Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต ความงามความสวยบนความเสี่ยง

ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต ความงามความสวยบนความเสี่ยง

จำนวนคนดู 717 คน | เผยแพร่เมื่อ 18 พ.ค. 2558 เวลา 20:56 น.

ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต เมื่อไม่นานนี้มีโอกาสไปเดินเที่ยวแถว ๆ เซ็นเตอร์พอยท์ที่ว่ากันว่าเป็นศูนย์รวมแฟชั่นทุกประเภทมาค่ะ เดินแกว่งอยู่ได้แป๊บเดียว ก็ให้รู้สึกว่าตัวเองทั้งแก่ทั้งเชย (ฮา) หากคุณลุงคุณป้าที่เคยสักยีนต์หรือดัดขนตาสมัยก่อนโน้นมีโอกาสได้มาเห็นรสนิยมของวัยรุ่นสมัยนี้คงแปลกใจน่าดูเพราะนอกจากเสื้อผ้าดีไซน์เก๋ไก๋ที่มีให้เลือกสรรมากมายแล้วยังมีแฟชั่นรอยสักลวดลายสวย ๆ การเจาะสะดือ เจาะลิ้น ต่อขนตา และต่อเล็บละลานตาไปหมด

อืม...แล้วน้อง ๆ หนู ๆ จะรู้ไหมหนอว่า นอกจากรูปผีเสื้อแสนสวยที่กำลังสยายปีกบริเวณข้อเท้าขวา ความโดดเด่นแวววาวของวัตถุเม็ดจิ๋วที่ห้อยต่องแต่งตรงสะดือ หรือแผงขนตายาวเฟื้อยที่ช่วยขับใบหน้าธรรมดาให้ดูสวยเด่นนั้น จะมีผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึงตามมาด้วยหรือเปล่า

การแต่งเติมร่างกายทางการแพทย์

การแต่งเติมร่างการที่ภายหลังเรียกให้โก้ขึ้นว่าศิลปะบนเรือนร่างนั้น มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วค่ะ ทั้งเพื่อบ่งบอกวัฒนธรรม ความเชื่อ เพิ่มความมั่นใน ความสวยงาม รวมทั้งประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งในกรณีหลัง รองศาสตราจารย์นายแพทย์อภิรักษ์  ช่วงสุวนิช  ภาควิชาศัลยกรรมศาสตร์ตกแต่ง ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า

ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต



“การสักทางการแพทย์ (medical tattoo) มีมานานแล้ว เช่น สักเม็ดสีที่คล้ายคลึงกับสีผิวเข้าไปในชันหนังแท้เพื่อกลบรอยด่างขาวที่รักษาไม่หาย สักลงไปในช่องว่างระหว่างผมเพื่อให้ดูมีผมดกดำขึ้นหลังจาการปลูกถ่ายผม สักบริเวณขอบตาและหัวคิ้วเพื่อรักษาผู้ที่มีปัญหาขนร่วงบริเวณดังกล่าว สักเพื่อสร้างหัวนมและปานนมขึ้นมาใหม่สำหรับผู้ป่วยที่ผ่าตัดมะเร็งเต้านม

“สำหรับ การฝังวัตถุทางการแพทย์ จะทำให้กรณีที่ผู้ป่วยได้รับอุบัติเหตุ เช่น รักษาผู้ป่วยดั้งหักโดยเสริมจมูกด้วยซิลิโคนใช้แผ่นเหล็กเข้าไปรองใต้เบ้าตาในกรณีคนไข้ใต้เบ้าตาแตก หรือในรายที่หน้าผากยุบก็ใช้เหล็กหรืออะคริลิกเข้าไปฝังบริเวณหน้าผากเพื่อแทนที่ส่วนที่ยุบไป

“ส่วนการต่อเติมร่างกายทางการแพทย์ ได้แก่ ใบหูขาด นิ้วขาด แขนขาด ขาขาด โดยนำซิลิโคนหล่อรูปขึ้นมาใหม่แล้วใช้กาวมาติดแปะไว้ ซึ่งวัสดุที่ใช้ต้องมีคุณภาพดีและมีปฏิกิริยากับร่างกายน้อยที่สุด” นายแพทย์อภิรักษ์กล่าว

จากที่เคยสักและเจาะฝังวัตถุในร่างกายเพื่อประกาศวัฒนธรรม ความเชื่อ และประโยชน์ทางการแพทย์ในอดีตปัจจุบันเอนเอียงมาทางความสวยงามเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหากขั้นตอนในการทำและอุปกรณ์ไม่สะอาดได้มาตรฐาน ความสวยงามอาจพ่วงแถมโรคร้ายที่คาดไม่ถึงตามมาด้วย

ความสวยบนความเสี่ยง

ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็มักจะเห็นแฟชั่นบนเรือนร่างเกลื่อนไปหมด บางคนทั้งเจาะและสักลายพร้อยไปทั้งตัว หาเค้าเดิมแทบไม่เจอ พอจะทราบไหมคะว่า ของแถมที่ตามมามักไม่ค่อยสวยงามเหมือนลวดลายบนร่างกายเอาเสียเลยละค่ะ

รอยสัก (tattoo) หมายถึง การตีหรือการเคาะ ซึ่งการสักในสมัยกรีกโรมัน อียิปต์ และจีนโบราณ มักถูกใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ ส่วน การสักลาย หรือ สักยันต์ เป็นความเชื่อที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน โดยเฉพาะเมื่อถึงยามศึกสงครามจะมีการสักยันต์ในหมู่ชายฉกรรจ์ที่ออกรบ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ศัตรูฟันแทงไม่เข้าและอยู่ยงคงกระพัน

ปัจจุบันนิยมการสักเปลี่ยนไปเพื่อความสวยงาม กลายเป็นแฟชั่นที่กำลังได้รับคามนิยมในหมู่วัยรุ่น ร้านรวงที่เปิดให้บริการรับสักจึงมีอยู่กลาดเกลื่อนพอกัน ซึ่งรองศาสตราจารย์ นพ.อภิรักษ์ ช่วงสุวนิช กล่าวว่า หากกระบวนการสักและอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานไม่ว่าจะเป็นการสักประเภทไหนก็ตามย่อมมีโอกาสเสี่ยงและมีผลข้างเคียงตามมาเสมอ เช่น

แพ้สีที่ใช้สัก  เนื่องจากการสักเป็นการใส่เม็ดสีฟ้าเข้าไปที่ชั้นของหนังแท้ เม็ดสีจะถูกเซลล์แมคโครฟาจส์ (macrophages) ซึ่งอยู่ในบริเวณนั้นกลืนสีเข้าสู่เซลล์ผิวหนังเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งสีที่ใช้สักส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมของโลหะหนัก เช่น แร่เหล็ก แร่โคบอลต์ และสารปรอท

โดยเฉพาะสารปรอท cinnabar ในสีแดงอาจทำให้เป็นผิวหนังอักเสบ เป็นหนอง เกิดผื่นตุ่มแดงในบริเวณรอยสัก หรือเกิดผื่นแพ้รุนแรงเมื่อโดนแดดมาก ๆ และในกรณีคนที่เป็นโรคผิวหนังอยู่เดิม เช่น โรคสะเก็ดเงิน อาจมีผื่นของโรคสะเก็ดเงินขึ้นในตำแหน่งของรอยสักได้

ติดเชื้อบริเวณรอยสัก เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัณโรค โรคเรื้อน เชื้อ HIV และเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ปัจจุบันพบว่าคนไทยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมากขึ้น ซึ่งแจนำไปสู่โรคตับแข็ง และลุกลามไปเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด

ระบบประสาทถูกทำลาย  หากช่างที่รับทำไม่ใช่มืออาชีพ และบังเอิญสักไปโดยเส้นประสาท อาจส่งผลให้รู้สึกเสียวแปลบบริเวณที่สัก เช่น บริเวณท้ายทอยโดยบางรายมีอาการปากเบี้ยวในขณะที่อ้าปากหรือหัวเราะมาก ๆ

การเจาะฝังวัตถุตามร่างกาย (เจาะหู ลิ้น จมูก สะดือ และคิ้ว) โดยปกติผิวหนังจะเป็นด่านป้องกันเชื้อโรคถ้ามีการเจาะหรือเปิดผิวหนัง เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะร้านที่ใช้วัสดุจำพวกโลหะขาวมัน นิกเกิล และโครเมี่ยม อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงดังนี้

เสี่ยงต่อการถูกเกี่ยวกระชาก หรือผิวหนังงอกหุ้มเครื่องประดับ และอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อแดงจากเส้นเลือดที่แบ่งตัวผิดปกติ หรือทำให้มีเลือดออกง่าย ที่สำคัญ มีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรีย pseufomonas ติดเชื้อจากเชื้อราจำพวกยีสต์ ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (hepatitis) และเชื้อ HIV ทั้งยังอาจทำให้เกิดภาวะ toxic shock syndrome ได้

คนที่ใส่ห่วงที่ปากและเจาะลิ้นเป็นเวลานานมีโอกาสเหงือกร่นมากกว่าคนทั่วไป และอาจส่งผลให้รากฟันโผล่ ฟันแตกร้าว และโยกหลุดได้ ร้ายแรงกว่านั้นอาจทำให้เป็นโรคเหงือกเรื้อรัง จนอาจลุกลามเป็นมะเร็งในอนาคต

เนื่องจากลิ้นเป็นบริเวณที่มีแบคทีเรียมากที่สุด จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปาก บางรายมีเลือดออกและไม่หยุดจนทำลายระบบประสาท นอกจากนี้วัตถุที่ฝังไว้ในลิ้นอาจทำให้ลิ้นบวมคับปากจนปิดช่องทางเดินเข้า-ออกของลมหายใจ

คนที่เจาะหูอาจะเป็นฝีกระดูกอ่อนในใบหู หรือหูอักเสบและเสี่ยงต่อการมีผื่นแพ้เครื่องประดับพวกนิกเกิล โดยผิวจะคันแดง บางรายอาจมีอาการเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องเจาะจริง ๆ ควรเลือกใช้เครื่องประดับจำพวกสแตนเลสสตีล แพลทินัม หรือทองแท้แทน

ทำให้เกิดแผลเป็นคีลอยด์ (keloid) คือผิวหนังที่เกิดความผิดปกติ มีลักษณะเนื้อนูนขึ้นมาเหมือนตีนตะขาบ โดยเฉพาะคนที่นิยมเจาะหูข้างละหลายรู บางคนยิ่งคันยิ่งเกา จะยิ่งทำให้แผลลุกลามไปยังบริเวณอื่น ๆ ด้วย

การต่อเติมความงามบนร่างกาย  ผู้หญิงสมัยก่อนจะนิยมดัดและต่อขนตาเพื่อความสวยงามเฉพาะเวลาที่ต้องออกงานสังคมเท่านั้น หากในปัจจุบันการต่อขนตากลายเป็นแฟชั่นที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง รวมถึงกาต่อเล็บด้วย แต่เพราะเป็นการแต่งเติมนอกร่างกาย และวัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นในลอนและพลาสติก จึงไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง

จะมีบ้างในกรณีที่บางคนแพ้กาวหรือพลาสติกที่ใช้โดยเฉพาะกาวที่ใช้มีสารไซยาโนแอครีเลต ซึ่งอาจส่งผลให้แสบ ปวดบริเวณที่โดน หรือน้ำตาไหล ตาบวมและมัวในกรณีต่อขนตาซึ่งหากเกิดกรณีนี้ขึ้นให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วรีบไปพบแพทย์

เห็นไหมคะว่า อันตรายที่มาแฝงกับความงามนั้นน่าขาดแค่ไหน ที่สำคัญ ไม่เพียงร่างกายเท่านั้นที่เสี่ยงกับโรคร้ายแรง ยังมีผลกระทบอื่น ๆที่คุณอาจคาดไม่ถึงตามมาอีกระลอกใหญ่เลยนะ

คุ้มไหม ถ้าสวยแล้วต้องเสี่ยง

สำหรับวัยคะนองแล้ว แฟชั่นบนร่างกายอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย และทำให้รู้สึกดีเมื่อยามอยู่ในกลุ่มเพื่อนทวาอีกมุมหนึ่งของความสวยงามนั้นอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญบนเส้นทางการงานในอนาคตได้

ในบางประเทศมักจะมองคนในกลุ่มนี้ในด้านลบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในอดีตรอยสักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการประณามหรือประกาศความชั่ว เช่น การสักหน้าโจรผู้ร้ายเมื่อจับตัวได้เพื่อให้คนในสังคมระมัดระวัง หรือการฝังเจาะวัตถุตามร่างกายเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรง

แม้กระทั่งในสังคมเปิดและเป็นผู้นำในทุกด้านอย่างอเมริกาก็ยังไม่ยอมรับแฟชั่นที่ว่านี้ในวงกว้าง ร้านถึงนาง ลอร่า บุช (ภริยาประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช) ต้องตัดโครงการ โฮมบอยอินดัสทรีส์ (Homeboy Industries) ขึ้นในลอสแองเจลิส เพื่อบริการช่วยลบรอยสักและนำวัตถุออกจากร่างกายฟรีให้แก๊งวัยรุ่น ซึ่งล้วนเคยก่อปัญหาความรุนแรงมาแล้วทั้งนั้น

ทั้งนี้เมื่อเลยวัยคะนองไปแล้ว ถึงเวลาเดินเข้าไปสมัครงานเด็ก ๆ กลุ่มนั้นมักจะได้รับการปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย เพราะสังคมพิพากษาไปแล้วว่า พวกเขาเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรง เกเร และไม่รับผิดชอบ

สำหรับในประเทศไทย หลายคนเดินเข้าไปสมัครงานในบริษัทชื่อดังด้วยความมั่นใน แต้องเดินคอตกกลับออกมา เพราะไม่ผ่านสายตาเซ็นเซอร์ของฝ่ายบุคคลที่บังเอิญเห็นรอยสักรูปผีเสื้อบริเวณข้อเท้าข้างขวา รวมถึงตามหน่วยงานราชการต่าง ๆ ด้วย

แม้จะมีคำกล่าวที่ว่า “คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า” เพื่อเปิดโอกาสให้คนมองเห็นความสามารถหรือความดีกันจากข้างในก็ตาม หากองค์กรบางแห่ง งานบางประเภท บุคลิกที่น่าเชื่อถือของบุคลากรย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรค่ะ

อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าแฟชั่นแล้ว มักมาไวไปเร็วยิ่งกว่าเข็มนาฬิกาหมุน หากคิดสนุกเพียงชั่วครั้งชั่วคราวแล้วละก็ (โดยเฉพาะผู้พิสมัยรอยสัก) แนะนำว่าแปะสติ๊กเกอร์ ทำบอดี้เพ้นท์ หรือทำเฮนน่าก็พอค่ะ ปลอดภัย ลบก็ง่าย ไม่เจ็บปวด สวยติดทนนาน ไม่เปลืองเงินในประเป๋า แถมไม่ต้องเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง

จุ๊ ๆ ...รู้แล้วอย่าเอ็ดไป ว่ากันว่าค่า “รักษา” น่ะแพงกว่าค่า “ทำสวย” หลายเท่าตัวเชียวค่ะ

Tip

การลบรอยสักทำได้โดยการผ่าตัดหรือใช้กรดไนตริกหรือกรดซีลฟิวริกลบ แต่วิธีที่ได้รับการยอมรับและได้ผลมากที่สุดคือการใช้เลเซอร์ แต่ก็ไม่สามารถลบได้ในครั้งเดียว โดยเฉพาะในกรณีที่สักหลาย ๆ สี หนาและลึก ต้องลบหลายครั้ง ซึ่งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือรายด่างขาว รอยเข้มดำ หรือแผลเป็นคีลอยด์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่สักด้วย โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก หลัง และไหล่มีโอกาสเกิดแผลเป็นคีลอยด์ได้ง่าย

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง