Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ซื้อยากินเอง เรื่องที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ได้ง่าย

ซื้อยากินเอง เรื่องที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ได้ง่าย

จำนวนคนดู 963 คน | เผยแพร่เมื่อ 18 พ.ค. 2558 เวลา 21:56 น.

ซื้อยากินเอง “พี่ หนูฝากซื้อยาพาราหน่อยนะ” อัจฉรายื่นเงินให้พี่สาว หน้าตาเหมือนแบกโลกไว้ทั้งโลก “ไมเกรนเล่นงานหนูอีกแล้ว” เธอเอ่ยเสียอ่อย และเมื่อพี่สาวยื่นแผงยาให้ เธอก็แกะยาจำนวน 6 เม็ดกรอกเข้าปาก “เฮ้ย ไอ้บ้า จะฆ่าตัวตายหรือไง!” พี่สาวเธอโวยวาย แต่อัจฉราโบกมือ “หนูปวดหัวมากเลยพี่ กินนิดเดียวมันไม่หายหรอก”
ค่ะ นี่แหละอัจฉรา ซึ่งไม่ใช่เพียงเธอคนเดียวที่เลือกกินยาอย่างไม่บันยะบันยังอย่างนี้ คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ฝากชีวิตไว้กับร้านขายยา เนื่องจากเห็นว่าการซื้อยากินเองสะดวกกว่า เพียงแค่เดินมาปากซอยก็พบยาวิเศษที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยของตนเองได้แล้ว

ร้านขายยามากมายที่เกลื่อนกลาดในเมืองไทย ทำให้คนไทยซื้อยาได้อย่างสะดวกง่ายดาย (ก็เลยใช้มันอย่างง่ายดายโดยไม่ระมัดระวัง) แม้กระทั่งว่าบางครั้งยาที่ไปขอซื้อนั้นเป็นยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษที่ควรได้รับใบสั่งจากแพทย์ ดังนั้นคนไทยเราจึงแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเรามีการบริโภคยาในแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 30,000-43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าประเทศทางตะวันตกที่มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 10-20 เท่านั้น

บริโภคยากันมากมายขนาดนี้ คอลัมน์รายงานจึงอดไม่ได้ที่จะหยิบข้อสังเกตบางประการมาสะกิดสะเกาเพื่อให้เราได้ทบทวนถึงวิธีการซื้อยา-กินยาที่เรากำลังเป็นกันอยู่ พร้อมข้อคิดจากเภสัชกรถึงแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง

ซื้อยามาเพื่อทำลายตัวเอง?

ทราบกันไหมคะว่ายาแผนปัจจุบันที่เราเห็นวางจำหน่ายตามร้านขายยาหรือในโรงพยาบาลนั้นมีมากกว่า 20,000 ตำรับ ดังนั้นการจำหน่ายยาจึงแบ่งออกตามความเสี่ยงของผู้ใช้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

1. ยาสามัญประจำบ้าน คือ ยาที่กระทรวงสาธารณสุขคัดเลือกไว้ให้ประชาชนสามารถซื้อได้เอง ซึ่งยากลุ่มนี้จะต้องมีคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” กำกับไว้บนฉลากยา เช่น ยาพาราเซตามอล ยาแก้ไอน้ำดำ ฯลฯ ปัจจุบัน มียาสามัญประจำบ้านอยู่ 42 ขนาน

2. ยาอันตราย คือ ยาแผนปัจจุบันที่มีอันตรายสูงกว่ายาสามัญประจำบ้าน ยาในกลุ่มนี้จะต้องมีคำว่า “ยาอันตราย” กำกับไว้บนฉลากยา ซึ่งจำหน่ายได้เฉพาะร้านขายยาแผนปัจจุบันที่มีเภสัชกรคอยควบคุมดูแลเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ ยาลดน้ำตาลในกระแสเลือด ยาต้านจุลชีพต่างๆ (เช่น ยาปฏิชีวนะ) เป็นต้น

3. ยาควบคุมพิเศษ คือ ยาแผนปัจจุบันที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ง่ายแม้จะใช้อย่างถูกต้อง ยากลุ่มนี้จึงต้องผ่านการควบคุมดูแลในการใช้ยาและหยุดยาจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ตัวอย่างยากลุ่มนี้เช่น ยาเพรดนิโซโลน ยาเด๊กว่า เมทาโซน ฯลฯ

ซื้อยากินเอง



ตามกฎหมายแล้วยาสองกลุ่มแรกนั้นจะต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์ แต่ว่าในทางปฏิบัติประชาชนสามารถไปหาซื้อตามร้านขายยาได้เกือบทุกกลุ่ม (โดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งยา) การปล่อยปละละเลยให้คนไทยใช้ยานี้ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการใช้ยาอย่างผิดๆ เช่น รับประทานยามากเกินไป อีกทั้งอาจได้รับยาด้อยคุณภาพ เช่น ยาผิดมาตรฐาน (substandard drugs) ยาปลอม (counterfeit drugs) หรือยาเสื่อมคุณภาพ

ดร.ยุพิน ลาวัณย์ประเสริฐ นักวิชาการจากคณะกรรมการอาหารและยา ได้กล่าวถึงพฤติกรรมการใช้ยาของคนไทยในปัจจุบันว่า เรามักมีการใช้ยากันอย่างค่อนข้างพร่ำเพรื่อ ไม่ว่ายาพาราเซตามอลหรือยาสเตียรอยด์ ซึ่งถือเป็นยายอดฮิตที่คนใช้กันมาก รวมถึงยาอื่นๆ ซึ่งได้แก่ ยาปฏิชีวนะ ยาที่ใช้ในระบบทางเดินอาหาร ยาที่ใช้ในระบบหลอดเลือดหัวใจ ยาที่ใช้ในระบบทางเดินหายใจ และยาที่ใช้ในระบบประสาทส่วนกลาง

“จะมีผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยจำนวนมากที่เดินเข้ามาในร้านและระบุชื่อยามาเลย เนื่องจากเพราะครั้งแตกเขาอาจได้ยามาจากโรงพยาบาล พอกินแล้วเห็นว่าดีขึ้น เมื่อยาหมดก็เลยมาขอซื้อกินเอง และอีกกลุ่มหนึ่งคือมีคนแนะนำว่าให้กินยาตัวนี้ กินแล้วจะหาย ซึ่งเป็นคนธรรมดาๆ ไม่ใช่หมอ นี่เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง” เนื่องจากร้านขายยาหลายแห่งไม่ได้มีเภสัชกรอยู่ หรือบางแห่งมีเภสัชกรอยู่เพียงบางช่วงเวลา ดังนั้นนิสัยสะดวกซื้อของคนไทยจึงทำให้มีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการได้รับผลข้างเคียงของยาในระดับที่อันตราย “การใช้ยาทุกชนิด หากใช้ไม่ถูกย่อมมีผลเสียทั้งนั้น การใช้ยามากเกินไปยาบางชนิดทำลายตับ บางชนิดทำบายไต บางชนิดถ้าใช้เป็นเวลานานๆ แม้จะใช้ในขนาดปกติก็เกิดเป็นพิษได้ เนื่องจากพิษของยาเอง เช่น คลอแรมเฟนิคอล สเตียรอยด์  แอสไพริน ถ้าใช้นานๆ หรือในปริมาณมาก อาจส่งผลให้โลหิตจาง เกิดโรคติดเชื้อได้ง่าย พิษยาอื่นๆ ก็อาจมีผลต่อระบบประสาท ระบบหัวใจ ระบบไหลเวียนของโลหิต “นอกจากนี้ยาบางชนิดถ้าใช้ขณะมารดาตั้งครรภ์ จะมีผลต่อเด็กในครรภ์ขั้นรุนแรงได้”

การใช้ยาที่มากเกินไปไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อผู้ใช้ยาเท่านั้น ปัญหาสำคัญอย่างยิ่งที่กำลังส่งผลต่อส่วนรวม คือ ตอนนี้เชื้อโรคกำลังดื้อยา ทำให้แพทย์ต้องสั่งใช้ยาที่แรงขึ้น หรือเชื้อโรคบางชนิดยาต้านจุลชีพเอาไม่อยู่ สิ่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ใหญ่มาก ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อส่วนรวมและตัวเอง เรามาหาวิธีเลือกซื้อยาและร้านขายยาที่เหมาะสมกันดีกว่าค่ะ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง