Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > เลี้ยงลูกคนเดียว แนวทางครอบครัวสร้างสุขของพ่อ – แม่เลี้ยงเดี่ยว

เลี้ยงลูกคนเดียว แนวทางครอบครัวสร้างสุขของพ่อ – แม่เลี้ยงเดี่ยว

จำนวนคนดู 946 คน | เผยแพร่เมื่อ 18 พ.ค. 2558 เวลา 21:13 น.

เลี้ยงลูกคนเดียว นั้นในสหรัฐอเมริกามีพ่อหรือแม่ที่เลี้ยงลูกตัวคนเดียวถึง 11.9 ล้านคน 28 เปอร์เซ็นต์ของเด็กสหรัฐอเมริกาที่อายุต่ำกว่า 18 ปี อยู่กับพ่อหรือแม่เพียงคนเดียว 84 เปอร์เซ็นต์ของเด็กเหล่านั้นอยู่กับแม่ สัดส่วนของเด็กที่มีพ่อหรือแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวเพิ่มมากขึ้นในทุกกลุ่มเชื้อชาติ

รวมถึงอัตราอย่าร้างในสังคมไทยทุกวันนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับสิบปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ แต่ละปีจะมีคู่สมรสมาจดทะเบียนประมาณ 3-4 แสนคู่และภายหลัง 1-2 ปีจะพบว่ามีการหย่าร้างมากขึ้นประมาณ 80,000 กว่าคู่ หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของคู่สมรสที่จดทะเบียนโดยพบจังหวัดที่มีการอย่าร้างมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ

เรามีเคล็ด (ไม่) ลับจาก เครือข่ายครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวของมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว สำหรับพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกคนเดียวที่ตัดสินใจจะเลี้ยงลูกให้ได้ดีโดยไม่สนใจตำนานอันแสนเศร้าแต่เก่าก่อนอีกแล้ว ดังนี้ค่ะ

เลี้ยงลูกคนเดียว



สานสายใยรักและผูกพัน  วิธีการง่าย ๆ ที่คุณสามารถสร้างความสุขให้แก่ลูกของคุณได้คือ มอบความรักแบละความอบอุ่นให้แก่ลูกนั่นเอง เพราะหากเด็กขาดความผูกพันและความรักแล้ว อาจเกิดปัญหาตามมา เช่น ติดเพื่อน หรือติดเที่ยว หรือเมื่อเด็กโตขึ้นอาจไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์หรือผูกพันธุ์กับผู้อื่นได้

ดูแลอารมณ์ของตัวคุณเอง พยายามหลีกเลี่ยงการเลี้ยงลูกด้วยอารมณ์  เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ควรให้อารมณ์ด้านลบครอบงำคุณจนมากเกินไป หากคุณจัดการหรือควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ก็จะทำให้มีสติในการเลี้ยงลูกมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังทำให้ลูกมีความมั่นคงทางอารมณ์

สร้างบรรยากาศที่ดีในครอบครัวให้บ้านน่าอยู่ บรรยากาศในบ้านเป็นสิ่งสำคัญ การที่เด็กเติบโตมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข ความรัก ความอบอุ่น เสียงหัวเราะ และไม่ตึงเครียดกดดัน จะทำให้กระบวนการเรียนรู้ของเด็กเป็นไปได้ด้วยดี

ให้เวลาลูก และร่วมกันทำกิจกรรมของครอบครัวแบบง่าย ๆ เช่น การเล่านิทานให้ลูกฟัง นอกจากจะช่วยให้ลูกรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกับคุณแล้ว ยังสามารถสอดแทรกข้อคิดดี ๆ ให้กับลูกได้ด้วย

สื่อสารในครอบครัว การที่คุณพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับลูก ใช้ทักษะการสื่อสารที่ดีโดยการฝึกควบคุมอารมณ์ ใช้วาจา น้ำเสียง และสีหน้าท่าทางอย่างเหมาะสมรวมทั้งการบอกความจริงลูกรู้ จะช่วยให้ลูกยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาได้มาก และเป็นโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ด้วย เช่น ลูกจะเรียนรู้ว่าคุณจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านจึงอาจไม่มีเวลาให้เขาได้มากนัก

อย่าคาดหวังมากเกินไป ยิ่งพ่อแม่คาดหวังกับลูกมากเท่าใด เด็กจะยิ่งเครียดและกดดันจนขาดความมั่นใจในตนเองได้มากเท่านั้น ดังนั้นคุณควรให้เวลาพูดคุยกับลูกว่าในสิ่งที่ต้องการคืออะไร และอะไรคือสิ่งที่ลูกต้องการและทำได้ เพื่อที่จะได้หาข้อสรุปที่ทำให้ทั้งคุณและลูกมีความสุข มากกว่าจะคาดหวังจากลูกเพียงฝ่ายเดียว

เป็นที่ปรึกษาและเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก พ่อหรือแม่นับว่าเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก เช่น การมองโลกในแง่ดี มีน้ำใจ รู้จักแบ่งปัน รู้จักควบคุมอารมณ์ นอกจากนี้คุณควรเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้แก่ลูกด้วย โดยการเป็นผู้รับฟังที่ดี รู้จักรอคอยจังหวะอย่างเหมาะสมในการให้คำแนะนำ ทั้งนี้ การที่ลูกมาปรึกษาหรือขอคำแนะนำนั่นแสดงให้เห็นว่าลูกให้ความเชื่อถือและความไว้เนื้อเชื่อใจแกคุณนั่นเอง

หากพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวรู้จักแปรความทุกข์ให้เป็นความสุขแปรหยาดน้ำตาเป็นรอยยิ้มแห่งความหวัง และแปรความอ่อนแอเป็นความเข้มแข็งได้ ลูกของคุณจะเติมใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมไทยสืบไปค่ะ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง