Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ปวดหัว ปวดศีรษะ เกิดขึ้นได้อย่างไรและวิธีบรรเทาอาการ

ปวดหัว ปวดศีรษะ เกิดขึ้นได้อย่างไรและวิธีบรรเทาอาการ

จำนวนคนดู 1820 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 15:48 น.

ปวดหัว และอาการปวดศีรษะ ตลอดชั่วชีวิต คนเราที่จะไม่เคยปวดศีรษะเลยเห็นจะไม่มี ปวดศีรษะเป็นอาการอย่างหนึ่งที่จะพบว่าเป็นกันได้เสมอ และเป็นอาการที่จะเกิดมีขึ้นได้บ่อยที่สุด บางครั้งก็มีอาการมาก บางครั้งมีอาการน้อยจนไม่สังเกตหรือไม่สนใจ บางคนนาน ๆ จึงจะปวดศีรษะเสียครั้งหนึ่ง แต่บางคนเป็นบ่อย ๆ หรืออาจเป็นตลอดเวลานาน ๆ อย่างไรก็ตามปวดศีรษะไม่ใช่โรค กล่าวคือ โรคปวดศีรษะนั้นไม่มี ปวดศีรษะเป็นเพียงอาการอย่างหนึ่งหรือเป็นความรู้สึกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นโดยต้นเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งต้นเหตุของปวดศีรษะนั้นมีมากมายจนพูดกันได้ไม่จบ บางต้นเหตุอาจรักษาได้ง่าย บางต้นเหตุรักษาได้ยาก และบางทีเรื่องปวดศีรษะนี้ก็ก่อให้เกิดปวดศีรษะแก่แพทย์ผู้ให้การรักษาอย่างมากเหลือเกิน

ปวดหัว


ความรู้สึกปวดศีรษะเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่อธิบายให้เข้าใจกันได้ยากสักหน่อย แต่ปวดศีรษะก็คงเหมือนกับความรู้สึกปวดเจ็บทั้งหลายที่เกิดขึ้นในตำแหน่งอื่น ๆ ของร่างกาย โดยความรู้สึกปวดศีรษะนี้จะเกิดขึ้นจากการกระตุ้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บในบริเวณศีรษะจากเหตุใดเหตุหนึ่ง การขยายตัวของหลอดเลือดทำให้มีการคั่งของเลือดบริเวณศีรษะ การมีความเครียดของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและต้นคอมีการบีบรัดหดตัวมาก ๆ การเพิ่มแรงดันภายในกะโหลกศีรษะ และความผิดปกติของมันสมอง ตลอดจนแม้แต่ความผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์จะเป็นต้นเหตุให้มีอาการปวดศีรษะได้

เมื่อเวลาที่ปวดศีรษะ ถ้าผู้ปวดศีรษะนั้นจะได้สังเกตลักษณะอาการ ตำแหน่งที่ปวด ระยะเวลาที่ปวด และอาการอื่น ๆ ที่รวมอยู่กับอาการปวดศีรษะได้ดี พอจะให้คำตอบแก่แพทย์เมื่อแพทย์ต้องการทราบได้แล้ว ก็จะทำให้ช่วยในการตรวจหาต้นเหตุได้สะดวกดียิ่งขึ้น

โดยลักษณะของการปวดศีรษะ การปวดศีรษะอาจมีลักษณะต่าง ๆ กันไปได้ อาจปวดตุบ ๆ ปวด
หนัก ๆ ปวดตื้อ ๆ ปวดร้าว ๆ หรือปวดเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านศีรษะ บางทีอาการปวดอาจเปลี่ยนแปลงไปโดยปวดมากขึ้น หรือปวดน้อยลงได้เมื่อมีการเปลี่ยนอิริยาบถ หรือผิดแปลกไปได้ตามอารมณ์ด้วย

การปวดศีรษะที่เกิดจากอาหารไม่ย่อย โรคทางเดินอาหารหรือจากแรงดันเลือดสูง จะมีอาการปวด
ตุบ ๆ และจะรู้สึกทุเลาเมื่อได้นอน พักแต่จะปวดมากขึ้นเมื่อลุกเดินหรืออกแรง อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงอย่างที่เรียกกันว่าเหมือนไฟฟ้าช้อตและปวดเป็นพัก ๆ มักเกิดจากการปวดประสาทที่มาเลี้ยงหนังศีรษะ

ตำแหน่งของการปวดศีรษะบางครั้งก็ช่วยให้ทราบถึงต้นเหตุได้บ้างเหมือนกัน เช่น การปวดศีรษะข้างเดียว ข้างใดข้างหนึ่ง อาจเนื่องจากการใช้สายตามาก ๆ การที่มีต้อหินของลูกตา ฝีที่รากฟันของขากรรไกรบน โรคของหูชั้นกลาง เช่น หูน้ำหนวก ไซนัสอักเสบหรือจากประสาทอักเสบ โรคของสมอง เช่น เนื้องอกหรือฝีที่เนื้อสมอง ตำแหน่งที่มีอาการปวดศีรษะมากที่สุดจะบอกถึงตำแหน่งสมองที่เกิดโรคนั้นได้

การปวดศีรษะบริเวณท้ายทอย อาจเนื่องจากโรคไต แรงดันเลือดสูง กระดูกต้นคออักเสบ หรือประสาทอักเสบ

ปวดศีรษะที่บริเวณยอดศีรษะ มักจะเนื่องจากท้องผูกหรือจากโรคทางประสาท

แต่ส่วนมากแล้ว เวลาปวดศีรษะนั้นมักจะปวดทั่วไปทั้งศีรษะซึ่งต้นเหตุใด ๆ ก็ทำให้ปวดทั่วทั้งศีรษะได้ อาการปวดทั่วไปนี้จึงไม่ช่วยบอกให้รู้ต้นเหตุแน่นอนอย่างใด

ระยะเวลาของการปวดศีรษะมีความสำคัญอยู่มากที่จะช่วยชี้บ่งถึงต้นเหตุได้ โรคของสมองและเยื่อหุ้มสมอง จะทำให้มีการปวดศีรษะอยู่ตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืน จะยิ่งปวดมากขึ้นในตอนกลางคืนทำให้ผู้ป่วยยิ่งนอนไม่หลับมากขึ้น ถ้าปวดศีรษะเนื่องจากพิษต่าง ๆ ในร่างกายจะทุเลาไปในตอนกลางคืนหรือเมื่อได้นอนหลับพักผ่อน ปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อาจเนื่องจากากรนอนหนุนหมอนสูงเกินไป หรือต่ำเกินไป อากาศภายในห้องนอนถ่ายเทไม่สะดวก หรืออากาศร้อนจัดหนาวจัดไป หรือจากการขาดอาหาร ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดน้อยลงมาก ถ้าปวดศีรษะในตอนเย็นทุก ๆ วัน ก็อาจเนื่องจากสายตาไม่ดี การใช้สายตามาก หรือการทำงานที่ต้องใช้คิดความคิดมาก ๆ ตลอดทั้งวัน

อาการปวดศีรษะเป็นเพียงอาการอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการมีต้นเหตุผิดปกติขึ้นในร่างกายหรือเพราะการมีโรคอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นส่วนมากแล้วจะมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วยเสมอ ปวดศีรษะอาจเป็นอาการนำหรืออาการเด่นกว่าอาการอื่น แต่บางทีก็เป็นอาการที่มีน้อย ดังนั้นในการที่จะรู้ถึงต้นเหตุของการปวดศีรษะ ก็จะต้องอาศัยการทราบอาการอื่น ๆ ที่ร่วมอยู่ด้วย เช่น มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ ท้องผูก ท้องเดิน เบื่ออาหาร และหลายต่อหลายอาการที่อาจมีร่วมอยู่ด้วย

ถ้าจะพูดกันถึงต้นเหตุที่ทำให้ปวดศีรษะแล้ว ดูเหมือนจะมีได้นับร้อยนับพันต้นเหตุ จะลองเอ่ยถึงต้นเหตุที่อาจทำให้ปวดศีรษะมาพอให้เห็นว่ามีมากมายเพียงใดแต่เพียงสังเขป โดยจะแบ่งต้นเหตุออกเป็น
พวก ๆ อย่างง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

ปวดศีรษะ ปวดหัวตึบ


1. ต้นเหตุจากโรคบริเวณศีรษะโดยตรง อาจได้แก่

โรคของสมอง เช่น มันสมองกระเทือน หรือมันสมองชอกช้ำ จากอุบัติเหตุบริเวณศีรษะ ฝีในสมอง เนื้องอกในสมอง ซิฟิลิสของเนื้อสมอง เนื้อสมองอักเสบ

โรคของเยื่อหุ้มสมอง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เนื้องอกของเยื่อหุ้มสมอง หลอดเลือดของเยื่อหุ้มสมองแตกมีเลือดขังอยู่ใต้เยื่อหุ้มสมอง

โรคของหลอดเลือดในสมอง เช่น หลอดเลือดในสมองโป่งพองหลอดเลือดของสมองมีอาการอุดตัน หลอดเลือดในสมองแตก โรคซิฟิลิสของหลอดเลือดในสมอง

โรคตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ต้อหิน เนื้องอกของลูกตา การใช้สายตามากเกินไป

โรคหู เช่น ฝีในหู หูน้ำหนวก

โรคปากและคอ เช่น ฟันผุ ทอนซิลอักเสบ

โรคของกะโหลกศีรษะ เช่น ไซนัสอักเสบ เนื้องอกของกะโหลกศีรษะ

โรคต้นคอ เช่น กระดูกต้นคออักเสบ กล้ามเนื้อต้นคออักเสบ

2. ต้นเหตุจากพิษที่ได้รับเข้าสู่ร่างกายหรือเกิดขึ้นภายในร่างกาย

ต้นเหตุจากพิษที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย เช่น อากาศเหม็น อากาศอบอ้าวไม่บริสุทธิ์ คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนนอกไซต์ แก๊สที่ใช้จุดไฟ แก๊สที่เกิดในโรงงานอุตสาหกรรม หรือจากยาบางอย่าง เช่น ควินิน ยาที่เข้าพวกฝิ่น การดื่มสุรามาก ๆ การสูบบุหรี่จัด

ต้นเหตุอาจเนื่องจากพิษในร่างกาย เช่น โรคเบาหวาน โรคไต อาหารไม่ย่อย และโรคทางเดินอาหาร ท้องผูก อาหารเป็นพิษ และที่เราจะได้บ่อยที่สุด ก็คือ โรคใดก็ตามที่ทำให้เกิดเป็นไข้หรือมีการอักเสบ ได้แก่ ไข้หวัด มาลาเรีย ไทรอยด์ และอีกหลายต่อหลายโรคที่ทำให้มีไข้ ก็จะทำให้ปวดศีรษะด้วย แรงดันเลือดสูงก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ปวดศีรษะ

3.ต้นเหตุทั่ว ๆ ไป และสภาพความเป็นอยู่ เช่น นอนไม่หลับการพักผ่อนน้อย การสวมหมวกคับมาก การใช้ของหนัก ๆ ทูนศีรษะการใช้หมอนหนุนศีรษะสูงหรือต่ำมากเกินไป การมีเสียงดังอยู่รอบ ๆ ตลอดเวลา เช่น อยู่ในเรือ ในรถ ในโรงงานโรงสี โรงเลื่อยนาน ๆ การเดินทางทำให้เมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน การทำงานหนัก การอยู่ท่ามกลางแสงแดด ความอ่อนเพลีย เหน็ดเหนื่อยมากและในพวกผู้หญิงอาจมีปวดศีรษะเมื่อถึงระยะมีระดู

4.ต้นเหตุจากจิตใจและอารมณ์ ต้นเหตุนี้นับว่ามีมากที่สุดที่ทำให้คนส่วนใหย๋มีอาการปวดศีรษะ และปวดอยู่มาก ๆ นาน ๆ ด้วย ความเคร่งเครียดของอารมณ์และจิตใจ จะทำให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ หนังศีรษะ ใบหน้าและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการเคี้ยวอาหารด้วย จะสังเกตได้ว่าคนที่มีเกิดมีอารมณ์อย่างใดขึ้นจะมีหน้าผากย่น คิ้วขมวด คอเกร็ง กัดกราม แสดงให้เห็นถึงการเกร็งของกล้ามเนื้อเหล่านี้น จึงทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นได้ ผู้ที่มีอารมณ์เคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา ด้วยความวิตกกังวลใจ มีความไม่พึงพอใจไม่สมหวัง โลภ โกรธ หลง อิจฉาริษยา เกลียดชัง หวาดระแวง และอารมณ์ร้ายต่าง ๆ อยู่ที่จิตใจนั้น ล้วนแต่มีอาการปวดศีรษะอยู่ตลอดเวลาทั้งนั้น ถ้าอารมณ์ที่มีขึ้นนั้นถูกขจัดไปได้ อาการปวดศีรษะก็จะหายไปด้วย

ตามที่กล่าวมาจะเห็นว่า เพียงกล่าวกันอย่างสังเขปเท่านั้นต้นเหตุของการปวดศีรษะก็มีมากมาย เกือบจะพูดได้ว่า ถ้าเป็นโรคอะไรหรือร่างกายผิดปกติไปอย่างใดก็จะเกิดปวดศีรษะได้ทั้งสิ้น ปวดศีรษะอาจมีต้นเหตุได้นับแต่ต้นเหตุเล็กน้อยที่ไม่สำคัญอะไรจนถึงอาจมีต้นเหตุที่ร้ายแรงที่สุด และเป็นอันตรายต่อชีวิตได้อย่างมากด้วย ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดศีรษะซึ่งไม่หายไปในเวลาอันควร แต่เป็นอยู่นานหลายวันแล้ว จะคิดว่าอาการปวดศีรษะไม่สำคัญแล้วไม่เอาใจใส่ต่อไปนั้นไม่ได้ ควรจะต้องรีบให้แพทย์ตรวจหาต้นเหตุให้เร็วที่สุด เพื่อการรักษาที่ถูกต้องที่จะให้กายจากโรค และจากการปวดศีรษะเสียโดยเร็ว

คนไม่เคยปวดศีรษะเลยในชีวิตนั้นไม่มี และปวดศีรษะเป็นเรื่องที่จะเกิดง่ายที่สุดในคนทั่วไปทุก ๆ คน ยาแก้ปวดศีรษะจึงเป็นยาที่ใช้กันมากที่สุด มีผู้ผลิตออกจำหน่ายมากที่สุด และจำหน่ายได้ดีที่สุด ยิ่งกว่ายาประเภทใดทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังพยายามแข่งขันกันที่จะค้นคว้าและสังเคราะห์ยาต่าง ๆ ที่จะเป็นยาซึ่งมีฤทธิ์แก้ปวดศีรษะได้ดีที่สุดออกฤทธิ์เร็วและออกฤทธิ์อยู่นานที่สุด

เรื่องยาแก้ปวดศีรษะจึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นยาที่ซื้อหามาใช้กันได้ง่าย ๆ ยังเป็นยาที่มีฤทธิ์แรงมากขึ้น และคนทั่วไปใช้กันอย่างไม่รู้ถึงขนาดหรืออันตรายของยาด้วย พิษหรืออันตรายจากยาอาจพบกันได้บ่อยและพบมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นพวกยาแก้ปวดทั้งหลาย ไม่น้อยชนิดที่เป็นพวกยาระงับซึ่งเมื่อใช้กันไปนาน ๆ อาจมีการติดยาจนเป็นนิสัย หรืออาจกลายเป็นเสพติดไปยากที่จะเลิกยาได้ง่ายที่สุด การใช้ยาแก้ปวดศีรษะหรือยาระงับใด ๆ จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง การจะใช้ยาใดนั้นควรจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือได้รับจากแพทย์โดยตรง

แต่ข้อสำคัญที่สุด ยาแก้ปวดศีรษะไม่ใช่ยารักษาต้นเหตุหรือโรคที่ทำให้ปวดศีรษะ การรักษานั้นจะต้องรักษาต้นเหตุหรือโรคโดยตรงจึงจะทำให้ปวดศีรษะหายไปได้โดยสิ้นเชิง

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง