Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > วิตามินซี กับการป้องกันมะเร็ง

วิตามินซี กับการป้องกันมะเร็ง

จำนวนคนดู 306 คน | เผยแพร่เมื่อ 18 พ.ค. 2558 เวลา 15:32 น.

วิตามินซี กับการป้องกันมะเร็ง ในตำราซึ่งเกี่ยวกับรังสีวิทยา (Radiation) ระบุไว้ว่า การใช้รังสีพลังสูงจะทำให้เกิดการกลายพันธุ์หรือการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutations)
ทำให้เกิดการก่อตัวของมะเร็ง  ทำให้หลอดเลือดแข็ง ( Atherosclerosis)  ทำให้กล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ แข็งตัวทำให้เกิดสภาพสมองเสื่อม  ทำให้ภูมิชีวิตต่ำ

อาการต่างๆ ที่เกิดจากการฉายรังสีแรงสูงนี้จะเป็นอาการเหมือนกันของความแก่หรือความชรา  หมายความว่าอาการที่เกิดขึ้นจากการฉายรังสีและอาการที่เกิดขึ้นเพราะความชรานั้นมีอาการเหมือนกัน

ที่น่าสนใจมากก็คือ  การฉายรังสีมากๆ ทำให้เกิดฟรีแรดิคัลส์ (Free Radicals) ในร่างกาย  และเมื่อสำรวจคนชราหรือคนเป็นโรคชรา (หมายความว่าอายุยังไม่มาก  แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจนดูเหมือนคนแก่)  ก็พบว่าในร่างกายเต็มไปด้วยฟรีแรดิคัลส์

ฟรีแรดิคัลส์  คือกลุ่มของเซลล์หรือโมเลกุลซึ่งรวมตัวกันเป็นอิสระ  ไม่อยู่ใต้บังคับของระบบใดๆ ของร่างกาย  มันจึงเหมือนพวกอันธพาล  ซึ่งจะไปก่อการร้ายหรือก่อความเดือดร้อนให้กับสังคมได้อย่างอิสรเสรี

วิตามินซี



ฟรีแรดิคัลส์หรือท็อกซินเป็นพวกอันธพาลเหมือนกัน  สภาพการเกิดของฟรีแรดิคัลส์หรือท็อกซินอาจจะไม่เหมือนกัน  ท็อกซินนั้นเกิดขึ้นได้จากปฏิกิริยาทางเคมีของร่างกาย  แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งก็อาจจะหมดไปเนื่องจากการระบายหรือการทำความสะอาดตัวเองของระบบต่างๆ ในร่างกาย

แต่ฟรีแรดิคัลส์เกิดได้จากปัจจัยภายนอกและภายในของร่างกาย  ท็อกซินถ้าสะสมกันมากๆ ภายในร่างกายก็อาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มทิชชู (Tissue) หรือกลุ่มเซลล์  กลุ่มทิชชูที่รวมตัวกันนี้คือฟรีแรดิคัลส์  และเมื่อเกิดขึ้นในร่างกายแล้วก็จะอยู่ต่อไป  และจะทำลายการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย  รวมทั้งเป็นตัวก่อตั้งของการกลายพันธุ์ด้วย

การกลายพันธุ์ก็คือการตั้งต้นของมะเร็ง  การเริ่มต้นของมะเร็งนั้นจึงมีต้นตอที่สำคัญ  คือ  ท็อกซินและฟรีแรดิคัลส์

ผมเคยกล่าวไว้หลายครั้งว่า ทฤษฎีสำคัญที่สุดอันหนึ่งซึ่งเรายึดถือเป็นหลักก็คือ เรื่องภูมิชีวิตหรืออิมมูนซิสเต็มเราถือว่าถ้าภูมิชีวิตดี เราก็ไม่ป่วย ถ้าเราป่วย แสดงว่าภูมิชีวิตของเราไม่ดี ทั้งท็อกซินและฟรีแรดิคัลส์ทำให้เราป่วยและทั้งสองตัวนี้ก็เป็นตัวสำคัญที่ทำลายภูมิชีวิตหรืออิมมูนซิสเต็มของเราด้วย

ถ้าหากว่าร่างกายของเราแข็งแรงหรือพูดกันอีกอย่างหนึ่งว่า  ภูมิชีวิตของเราแข็งแรง  เราก็มีระบบปราบปรามในตัวเราเองอยู่แล้ว  ระบบที่จะช่วยทำลายฟรีแรดิคัลส์ในตัวเราได้คือเอนไซม์  ซึ่งมีอยู่หลายตัว  ตัวหนึ่งซึ่งสำคัญมากคือ  Superoxide  Dismutase  เอนไซม์ตัวนี้คือตัวที่จะกำจัดฟรีแรดิคัลส์โดยตรง

และสิ่งที่จะช่วยให้เอนไซม์ทำงานได้อย่างเต็มที่และเป็นตัวกำจัดฟรีแรดิคัลส์โดยตรงอีกเหมือนกันก็คือ  วิตามินในกลุ่มที่เราเรียกว่า  แอนติออกซิแดนต์ส (Antioxidants)  ในกลุ่มนี้มีวิตามินที่เรารู้จักกันดีเป็นตัวนำ คือวิตามินซี

เฉพาะวิตามินซีนั้น  เรารู้จักมานานหลายสิบปีแล้ว  แต่ในตอนแรกๆ เราเข้าใจเรื่องวิตามินกันผิดๆ มาก  เราเข้าใจว่าวิตามินเป็นยาบำรุง  มีการโฆษณาสรรพคุณกันมากมาย  และที่มีบริษัทยาเอาเรื่องวิตามินไปหากินร่ำรวยกันมากมายก็ตรงที่โฆษณาว่ามีวิตามินรวมซึ่งถือกันว่าเป็นยอดยาบำรุง  มีวิตามินต่างชนิดรวมกันอยู่ในเม็ดเดียว

ชาวบ้านก็เชื่อ  ไปเข้าคิวซื้อวิตามินรวมกันเป็นแถว  โชคดีอยู่อย่างที่การกินวิตามินเช่นนั้นไม่มีพิษมีภัยอะไร  เพราะวิตามินรวมแต่ละชนิดที่มีโดสต่ำมากอย่างเช่นวิตามินซี  สมัยก่อนๆ อย่างสูงก็แค่  100  มิลลิกรัม  คนกินแล้วก็ไม่มีอะไรจะมีเสียอยู่อย่างเดียวก็คือเสียสตางค์โดยไม่จำเป็นเท่านั้น

ต่อมามีการศึกษาถึงเรื่องการใช้วิตามินมากขึ้น  ได้พบว่าวิตามินแต่ละตัวมีหน้าที่ต่างกัน  อย่างเช่น  วิตามินซีมีหน้าที่สำคัญคือ

เป็นตัวสร้างคอลลาเจน  ซึ่งเป็นตัวเส้นใยที่ทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน  ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก  ฟัน  เหงือก  และเส้นเลือดด้วย
ช่วยให้คลายเครียด
ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้นนั่นคือการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
ช่วยทำให้แผลสด  แผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น
ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)

นอกจากนั้นยังได้มีการทดลองในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในกรณีของเด็กอ่อน

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากก็คือช่วยป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสโดยตรงข้อนี้หมายถึงวิตามินซีเป็นตัวช่วยบำรุงภูมิชีวิตโดยตรง

อันที่จริงมีการศึกษาและทดลองเกี่ยวกับประโยชน์และความสำคัญของวิตามินกันมากมาย  คุณประโยชน์ของวิตามินซีตามหัวข้อที่ระบุมาแล้วนั้นเป็นรายงานและมีข้อพิสูจน์แน่นอน  แต่โดยเหตุที่ผู้ที่ทดลองและศึกษาในด้านวิตามินเป็นนักชีวเคมีหรือเภสัชกรเสียเป็นส่วนมาก ผลที่รายงานและประกาศออกมามักจะไม่ได้รับความสนใจ

แม้แต่นักฟิสิกส์-เคมีที่มีชื่อเสียงก้องโลกจนกระทั่งได้รับรางวัลโนเบลอย่าง ดร.ไลนัส  พอลลิ่ง  ก็ได้ศึกษาและทดลองเกี่ยวกับวิตามินซีมาเป็นเวลาหลายสิบปี  เมื่อรายงานและประกาศผลการทดลองออกไปก็ยังมีน้อยคนที่จะรับรองและเห็นด้วย

ข้ออ้างสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการแพทย์ก็คือ ดร.ไลนัส พอลลิ่ง ไม่ใช่หมอ

อาจารย์ที่ผมรักมากคนหนึ่ง  ก็คือ นอร์มัน เคาน์ซิลส์  ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ศึกษาเรื่องวิตามินมามากมายเช่นกัน

ท่านศึกษาเรื่องวิตามินซีอย่างจริงจังและได้นำไปใช้กับตนเอง  จนกระทั่งรักษาตนเองได้สำเร็จ  ท่านก็ยังไม่กล้าประกาศและทำรายงานเกี่ยวกับการรักษาตนเอง

เพราะอาจารย์นอร์มัน เคาน์ซิลส์ไม่ใช่หมอ ท่านเป็นนักเขียนและนักค้นคว้า และท่านป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อตายทั้งตัว ทางโรงพยาบาลไม่มีทางรักษาบอกให้ท่านกลับไปตายที่บ้าน

ท่านกลับไปบ้าน  รักษาตัวเองจนหายและตัวยาหนึ่งในหลายตัวที่สำคัญและช่วยให้ท่านหายก็คือวิตามินซี

ครั้งหนึ่งเพื่อนของท่านซึ่งเป็นทนายความได้มาปรึกษาท่านถึงเรื่องการเจ็บป่วยของลูกสาวอายุ  4  ขวบ  ลูกชายของทนายความผู้นั้นป่วยเป็นโรคไวรัสขึ้นสมองอยู่ที่โรงพยาบาลเลอนอกซ์ฮิลล์ในนิวยอร์ก

ทางโรงพยาบาลได้รักษาไปตามอาการโดยให้ยาปฏิชีวนะอย่างแรงซึ่งไม่ได้ผล  อาการกำเริบขึ้นจนกระทั่งลูกสาวของเขาหมดสติกลับไปกลับมา (Coma)  อยู่หลายครั้ง  ผลสุดท้ายแพทย์ผู้รักษาบอกแก่ทนายความผู้นั้นว่า  เขาหมดความสามารถที่จะรักษาลูกสาวของเขาต่อไปแล้ว  และลูกของเขาคงจะถึงแก่ความตายในไม่ช้า

ทนายความผู้นั้นได้มาหาอาจารย์นอร์มันเพื่อขอทราบความเห็นเรื่องยาต่างๆ  โดยเฉพาะเรื่องวิตามินที่อาจารย์นอร์มันรักษาตนเองจนหายขาด  ท่านได้ชี้แจงกับเพื่อนทนายความของท่านว่าการที่ท่านหายได้นั้นเกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ  แต่ปัจจัยหลายประการนั้นเมื่อรวมกันแล้วจะมาลงที่จุดหมายอันเดียว  คือเรื่อง  Immune  System  หรือภูมิชีวิต

วิตามินที่สำคัญตัวหนึ่งซึ่งช่วยให้ภูมิชีวิตท่านดีขึ้นคือ< วิตามินซี  นอกจากจะช่วยในเรื่องภูมิชีวิตแล้ว  วิตามินซียังช่วยปราบปรามแก้ไขการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสด้วย

เพื่อนคนนั้นถามต่อไปว่า  ถ้าอย่างนั้นอาจารย์นอร์มันจะแนะนำให้เขาใช้วิตามินซีกับลูกสาวเขาหรือไม่  ท่านตอบว่า  แนะนำไม่ได้  เพราะท่านไม่ใช่หมอ  แต่ท่านก็ยังแนะนำต่อไปว่า  ทางที่ดีท่านน่าจะลองปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางวิตามินซีโดยเฉพาะดู

ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้เป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านชีวเคมีชื่อ Irwin  Stone  ท่านผู้นี้ไม่ใช่หมอเช่นกัน  แต่ท่านก็เคยทำงานร่วมกับแพทย์หลายคนมาแล้ว  ในครั้งนั้นยังไม่มีใครกล้าใช้โดสของวิตามินซีเป็นจำนวนมากๆ  แต่  ดร.สโตนก็ได้แนะนำให้ใช้โดสสูงๆ  และฉีดเข้าร่างกายโดยตรง

ทนายความผู้นั้นได้ปรึกษากับ ดร.สโตน  และท่านก็ได้แนะนำว่าควรจะลองปรึกษากับแพทย์ที่รักษาลูกสาวของเขาโดยตรง  ทนายความตกลงที่จะพูดกับแพทย์เจ้าของไข้  ขอความเห็นในเรื่องการใช้วิตามินซีให้แก่ลูกสาว  และขออนุญาตที่จะให้แพทย์เป็นผู้ให้วิตามินแก่ลูกสาวด้วย

การเจรจาสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วผลของการเจรจาสรุปได้อย่างสั้นที่สุดว่าทนายความถูกด่าเปิง  แพทย์ผู้นั้นปฏิเสธที่จะปรึกษาเรื่องการใช้วิตามินซีและการรักษาแบบอื่นๆ โดยสิ้นเชิง  เขาไม่ยอมรับรู้เรื่องการศึกษาและการทดลองของ ดร.เออร์วิน  สโตน  เขาเห็นว่าเป็นการเสียหายแก่สถาบันการแพทย์อย่างร้ายแรงถ้าหากเขาจะยินยอมรับคำแนะนำในการรักษาจากผู้ที่ไม่ใช่แพทย์  ซึ่งเขาเห็นว่าเป็น “หมอเถื่อน” เช่นนั้น

แล้วจะทำอย่างไรกับลูกสาวของเขาซึ่งกำลังนอนรอความตายอยู่  แพทย์ผู้นั้นตอบว่า  เขาก็ทำเต็มที่จนสุดความสามารถแล้ว  ฉะนั้นก็ต้องให้ลูกสาวของเขานอนต่อไปอย่างนี้

ทนายความผู้นั้นเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยความมึนงงขนาดหนัก  เขาไม่เข้าใจในความคิดแบบสุดๆ ของแพทย์ผู้นั้น  กฎระเบียบต่างๆ เหล่านั้นสำคัญอะไรนักหนา  สำคัญเสียยิ่งกว่าชีวิตของคนกระนั้นหรือ

เคราะห์ดีนักหนาที่ทนายความผู้นั้นไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ  เขายังมีความเชื่อว่าการค้นคว้าและการทดลองของ  ดร.สโตน น่าเชื่อถือ  และอาจจะช่วยชีวิตลูกสาวของเขาได้  เขานึกอุบายอย่างหนึ่งได้  มันยังไม่หมดหนทางเสียทีเดียว

เขาถามแพทย์เจ้าของไข้ว่า  ถ้าลูกสาวอาการค่อยยังชั่วขึ้น  หายจากโคม่าแม้แต่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก็ตามเขาจะเอาไอศกรีมให้ลูกเขากินได้ไหมแพทย์ผู้นั้นตอบว่า  ได้เลย  อยากให้กินเท่าไรก็ให้ไปเถอะ

เขารีบไปทำผงโซเดียมแอสคอร์เบตได้มาหนึ่งปอนด์  ผลโซเดียมแอสคอร์เบตนี้  ส่วนสำคัญก็คือวิตามินซี (Ascorbic Acid) เขาใช้ผงโซเดียมแอสคอร์เบต 10 กรัม  ผสมลงไปในหม้อไอศกรีม  แล้วก็นำไปโรงพยาบาล  พอลูกสาวเขาลืมตาขึ้น  เขาก็ถามลูกสาวว่าอยากกินไอศกรีมไหม  หนูน้อยพยักหน้า  เขาก็ป้อนไอศกรีมวิตามินซีนั้นให้ ลูกสาวเขากินไอศกรีมกระติกนั้นเกือบหมดกระติก

วันต่อมาเขามาหาลูกสาวเขาอีกหิ้วกระติกไอศกรีมมา  คราวนี้เขาใส่ผงโซเดียมแอสคอร์เบตหนักเป็นสองเท่าลูกสาวเขากินหมด  หลังจากนั้นเขาก็เอาไอศกรีมมาให้ลูกสาวเขากินทุกวัน  อาการของลูกสาวดีขึ้นและดีขึ้น  ระยะที่เธอรู้สึกตัวพ้นจากโคม่ามีมากขึ้น  เอาเต็นท์ออกซิเจนออกจากศีรษะได้นานขึ้น  จนกระทั่งเวลาต่อมาลูกสาวเขาไม่ต้องให้ออกซิเจนเลย

เขาจะเพิ่มปริมาณโซเดียมแอสคอร์เบตในไอศกรีมมากขึ้นทุกวันจนกระทั่งครั้งสุดท้าย  ผงโซเดียมแอสคอร์เบตมากกว่าเก่าถึงสองเท่าครึ่ง  คือ 25 กรัมและเขาแอบรักษาลูกสาวของเขาเองด้วยการให้กินวิตามินซีเป็นเวลาสองสัปดาห์ลูกสาวเขาหายขาด  กลับบ้านได้

แพทย์ผู้รักษาพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า  ลูกสาวของเขาหายเพราะเขาให้ยาปฏิชีวนะเต็มที่  ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเขาเป็นคนประกาศว่า  ลูกสาวของทนายความผู้นี้ไม่มีทางหาย  มีแต่นอนรอความตายอย่างเดียว  และทั้งๆ ที่เขาก็รู้มานานนักหนาแล้วว่า  ยาปฏิชีวนะหรือ Antibiotic นั้นรักษาหรือฆ่าเชื้อไวรัสไม่ได้

ทนายความพ่อของเด็กน้อยเชื่อว่าลูกสาวของเขาหายด้วยวิตามินซี

อาจารย์นอร์มัน  เคาน์ซิลส์  เชื่อว่าลูกสาวของทนายความผู้นั้นหายเพราะวิตามินซีและเพราะความรักของพ่อร่วมกัน

แน่ละ  วิตามินซีในลักษณะของการให้ยาชนิดโดสสูง  และควบคุมการให้ยาให้ถูกต้องตามหลักของ Orthomolecular  นั้นย่อมเป็นยาดีแน่นอน  และยาดีนั้นย่อมกลายเป็นยาวิเศษเมื่อเติมความรักและความห่วงใยเข้าไปด้วย

วิตามินซีช่วยเพิ่ม  Immune  System หรือภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี  ความรักและความห่วงใยคือฐานอันมั่งคงและสำคัญที่สุดของ Immune System

เราพูดกันมาหลายครั้งหลายหนแล้วมิใช่หรือว่า จิตใจคือตัวสำคัญที่สุดของ Immune  System หรือภูมิชีวิต

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง