Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > เส้นเลือดในสมองแตก กรณีศึกษาจากคนไข้รายหนึ่ง

เส้นเลือดในสมองแตก กรณีศึกษาจากคนไข้รายหนึ่ง

จำนวนคนดู 6582 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 15:51 น.

เส้นเลือดในสมองแตก คนไข้รายหนึ่ง ให้ประวัติความเจ็บป่วยของเขาอย่างน่าฟัง เขาแข็งแรงสมบูรณ์ดีตลอดมา วันหนึ่งพอลุกขึ้นจากที่นั่ง ก็รู้สึกหน้ามืดหมดสติและล้มฟาดไปกับพื้นทันที เมื่อเขารู้สึกสติขึ้นมานั้น ปรากฏว่าแขนขาข้างหนึ่งตลอดทั้งแถบไม่มีความรู้สึกและยกหรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลย เมื่อถามถึงความรู้สึกตอนที่ลุกขึ้นแล้วหมดสติไปนั้น เขาอธิบายว่า เขาไม่รู้ตัวเลย คล้ายกับถูกตีที่ศีรษะด้วยมือลึกลับที่มองไม่เห็น ต่างกันแต่ว่า ไม่เจ็บปวดที่ศีรษะเหมือนเช่นถูกตีเท่านั้นเอง คนไข้รายนี้เป็นอัมพาตครึ่งซีก เนื่องจากหลอดเลือดในสมองแตก

หลอดเลือดในสมองแตก เป็นโรค ๆ หนึ่งทีเกิดอาการหมดสติไปทันทีพร้อมกับมีอัมพาต ซึ่งมักจะเกิดอัมพาตตลอดครึ่งซีกตัวในซีกใดซึกหนึ่ง และเป็นโรคที่มีอันตรายสูงมาก ถ้าแม้นว่าจะฟื้นคืนมาได้ ก็อาจมีความพิการจากอัมพาตนั้นไปอีกนานมาก หรือตลอดชั่วชีวิต

การเกิดหลอดเลือดที่อยู่ภายในสมองแตกนั้น จะมีอาการแตกเองของหลอดเลือดแดง อันตรายที่เกิดขึ้นจะมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวหลอดเลือดที่แตกและจำนวนเลือดที่ไหลออกมาแทรกซึมและกดเนื้อสมอง

ความจริงแล้ว มีโรคหลายโรคด้วยกันที่ทำให้คนไข้หมดสติไปได้ บางโรคทำให้หมดสติไปได้ทันที เช่นเดียวกับหลอดเลือดในสมองแตก แต่บางโรคก็ทำให้ค่อย ๆ หมดสติไปช้า ๆ ส่วนการเกิดอัมพาต โดยเฉพาะอัมพาตครึ่งซีกนั้นก็อาจมีได้จากโรคอื่นด้วย แต่ถ้าหากแพทย์ได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาและอาการต่าง ๆ ของคนไข้โดยละเอียดแล้ว การวินิจฉัยโรคก็ไม่ยากนัก แต่ส่วนมากประวัติต่าง ๆ ไม่อาจได้ละเอียดพอ เนื่องจากแพทย์พบคนไข้ก็ต่อเมื่อคนไข้หมดสติไปแล้วเสมอ ทำให้บางครั้งเกิดความยุ่งยากในการตรวจ และการที่จะวินิจฉัยโรคให้ได้แน่นอนทันที

หลอดเลือดในสมองแตก เป็นโรคที่มักจะพบได้ในผู้ใหญ่อายุเกินกว่า 40 ปีขึ้นไป และจะพบเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่อายุเกินกว่า 40 ปีขึ้นไป และจะพบเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เวลาจะเกิดเป็นขึ้นมานั้นไม่รู้ตัวว่าจะเป็นมาก่อน เนื่องจากไม่มีอาการผิดปกติอย่างใดแสดงให้ทราบล่วงหน้าเมือนโรคอื่น ๆ ดังนั้นเมื่อเกิดขึ้น จึงมักก่อให้เกิดความตระหนกตกใจแก่ผู้พบเห็นอย่างมากมาย

ต้นเหตุของการเกิดหลอดเลือดในสมองแตกนี้ ส่วนมากมักจะเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีแรงดันเลือดสูงอยู่ก่อนแล้ว แต่คนไข้บางคนไม่เคยทราบเลยว่าตนมีแรงดันเลือดสูง จึงอาจทำให้ขาดการระมัดระวังในการปฏิบัติตนที่จะไม่ให้เกิดโรคนี้ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการมีแรงดันเลือดสูงจะมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นต้นเหตุของการมีหลอดเลือดในสมองแตก ก็ไม่ใช่ว่าผู้ที่มีแรงดันเลือดสูง จะเกิดหลอดเลือดในสมองแตกเสมอไปทุกราย ผู้ที่ปฏิบัติตนได้ถูกต้องในเมื่อรู้ตัวว่า ตัวมีแรงดันเลือดสูงจะมีชีวิตอยู่อย่างปกติสุขไปชั่วชีวิตและมีอายุยืนยาวนานได้เยี่ยงคนอื่น ๆ การเกิดหลอดแตกในสมองถือว่าเป็นเพียงโรคแทรกของโรคแรงดันเลือดสูงเท่านั้น

ในเมื่อหลอดเลือดแตกในสมองเป็นเพียงโรคแทรกของการมีแรงดันเลือดสูงและจะเกิดขึ้นเพียงบางรายเท่านั้น การพิจารณาถึงต้นเหตุอันแท้จริงของการเกิดหลอดเลือดในสมองแตก จึงมุ่งคิดถึงต้นเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวหลอดเลือดแดงในสมองโดยตรงเป็นสำคัญ

บรรดาโรคที่เกิดขึ้นกับตัวหลอดเลือดแดงหลายโรคด้วยกัน การเกิดมีผนังของหลอดเลือดแดงแข็งเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดในสมองแตกได้ง่ายที่สุด

ตามปกติ ผนังของหลอดเลือด เวลาที่หัวใจบีบรัดตัวไล่เลือดออกจากหัวใจเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยผ่านหลอดเลือดแดงใหญ่ ออกไปจนถึงหลอดเลือดแดงเล็ก ๆ ที่แยกแขนงกันออกไป และไปสุดที่หลอดเลือดฝอยนั้น เลือดที่ถูกดันให้ผ่านหลอดเลือดแดงต่าง ๆ มานี้ จะเกิดแรงดันขึ้นในช่องภายในตัวหลอดเลือด หลอดเลือดจะขยายตัวได้ พอเลือดผ่านไปแล้วก็จะหดตัวกลับคืน การยืดตัวและหดตัวเป็นจังหวะตามการบีบตัวของหัวใจ หรือที่เรียกว่าการเต้นของหัวใจ จึงทำให้เวลาที่เราคลำอยู่บนเหนือหลอดเลือดแดงที่ตำแหน่งใดก็ตาม เกิดความรู้สึกการเต้นของหลอดเลือดแดง และเป็นที่ทราบกันแล้วว่าเราเรียกว่า ชีพจร

ถ้าผนังของหลอดเลือดแดงเกิดแข็งขึ้น เนื่องจากความสูงอายุก็ดีหรือมีโรคอันเกิดขึ้นจากการมีสารบางอย่างเข้าไปแทรกอยู่ในตัวกล้ามเนื้อของผนังหลอดเลือดก็ดี ความยึดหยุ่นหรือการขยายตัวหดตัวของหลอดเลือดจะเสียไป อีกทั้งยังทำให้ผนังของหลอดเลือดเปราะง่ายด้วย เมื่อเกิดแรงดันเลือดสูงขึ้นอย่างมากและสูงขึ้นอย่างทันทีด้วยเหตุใดก็ตาม หลอดเลือดแดงนั้นก็จะต้องแตกได้ทันทีด้วย

นอกจากการมีหลอดเลือดแดงแข็ง อันเป็นเหตุให้เกิดหลอดเลือดในสมองแตกได้แล้ว ยังมีต้นเหตุอีกอย่างหนึ่งที่อาจพบได้ คือ ความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเป็นมาแต่กำเนิด โดยที่ตั้งแต่การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หลอดเลือดแดงเล็ก ๆ ในสมองบางแขนงและบางช่วงของหลอดเลือดมีชั้นกล้ามเนื้อบางมากตำแหน่งนั้นจะกลายเป็นจุดอ่อน ซึ่งเมื่อเกิดมีแรงดันเพิ่มขึ้นในหลอดเลือดผนังในตำแหน่งนั้นก็จะพองตัวออกทีละน้อย ๆ จนในที่สุดเมื่อเติบโตมาสู่วัยผู้ใหญ่ เมื่อเกิดแรงดันเลือดสูงขึ้นชั่วขณะจากการออกแรงใด ๆ ก็ตาม ตำแหน่งที่มีการพองตัวของหลอดเลือดแดงและผนังบางมากอยู่แล้ว ก็ต้องแตกได้ทันที

ซิฟิลิส เป็นต้นเหตุอีกอย่างหนึ่งของการมีหลอดเลือดในสมองแตก ซิฟิลิสซึ่งเกิดขึ้นที่หลอดเลือดแดงในสมอง ก็จะทำลายผนังของหลอดเลือดแดงได้เหมือนกัน ในระยะก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง หลอดเลือดในสมองแตก เนื่องจากซิฟิลิสเป็นต้นเหตุก็ได้พบกันอยู่บ้าง เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากมีเพนนิซิลิน ซิฟิลิสจึงลดน้อยลงไป และมีหลอดเลือดในสมองแตกจากซิฟิลิสก็พลอยลดน้อยไปด้วย

ปัจจุบันนี้โรคซิฟิลิส มีท่าว่าจะค่อยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ เป็นที่น่าคิดว่าเราคงจะได้พบหลอดเลือดแดงในสมองแตกเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีก เพราะการเพิ่มซิฟิลิสขึ้นมาเป็นต้นเหตุด้วยในวันข้างหน้า นอกจากต้นเหตุซึ่งเกิดขึ้นจากการมีความผิดปกติที่หลอดเลือดแดง ในสมองแล้ว ยังมีเหตุอื่นอีกที่จะช่วยหลอดเลือดในสมองแตกได้ง่ายยิ่งขึ้นไป นั่นคือการเกิดมีแรงดันเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทันที่ โดยการออกกำลังกายมาก ๆ หรือการมีอารมณ์ต่าง ๆ ที่รุนแรงเกินไป

พวกคนไข้ที่เกิดหลอดเลือดแดงในสมองแตก มักจะมีประวัติเสมอว่า เกิดขึ้นเมื่ออกแรงมาก ๆ ในการทำงานหรือการเล่นกีฬา ถ้ายิ่งดื่มเหล้าด้วยแล้วยิ่งมีโอกาสที่จะเกิดง่ายยิ่งขึ้น เพราะแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนัก และแรงดันเลือดสูงขึ้น เมื่อมาออกแรงมากด้วย จะยิ่งทำให้แรงดันเลือดสูงมากยิ่งขึ้น บ่อยครั้งที่จะพบว่าหลอดเลือดในสมองแตกเกิดขึ้นเพราะการเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว ดังนั้น มักจะมีได้บ่อย ๆ เหมือนกันที่มีคนไข้หลอดเลือดแตกในสมองตอนเช้า เมื่อหลังกจากการเข้าส้วมถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระเสร็จแล้วลุกขึ้นทันที ในตอนค่ำ ๆ ก่อนเข้านอนก็เป็นอีกระยะหนึ่งที่พบได้มากเหมือนกัน หลังจากเข้าห้องน้ำหรือห้องส้มหรือก่อนเข้านอน การนั่งอยู่นาน ๆ แล้วลุกขึ้นทันที ทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้นอย่างมากทันที และทำให้หลอดเลือดในสมองแตกได้ในขณะนั้น เกี่ยวกับอารมณ์ เมื่อเกิดอารมณ์โกรธ อารมณ์กลัว อารมณ์ยินดี หรืออารมณ์ใด ๆ อย่างมาก ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้นอย่างมากทันที และทำให้หลอดเลือดในสมองแตกก็ได้ โดยที่หลอดเลือดในสมองแตกนี้ จะพบได้ยากเหลือเกินในเมื่อคนไข้นอนหลับพักผ่อน แต่พบไดเมื่อเวลาตื่นแทบทั้งสิ้น ผู้ที่มีแรงดันเลือดสูงอยู่นั้น

แพทย์จึงให้คำแนะนำในเรื่องการพักผ่อน การงดเว้นการออกแรงหนัก การเปลี่ยนอิริยาบถที่ควรกระทำช้า ๆ ไม่รีบร้อน และการรู้จักระงับอารมณ์ต่าง ๆ เสีย อาการของการมีหลอดเลือดในสมองแตก ส่วนมักปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน คนไข้นั้นอยู่ดี ๆ ก็จะหมดสติไปโดยไม่คาดฝันมาก่อน จะมีบางรายที่อาจมีอาการปวดศีรษะ หนักศีรษะ หรือมึนงงชั่วขณะหนึ่ง เป็นอาการนำก่อน ซึ่งแสดงว่าเกิดมีแรงดันเลือดสูงขึ้นเมื่อหมดสติจะล้มลง หายใจมีเสียงคล้ายเสียงกรน ใบหน้าจะแดง ชีพจรจะเต้นแรงแต่ช้าลง ต่อมาอีกพักหนึ่งอาจราว ๆ 3 – 4 ชั่วโมง ถ้าอาการค่อน ๆ ดีขึ้นมาสักหน่อย แขนขาข้างหนึ่งอาจเคลื่อนไหวได้ แต่อีกซีกหนึ่งจะไม่เคลื่อนไหวเลย

ลักษณะอาการเช่นนี้พอจะคิดได้ก่อนได้ว่าเป็นหลอดเลือดในสมองแตก โดยที่สมองแบ่งเป็น 2 ซีก แต่ละซีกจะทำหน้าที่บังคับกล้ามเนื้อซีกตรงกันข้าม ดังนั้นก็พอจะบอกได้ว่าถ้าเกิดมีอัมพาตซีกขวา หลอดเลือดในสมองแตกนั้นจะอยู่ที่สมองซีกซ้าย และถ้าเกิดอัมพาตซีกซ้าย หลอดเลือดในสมองจะแตกทางสมองซีกขวา โรคจะดำเนินต่อไปในลักษณะใดได้กล่าวแล้วว่า ขึ้นอยู่กับขนาดของหลอดเลือดที่แตก และจำนวนเลือดที่ออกมามากน้อยเพียงใด หลอดเลือดแดงขนาดโตพอสมควรย่อมทำให้เลือดออกได้จำนวนมาก และรวดเร็วกว่าหลอดเลือดขนาดเล็ก ๆ หรือหลอดเลือดฝอย จำนวนเลือดที่ออก ถ้ามากพอ จะแทรกซึมเนื้อสมอง และกดเนื้อสมองจนเป็นเหตุให้กดศูนย์ประสาทต่าง ๆ ทำให้เสียชีวิตไปได้ ถ้าหากเลือดออกเพียงจำนวนน้อย และหยุดออกแล้ว ต่อมาคนไข้จะฟื้นรู้สึกตัวขึ้นมา แต่ก็จะมีอัมพาตครึ่งซีกต่อไป พร้อม ๆ กับอัมพาตนี้อาจมีอาการอย่างอื่นปรากฏร่วมอยู่ด้วย เช่นพูดไม่ได้ หรือฟังพูดไม่เข้าใจคำพูด หรือมีอาการอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้แล้วแต่เลือดที่ออกมานั้นกดศูนย์ประสาทที่ทำหน้าที่บังคับส่วนอวัยวะใด

เส้นเลือดในสมองแตก

ถ้าหากเป็นไม่รุนแรงนัก อัมพาตอาจค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ก็ใช้เวลานานเดือน อย่างน้อย ๆ 3 – 4 เดือน บางรายแม้คืนดีแล้วก็จะไม่มีกำลังของแขนขาเหมือนอย่างเดิม บางรายอาจะเป็นอัมพาตครึ่งซีกตลอดไป เหตุที่อาจทำให้คนไข้ตาย – เนื่องจากการมีหลอดเลือดในสมองแตกอีกอย่างหนึ่งก็คือ การล้มศีรษะฟาดฟื้น อาจทำให้กะโหลกศีรษะแตก และกระดูกที่แตกนั้นกดลงไปบนเนื้องสมอง หรือเกิดมันสมองชอกช้ำ มันสมองกระเทือน หรือเลือดออกในสมอง เป็นการซ้ำเติมให้โรคหลอดเลือดในสมองแตกนั้น เพิ่มอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากว่าโรคหลายโรคด้วยกันที่ทำให้คนไข้เกิดหมดสติทันที และการหมดสติพร้อมกับมีอัมพาตครึ่งซีกนั้น ก็อาจเกิดได้จากหลายโรค แต่ก็ไม่มีความจำเป็นอันใดสำหรับญาติพี่น้องหรือคนทั่วไป ซึ่งได้พบเห็นแล้วจะมัวคอยดูว่าคนไข้เป็นโรคอะไรหรือคอยดูอาการของคนไข้ต่อไป คนไข้ที่หมดสติและมีอาการดังกล่าว หรือไม่มีอาการดังกล่าว ควรจะถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด เป็นเรื่องที่ควรคิดและปฏิบัติโดยทันทีเสมอ การรักษาคนไข้หลอดเลือดในสมองแตก ขึ้นอยู่กับการให้การรักษาพยาบาลอย่างถูกต้อง ได้แก่ การให้พักผ่อน การใช้ยาลดแรงดันเลือด การระวังรักษาโรคแทรกต่าง ๆ จนกว่าคนไข้จะกลับฟื้นรู้สึกตัวขึ้นมาได้

ซึ่งการรักษาพยาบาลเช่นนี้เป็นการรักษาที่จะกระทำได้ดี และถูกต้องเมื่ออยู่ในโรงพยาบาลเท่านั้น นอกจากการรักษาทางยา ในรายที่เป็นใหม่ ๆ การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเพื่อช่วยเอาเลือดที่เป็นลิ่มและกดเนื้อสมองออกเสีย เป็นวิธีที่ช่วยได้มากเหมือนกัน ภายหลังการฟื้นแล้ว อัมพาตครึ่งซีกที่เกิดขึ้น อาจช่วยรักษาให้กลับคืนดีได้เร็วขึ้น หรือช่วยให้ทุเลามากได้ด้วยการรักษาทางกายภาพบำบัดที่จะทำให้กล้ามเนื้อของแขนขากลับมีกำลังขึ้นมาได้อีก อย่างไรก็ตาม คงไม่มีอะไรที่ดีเท่ากับการป้องกันมิให้เกิดมีหลอดเลือดในสมองแตก

การป้องกันก็อยู่ที่การรักษาโรคที่ทำให้เกิดแรงดันเลือดสูง ให้แรงดันเลือดต่ำลงมาสู่ปกติ การปฏิบัติตนให้ถูกต้องในการใช้ชีวิตประจำวัน รู้จักผักผ่อน รู้จักที่จะออกกำลังกายพอสมควร งดเว้นการทำงานหนัก ระวังเรื่องอาหารที่จะไม่ทำให้อ้วนมากเกินไป งดเว้นสุรา บุหรี่และสิ่งเสพย์ติด งดเว้นซึ่งอารมณ์อันเลวร้ายทั้งหลายเสียให้สิ้น และโดยที่มีคนไข้ที่หลอดเลือดในสมองแตกเป็นจำนวนมากด้วยกัน ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนถึงสภาพของร่างกายของตน หรือไม่เคยทราบเลยว่าตนมีแรงดันเลือดสูง ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปี จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ทราบสภาพของร่างกายที่เกิดความผิดปกติอยู่แล้วนั้นได้ จะได้ระวังรักษาตัวได้ถูกต้องต่อไปนับได้ว่าเป็นการป้องกันหลอดเลือดในสมองแตกนี้ได้อย่างหนึ่งเหมือนกัน

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง