Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > หูตึง 8 วิธีสร้างสุขให้คนหูตึง

หูตึง 8 วิธีสร้างสุขให้คนหูตึง

จำนวนคนดู 1017 คน | เผยแพร่เมื่อ 18 พ.ค. 2558 เวลา 21:11 น.

หูตึง ดูจะเป็นเรื่องธรรมสำหรับผู้สูงวัย แต่ก็น่าแปลกใจว่า ทำไมคนไทยจึงเรียกหูที่ไม่ใคร่ได้ยินว่า “หูตึง” ก็ไม่ทราบ แต่หากเปรียบเทียบกับอวัยวะอื่น ๆ เช่น ผิวหนัง ใบหน้า ที่ตึงแล้วนั้น เรากลับหมายถึงความเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมา จนแอบอดนึกน้อยใจแทนหูของคนเราเสียไม่ได้ อาการหูตึงหรือประสาทการได้ยินเสื่อมเป็นปัญหาที่พบในวัยผู้สูงอายุ จากการสำรวจพบว่า คนวัย 60 ปี จะมีคนที่มีปัญหาการได้ยินประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ โดยมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ซึ่งบางครั้งผู้สูงอายุบางคนก็อาจไม่รู้ตัวว่ามีปัญหานี้

ภาวะหูตึงเกิดจากมีการเสื่อมและตายของเซลล์ในช่องหูรวมถึงประสาทบริเวณหูชั้นในค่อย ๆ สึกกร่อนหรือฉีกขาดไปหลังจากรับฟังเสียงมาเป็นเวลานานตลอดชีวิต และหากมีอาการรุนแรง นอกจากผลกระทบทางด้านร่างกายแล้ว การไม่สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างเป็นปกติยังมีผลกระทบทางด้านจิตใจได้อีก

อาการเริ่มแรกที่เกิดขึ้นได้คือ จะไม่ค่อยไดยินเสียงแหลม ๆ หรือเสียงที่มีความถี่สูง เช่น เสียงผู้หญิงหรือเสียงดนตรีคีย์สูง ๆ หรือในสถานที่ซึ่งมีเสียงอื่นรบกวน ก็อาจฟังคนพูดไม่เข้าใจจนบางทีต้องเงี่ยหูฟังหัน

ถ้าแม้ปัญหาหูตึงในวัยชราจะยังไม่มีทางรักษาให้หายได้แต่การใช้เครื่องช่วยฟังจะช่วยทำให้คุณได้ยินดีขึ้น นอกจากนี้เรายังมี 8 แนวทางการปฏิบัติของผู้หูตึง เพื่อช่วยให้อยู่ในสังคมนี้ได้อย่างมีความสุขมาฝากกัน ดังนี้ค่ะ

บอกกล่าวให้คนใกล้ชิดรับรู้ อธิบายให้เพื่อน ๆ หรือญาติไดรับรู้ปัญหานี้ไว้ก่อน

ลดเสียงรอบ ๆ ตัว  เพื่อไม่ให้สับสนปนเปกับเสียงที่คุณจะพูด โดยการปิดเสียงรบกวน เช่น วิทยุหรือโทรทัศน์ หรือ ใช้สถานที่เงียบ ๆ ในการสนทนากัน

อย่าตะโกน คนหูตึงมักพูดเสียงดังเกินความจำเป็นจนเป็นที่ผิดสังเกตของคนรอบข้าง ซึ่งในบางครั้งอาจทำให้เสียงแหบและเป็นที่มาของโรคเกี่ยวกับกล่องเสียงขึ้นได้

หูตึง



อย่าพูดพึมพำ พยายามพูดให้ชัดถ้อยชัดคำ

พูดช้า ๆ และสบตากับคู่สนทนาทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบความเข้าใจในการสื่อสารระหว่างคุณกับคู่สนทนาในขณะที่คุณกำลังพูด

เลือกยืนหรือนั่งพูดคุยในตำแหน่งที่ดี เพื่อให้คู่สนทนาเห็นปากของคุณได้อย่างชัดเจน

ลองเปลี่ยนรูปประโยคใหม่ หากคู่สนทนายังไม่เข้าใจสิ่งทีคุณพูด

อย่าทำหน้าตาประกอบคำพูดเกินจริง เพราะอาจจะยิ่งทำให้คู่สนทนาสับสนได้

ที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูก ๆ หลาน ๆ ปฏิบัติต่อผู้สูงวัยที่มีภาวะหูตึงอย่างเข้าใจ เช่น เวลาพูดคุยกับคุณตาคุณยายต้องเข้ามาใกล้ ๆ ท่าน พูดช้าและดังกว่าธรรมดา อย่าหงุดหงิด และถ้าคุณตาคุณยายจะขอให้พูดซ้ำอีกครั้ง ก็ควรพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและชัดเจน เพราะการพูดซ้ำดังๆ ด้วยความหงุดหงิดของเจ้าของเสียง อาจทำให้คนแก่พานน้อยใจไปได้

เพราะสายสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวเริ่มต้นตากความรักและความเข้าใจเป็นสำคัญค่ะ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง