Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ดอกบานเย็น สรรพคุณและประโยชน์ทางยา

ดอกบานเย็น สรรพคุณและประโยชน์ทางยา

จำนวนคนดู 3593 คน | เผยแพร่เมื่อ 18 พ.ค. 2558 เวลา 21:58 น.

ดอกบานเย็น ดอกไม้หลากสีและสะดุดตาในช่วงบ่ายแก่ๆ ถึงเย็น เนื่องจากดอกจะบานในช่วงที่ตะวันตกดิน คนไทยสมัยก่อนจึงตั้งชื่อตามเวลาที่บานว่า “บานเย็น” บานเย็นนอกจากจะปลูกเป็นไม้ดอกไม่ประดับแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรอีกด้วย ในฉบับนี้ท่านผู้อ่านจะได้ทราบสรรพคุณของบานเย็นเพื่อนำไปใช้ได้ในยามฉุกเฉิน

บานเย็นมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mirabilis Jalapa L. อยู่ในวงศ์ Nyctaginaceae มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ ดังนี้ จันยามจำเป็น ตามยาม

บานเย็นจัดเป็นไม้ล้มลุก มีหัวอยู่ใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ รูปหัวใจหรือรูปสามเหลี่ยม ดอกออกเป็นช่อ ที่ปลายกิ่งมี 4 – 5 ดอก และมีหลายสี อาทิเช่น ขาว เหลือง ชมพู และสีบานเย็น ผลรูปร่างค่อนข้างกลม ภายในมีเมล็ดหนึ่งเมล็ด

ในตำรงยาแผนโบราณกล่าวไว้ว่าส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือ ราก หัว ใบ ดอก เมล็ด

ราก ต้มน้ำดื่มช่วยขับปัสสาวะ แก้หนองใน ตกขาว วัณโรค แก้แผลผีหนอง แก้ทอนซิลอักเสบ ลดอาการบวมอักเสบและลดอาการปวดข้อ หรือใช้เป็นยาภายนอก คือใช้พอกแผลลดการอักเสบและอาการฟกช้ำ

หัว ต้มน้ำดื่มช่วยลดไข้ ละลายเสมหะ ทำให้หนังขาหนังเหนียว ดังนั้นเวลาโดนเฆี่ยนตีหนังจะไม่แตก แต่จะรู้สึกคันๆ

ใบ ใช้เป็นยาภายนอก โดยล้างให้สะอาดก่อนตำ จากนั้นนำไปพอกบริเวณที่เป็นแผลฝี แผลเรื้อรัง ผิวหนังที่เป็นกลากเกลื้อน หรือผิวหนังที่มีอาการคัน จะช่วยลดอาการคันได้

ดอกบานเย็น



ดอก ใช้เป็นยารักษาอาการอาเจียนเป็นเลือด แต่สรรพคุณนี้ไม่แนะนำให้ท่านผู้อ่านใช้ เนื่องจากอาการอาเจียนเป็นเลือดนั้นมีมากมายหลายสาเหตุ และถ้ารักษาไม่ถูกต้องหรือไม่ทันท่วงทีอาจส่งผลเสียเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นท่าผู้อ่านที่มีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ

เมล็ด ใช้เป็นยาภายนอก ซึ่งคุณผู้หญิงอาจสนใจที่จะใช้มากกว่าคุณผู้ชาย เนื่องจากเมล็ดมีสรรพคุณใช้เป็นยาทาแก้ฝ้าหรือลดรอยด่างดำบนใบหน้า การเตรียมยาก็ไม่ยุ่งยากค่ะล้างเมล็ดให้สะอาด นำไปตำและพอกบริเวณที่เป็น แต่ก่อนที่จะใช้ควรทดสอบกับผิวหนังบริเวณอื่นก่อนเพื่อดูว่าเราแพ้หรือไม่ ถ้าไม่มีอาการคัน บวม หรือเป็นผื่นแดง ก็ใช้ทาบริเวณใบหน้าได้ค่ะ ท่านผู้อ่านที่ทดลองใช้ต้องใจเย็นนะคะ เพราะกว่าจะเป็นผลต้องใช้เวลานานค่ะ

ในปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า บานเย็นมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส ซึ่งสอดคล้องกับตำรายาแผนโบราณที่มีการนำบานเย็นไปใช้เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ การติดเชื้อ (หนองใน ตกขาววัณโรค แผลฝีหนอง ทอนซิลอักเสบ กลากเกลื้อน) ดังนั้นท่านผู้อ่านสามารถที่จะใช้บานเย็นเพื่อดูแลต้นเองเบื้องต้นได้อย่างมั่นใจมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่ค้นพบนี้ยังต้องมีการศึกษาวิจัยต่อไป เพื่อให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ฉบับนี้ท่านผู้อ่านได้ทราบสรรพคุณของบานเย็นไปแล้ว ถึงแม้ท่านผู้อ่านจะไม่มีอาการดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นก็สามารถปลูกต้นบานเย็นเป็นไม้ประดับรอบๆ บ้านได้ บ้านท่านจะได้ร่มเย็นสมชื่อบานเย็นค่ะ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง