังท้องผูก ผู้มีน้ำหนักมากเกินปกติ จะยิ่งทำให้หัวใจทำงานหนักงยิ่งขึ้น อาหารนั้นควรระวังอาหารจำพวกไขมันและไม่รับประทานจุ ละเว้นอาหารเค็มจัด เพราะเกลือที่ได้รับเข้าไปจำนวนมาก ทำให้ไตต้องทำงานหนักในการขับเกลือทิ้งจากร่างกาย และพลอยทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนั้นแล้วที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ ต้องขจัดอารมณ์อันเลวร้ายต่าง ๆ ให้หมดไป ความกังวลใจ ความโกรธ ความเกลียด ความโลภ ความหลง ความอิจฉาต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเหตุทำให้หัวใจทำงานมาก และเป็นเหตุให้หัวใจวายได้ง่ายที่สุดและเร็วที่สุดด้วย

ยาลดแรงดันเลือด มีหลายชนิดที่ได้ผลดี แต่พวกยาเหล่านี้เมื่อจะต้องใช้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แพทย์จะเป็นผู้ให้และคอยกำหนดขนาดให้ถูกต้อง โดยอาจเพิ่มหรือลดขนาดให้เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดและไม่เป็นอันตรายในการใช้ยา

ในรายที่เกิดความผิดปกติขึ้นต่อหัวใจ ยิ่งจำเป็นจะต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ในการที่จะทำให้หัวใจมีสมรรถภาพและกลับคืนมาสู่สภาพปกติ

สำหรับเรื่องหลอดเลือดในสมองแตก หรือเกิดการตีบตันของหลอดเลือดขึ้นนั้นก็ยังพอที่จะมีทางระวังตัวได้บ้าง ผู้ที่รู้ว่าตนมีแรงดันเลือดสูง ถ้าปรากฏว่ามีอาการต่อไปนี้ คือ มีเลือดกำเดาออกบ่อย ๆ ปวดศีรษะมากบริเวณท้ายทอย มีอาการชาหรือหมดแรงของแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง มึนงงวิงเวียนศีรษะ ตามัว หรือมีอาการหน้ามืดเป็นลมบ่อย ๆ มักจะเกิดหลอดเลือดในสมองแตก หรือหลอดเลือดในสมองเกิดตีบตันได้ง่ายกว่าคนที่ไม่เคยมีอาการต่าง ๆ ดังกล่าว เพราะฉะนั้น ถ้าหากมีอาการดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งก็ควรจะระวังตัวให้มากยิ่งขึ้นและจะต้องรักษาให้แรงดันเลือดลดต่ำลงบ้าง

ตามที่ได้กล่าวมาเพียงสังเขปนี้ คงจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ไม่ทราบว่าตนเองจะมีแรงดันเลือดปกติหรือสูง จะได้หาโอกาสที่จะไปตรวจสุขภาพของตน และได้ทราบถึงแรงดันเลือดของตนบ้าง ส่วนผู้ที่ทราบว่าตนมีแรงดันเลือดสูง จะได้ปฏิบัติตนให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดโรคแทรกต่าง ๆ ซึ่งจะบั่นทอนชีวิตที่ควรจะมีได้ยืนยาวจนถึงที่สุดเยี่ยงคนอื่น ๆ ทั่วไป เพราะผู้ที่มีแรงดันเลือดสูงนั้นอายุยืนยิ่งกว่าคนที่คิดว่าตนปกติดีก็มีจำนวนมากมาย เนื่องจากการรู้จักระมัดระวังตนให้มีสุขภาพทั้งทางกาย และทางจิตดีอยู่เสมอ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง