Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ผลไม้ และคุณประโยชน์ของผลไม้ชนิดต่างๆ

ผลไม้ และคุณประโยชน์ของผลไม้ชนิดต่างๆ

จำนวนคนดู 326 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 15:35 น.

ผลไม้ และคุณประโยชน์ของผลไม้ ในสมัยโบราณ เมื่อคนเราออกไปจากถิ่นที่พักอาศัย
เพื่อออกป่าล่าสัตว์หาเนื้อสัตว์มาเป็นอาหารนั้น ไปตามทางเมื่อเกิดกระหายน้ำหรือหิวโหย ก็คงได้ผลไม้ที่มีอยู่ตามป่าตามดงนั้นเป็นอาหารไปบ้างขากลับคืนถิ่น นอกจากสัตว์ที่ล่ามาได้

ก็คงมีพวกผลไม้ที่เก็บมาได้จากป่านั่นเองกลับมาพร้อมด้วย เมื่อยามขาดแคลนสัตว์ที่จะล่ามาได้หรือขาดแคลนอาหารอย่างอื่น ก็คงใช้ผลไม้เป็นอาหารแทนไปได้ พอแก้ความหิวโหย บางพวกบางเหล่าในระหว่างที่มีพีกรรมหรือด้วยความเชื่อในเรื่องศาสนาขนบธรรมเนียมประเพณี ก็คงจะใช้ผลไม้เป็นอาหารไปชั่วระยะหนึ่งหรือตลอดไป โดยไม่แตะต้องเนื้อสัตว์ คนเราได้ทราบมานานแล้วว่า ผลไม้เป็นอาหารอย่างหนึ่ง และคนเราอาจดำรงชีวิตอยู่ได้โดยกินอาหารพวกผักและผลไม้เท่านั้นไม่จำเป็นจะต้องใช้เนื้อสัตว์เป็นอาหารเลย

ผลไม้เป็นอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่ดีที่สุดประเภทหนึ่ง มีบางคนที่ถือว่าการกินผลไม้นั้น เป็นการฟุ่มเฟือย และจะกินก็ต่อเมื่อมีโอกาสพิเศษหรือในงานเลี้ยงเท่านั้น ไม่ค่อยกินเป็นประจำหรือพร่ำเพรื่อนัก บางคนมีความเห็นว่าผลไม้นั้นเหมือนของว่างหรือของกินเล่น ไม่ใช่อาหารแต่อย่างใด และยังแพงมากด้วยเมื่อเทียบกับข้าว การกินผลไม้ก่อนอาหารอื่น ๆ จะทำให้กินข้าวได้น้อยลง ถ้าใครจะคิดเช่นนั้นก็เป็นการคิดที่ค่อนข้างจะผิดอย่างมากทีเดียว

ธรรมชาติอำนวยพืชผักและผลไม้มาเพื่อให้เป็นอาหารแก่มนุษย์และสัตว์ ผลไม้นั้นแม้จะไม่มีธาตุอาหารอย่างเนื้อสัตว์ แต่ก็มีธาตุอาหารที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุขของคนเรา ผลไม้แต่ละชนิดนั้นธรรมชาติได้สร้างสรรค์ให้มีสี มีกลิ่น และมีรส อันชวนให้เกิดความอยากและความพอใจเมื่อได้กินเข้าไปเพื่อที่จะได้กินให้มากพอ

น้ำตาลจะมีอยู่ในผลไม้โดยธรรมชาติ ทำให้เกิดรสหวานน่ากินยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันนั้น ในผลไม้จะมีวิตามิน เกลือแร่ และบรรดาธาตุอาหารที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อชีวิตอยู่ด้วย น้ำตาลในผลไม้ซึ่งมีอยู่จำนวนหนึ่งและไม่อาจถือว่าว่าใช้ทดแทนอาหารจำพวกแป้งหรือน้ำตาลได้โดยไม่ต้องกินอาหารพวกแป้งและน้ำตาลนั้น จึงเป็นเสมือนสิ่งช่วยล่อให้คนเรากินผลไม้เพื่อให้ได้ธาตุอาหารอย่างอื่นที่อาจได้รับน้อยมากจากอาหารประเภทที่กินอยู่เป็นประจำ

เป็นต้นว่า บรรดาของหวานต่าง ๆ ซึ่งในชีวิตสมัยใหม่ของคนเรานี้ มักจะกินกันมากและพร่ำเพรื่อด้วย พวกน้ำตาลในของหวานต่าง ๆ เหล่านั้นไม่เพียงแต่ว่าถ้ากินเข้าไปมากแล้วทำให้ความอยากอาหารอย่างอื่นลดน้อยลง และทำให้ระงับความหิวได้แล้ว พวกน้ำตาลหรือของหวานนั้นยังขาดวิตามิน เกลือแร่ และธาตุอื่น ๆ อีก ถ้าหากจะรับประทานพวกน้ำตาลหรือพวกข้าวและแป้งเสียส่วนใหญ่แล้ว ในไม่ช้านัก การขาดธาตุอาหารอย่างอื่น ๆ จะทำให้เกิดโรคขาดอาหารขึ้นได้

ไม่เพียงแต่โรคขาดอาหารอย่างอื่น ๆ จะเกิดขึ้น ในปัจจุบันนี้ความสถิติการใช้น้ำตาลเป็นอาหารของเราปรากฏว่าเพิ่มขึ้นเป็นลำดับขณะเดียวกัน จำนวนผู้เป็นโรคเบาหวานก็พลอยเพิ่มมากขึ้นด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดสถิติโรคเบาหวานจึงได้เพิ่มขึ้นตามลำดับ

ผลไม้


ความจริงน้ำตาลนั้นก็จะมีอยู่ในพืช ผัก ผลไม้ ในหัวพืชหรือลำต้นของพืชด้วยเหมือนกันแต่จะมีอยู่เป็นจำนวนน้อย ไม่มีอยู่ในสภาพของการเข้มข้นตัวและมักจะรวมอยู่กับธาตุอาหารที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกายดังกล่าวมาแล้วนั้นเสมอ พูดกันถึงว่าน้ำตาลก็คงเป็นน้ำตาลมิได้แตกต่างอะไรกัน จะมีอยู่ในที่ใดก็คงเป็นน้ำตาลทั้งนั้น พูดเช่นนั้นก็ถูก แต่น้ำตาลที่เราได้มาจากต้นอ้อยหรือต้นตาลหรือจากที่ต่าง ๆ นำมาใช้เป็นอาหารหรือปรุงอาหารนั้นแตกต่างไปจากน้ำตาลผลไม้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติเหมือนกัน

น้ำตาลผลไม้ที่มีอยู่ในผลไม้อยู่แล้วนั้น เป็นน้ำตาลที่มีอนุภาคเล็กจนถึงที่สุดแล้ว เมื่อกินลงไปก็พร้อมที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและใช้ให้เกิดเป็นพลังงานได้ทันที โดยไม่ต้องต้องมีการย่อยเสียก่อน เหมือนอย่างน้ำตาลจากอ้อยซึ่งต้องถูกย่อยให้เป็นน้ำตาลชนิดน้ำตาลผลไม้ก่อน จึงจะดูดซึมเข้าไปใช้ได้ต่อไป

น้ำตาลที่ผสมรวมอยู่ในการปรุงอาหารนั้น เมื่อได้กินอาหารนั้นเข้าไป จะเข้าไปอยู่ในกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน จึงทำให้การย่อยอาหารพวกแป้งช้าไป เมื่ออาหารพวกน้ำตาลอยู่ในกระเพาะอาหารนานเกินควร จะเกิดปฏิกิริยาบูดเน่าทำให้เกิดเป็นกรดขึ้นมาได้ และกรดนี้เป็นพวกที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ถ้าถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดก็จะทำให้เลือดเกิดภาวะกรดได้ด้วย การใช้น้ำตาลในอาหารมากจนเกินไปจึงเป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปฏิบัติ แต่น้ำตาลจากผลไม้จะไม่เกิดผลเสียดังกล่าวนี้ ผลไม้จึงเป็นอาหารที่จะได้น้ำตาลผลไม้จะไม่เกิดผลเสียดังกล่าวนี้ ผลไม้จึงเป็นอาหารที่จะได้น้ำตาลที่นับว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ดีกว่าน้ำตาลโดยทั่วไป

ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ซึ่งส่วนมากมักจะอยู่ในระหว่างยังดิบและสด ๆ นั้น รสเปรี้ยวก็เนื่องจากมีพวกกรดอยู่ เวลาที่เหมาะในการกินผลไม้พวกรสเปรี้ยวนี้ก็คือ เวลาที่ใกล้ ๆ กับเวลาอาหาร จะเป็นเวลาก่อนอาหารหรือหลังอาหารก็ได้ พวกกรดในผลไม้นี้จะช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมันดังกล่าวในคนที่มีกรดในกระเพาะอาหารน้อยเกินไป การได้ผลไม้พวกที่มีรสเปรี้ยวนี้จะยิ่งมีคุณประโยชน์มากขึ้น ผลไม้พวกส้ม มะนาว สับปะรด และผลไม้เปรี้ยวอื่น ๆ จะช่วยย่อยอาหารโปรตีนและไขมันไปด้วยในตัว นอกจากนั้นกรดในผลไม้ยังช่วยทำให้จุลินทรีย์ซึ่งเป็นตัวทำให้อาหารเกิดบูดเน่าขึ้นได้นั้นหมดฤทธิ์ไปได้อีกด้วย

สมัยโบราณ เมื่อมีการเดินเรือทะเลไปเป็นเวลานานวัน ทำให้ขาดผักและผลไม้สด ปรากฏว่าพวกลูกเรือเกิดอาการอ่อนเพลียหมดกำลัง และเหงือกช้ำบวม มีเลือดออกตามไรฟันจากเหงือกที่บวมนั้น และบางคนถึงแก่ความตาย เป็นที่ทราบกันดีในปัจจุบันนี้ว่า โรคที่เกิดขึ้นเช่นนั้นเรียกว่า โรคลักปิดลักเปิด และเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดวิตามินซีที่มีอยู่ในผักผลไม้สด ๆ โดยเฉพาะที่มีรสเปรี้ยวนี้เอง อาการต่าง ๆ เหล่านั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะหายไป ในเมื่อได้ผักและผลไม้สด ในผลไม้จึงมีพวกวิตามินซี โดยธรรมชาติซึ่งมีคุณค่าต่อร่างกายได้หลายประการ

วิตามินซี ที่ได้จากผลไม้ มีคุณประโยชน์ในการป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟันหรือโรคลักปิดลักเปิด ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรง ไม่เหน็ดเหนื่อง่าย เพิ่มกำลังต้านทานโรคต่าง ๆ ป้องกันการเปราะและแตกง่ายของหลอดเลือด ป้องกันอาการเลือดจาง และถ้าหากมีบาดแผลหรือการอักเสบ จะช่วยให้บาดแผลหายเร็ว และการอักเสบลดน้อยลงไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น คนแต่ก่อนนั้นเข้าใจกันว่าของเปรี้ยว ๆ นั้นถ้ากินเข้าไประหว่างมีแผลอยู่จะทำให้แผลเกิดเป็นหนองขึ้น นับว่าเป็นความเข้าใจผิดอยู่มาก การที่แผลจะเกิดหนองได้นั้น ก็เพราะการรักษาความสะอาดแผลไม่ดีพอ ทำให้มีเชื้อหนองเข้าสู่แผลได้จึงเกิดเป็นหนอง ในคนที่มีบาดแผลหรือเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้กลับจำเป็นจะต้องให้พวกวิตามินซี และให้ดื่มน้ำผลไม้ หรือรับประทานผลไม้สดให้มาก ๆ เพื่อช่วยให้แผลหายเร็ว ช่วยเพิ่มความต้านทานโรค ทำให้ฟื้นไข้ได้เร็วยิ่งขึ้น

ส่วนที่เป็นเนื้อของผลไม้ก็ยังมีคุณประโยชน์อีกด้วย เมื่อบางส่วนได้ถูกย่อยไปแล้วจะเหลือเป็นกากเสียส่วนใหญ่ กากจากผลไม้จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการบีบรัดตัวได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวขับไล่กากอาหารลงมาจนถึงลำไส้ใหญ่ตอนสุดและขับถ่ายออกได้สะดวก ผลไม้จึงเป็นพวกที่ช่วยป้องกันท้องผูกได้เป็นอย่างดี

น้ำผลไม้มีวิตามินซี และมีพวกกรดอยู่นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีกรดในกระเพาะอาหารน้อยกว่าปกติ และการดื่มน้ำผลไม้สักเล็กน้อยก่อนอาหารนั้น จะช่วยกระตุ้นกระเพาะอาหารให้หลั่งน้ำย่อยออกมาเตรียมย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น กับการให้ความอยากอาหารมีเพิ่ม่ขึ้นด้วย

ภายในกระเพาะอาหารนั้นจะมีน้ำย่อยมีฤทธิ์กรดอยู่ เมื่อพวกจุลินทรีย์หรือเชื้อโรคบางอย่างที่เข้าไปสู่กระเพาะอาหารพร้อมกับอาหารที่กินลงไป น้ำย่อยซึ่งมีบทบาทสำคัญในการย่อยอาหารยังช่วยในการทำลายเชื้อต่าง ๆ หรือทำให้เชื้อนั้นอ่อนกำลังไปได้ด้วย การกินผลไม้เข้าไป กรดในผลไม้จะยิ่งช่วยให้การทำลายเชื้อต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก น้ำมะนาว น้ำส้ม น้ำสับปะรดเหล่านี้มีคุณประโยชน์ในการช่วยทำลายหรือทำให้เชื้อที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารหมดกำลังไปได้อย่างมากเหมือนกัน

น้ำผลไม้ นอกจากจะช่วยย่อยอาหารโปรตีนแล้ว ยังป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จากากรย่อยอาหารไม่ดีด้วย จะสังเกตุได้ว่าคนไข้ที่มได้น้ำผลไม้มากพอนั้น ไม่ค่อยเกิดลิ้นฝ้าหนาและกลิ่นหายใจเหม็น หรือมีเรอเหม็นเปรี้ยว ซึ่งมักจะเกิดได้เสมอในคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย

แทนที่จะดื่มพวกน้ำหวานหรือน้ำอัดลม เมื่อกระหายน้ำหรือหลังอาหาร ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้หรือกินผลไม้แทน เนื่องจากได้คุณประโยชน์ดีกว่ากันมาก พวกน้ำหวานและของหวานมักเป็นต้นเหตุทำให้ฟันผุได้ง่าย แต่พวกผลไม้นอกจากจะได้คุณค่าทางอาหารแล้ว ยังช่วยให้เหงือกฟันแข็งแรง

นอกจากวิตามินซี ที่มีอยู่ในผลไม้แล้ว ผลไม้ยังมีพวกวิตามินเอ และวิตามินบีอยู่ด้วย ผลไม้บางอย่างมีวิตามินเอ อยู่เป็นจำนวนมาก เช่น มะละกอ กล้วย ละมุด ขนุน ทุเรียน มะม่วง เป็นต้น วิตามินเอ นี้จะช่วยในการเสริมสร้างความเจริญของร่างกาย ทำให้ฟันและกระดูแข็งแรง ช่วยให้สายตาดี ป้องกันผิวแห้ง และช่วยเสริมความต้านทานโรคต่าง ๆ ได้ วิตามินบี มีอยู่ในผลไม้สด และวิตามินบีชนิดต่าง ๆ ที่มีอยู่ด้วยจะช่วยให้ระบบประสาททำงานเป็นปกติช่วยให้กล้ามเนื้อของร่างกายและกล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดี กับยังช่วยให้กล้ามเนื้อของร่างกายและกล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดี กับยังช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตเป็นปกติด้วย นับว่าผลไม้มีคุณค่าในการที่จะช่วยเพิ่มเติมวิตามินเอ บี และ ซี ให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

ในการกินผลไม้ ถ้าจะพูดในแง่ทางอาหารแล้ว ผลไม้สดมีคุณค่ามากกว่าผลไม้ตากแห้ง ต้ม เชื่อม หรือกวน เนื่องจากการทำให้แห้ง หรือถูกกับความร้อนแล้ว จะทำให้สารอาหารบางอย่างสูญสลายไปได้ เมื่อเทียบกันระหว่างผลไม้สุกกับผลไม้ดิบแล้ว ผลไม้สุกให้คุณค่าทางอหารได้มากกว่าผลไม้ดิบ

การกินผลไม้นั้น ควรจะรู้จักกินให้ถูกต้อง ถ้าเป็นผลไม้ที่อาจกินได้ทั้งเปลือกแล้วก็ควรกินเปลือกด้วย ไม่ควรปอกเปลือกทิ้งไปสเย เพราะคุณค่าทางอาหารมีอยู่ที่เปลือกของผลไม้จำนวนไม่น้อย

ความสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ความสะอาดของผลไม้ ก่อนกินควรจะได้แช่หรือล้างผลไม้นั้นเสียก่อน สิ่งสกปรกและเชื้อต่าง ๆ อาจติดมากับผลไม้ ทำให้เมื่อกินเข้าไปแทนที่จะได้คุณประโยชน์สมบูรณ์กลับจะทำให้เกิดโทษและอันตรายต่อร่างกายได้

สำหรับเด็ก ๆ แล้ว ควรจะได้สอนและแนะนำให้รู้ถึงว่าควรกินผลไม้อย่างไรและเมื่อใด พวกเด็กเล็ก ๆ ควรให้เลือกกินผลไม้ที่สุกดีเต็มที่แล้ว ถ้าเป็นเด็กเล็กมากไม่รู้จักเคี้ยวให้ละเอียดพอ เมื่อจะให้ผลไม้ก็ต้องบดให้ดีเสียก่อน ถ้าหากผลไม้สดนั้นเป็นพวกที่มีเนื้อของมันเหนียวย่อยยาก ก้ควรคั้นเอาแต่น้ำผลไม้ให้ดื่ม ส่วนเนื้อนั้นทิ้งเสียได้

ผลไม้นั้นควรเคี้ยวให้ช้า ๆ เพื่อให้ได้รสและให้ละเอียดพอควรก่อนกลืน และน้ำผลไม้นั้นเวลาดื่มก็ควรใช้จิบไปช้า ๆ ไม่ใช่ดื่มอย่างดื่มน้ำ รสของน้ำผลไม้จะช่วยกระตุ้นน้ำลายและน้ำย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น กับทำให้ได้รสอันน่าดื่มของน้ำผลไม้นั้นอีกด้วย

ขอสรุปว่า ผลไม้เป็นพวกอาหารประเภทหนึ่งที่ประกอบด้วย น้ำ น้ำตาล ผลไม้ วิตามิน เอ บี ซ๊ พวกเกลือแร่บางชนิด และกากจากเนื้อผลไม้ เป็นพวกที่ถือได้ว่าไม่มีโปรตีนและไขมันอยู่ นอกจากจะมีคุณค่าในด้านอาหารแล้ว ผลไม้ยังช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยป้องกันท้องผูก ช่วยให้ร่างก่ายแข็งแรงสดชื่น และช่วยในการป้องกันโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย เมื่อไทยเราถือได้ว่าเป็นเมืองผลไม้มีผลไม้สดออกมาทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี เราจึงมีโชคดีที่จะได้กินผลไม้สดที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายได้เสมอ คุณค่าและรสของผลไม้ของเราดียิ่งกว่าผลไม้ในเมืองหนาวอย่างเทียบกันไม่ได้เลย ไม่จำเนที่จะต้องนิยมกินผลไม้แห้ง ผลไม้กระป๋องจากต่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่จะไม่ได้คุณค่าอย่างเต็มที่เท่าผลไม้เมืองเราเท่านั้น ยังเสียเศรษฐกิจไปโดยใช่เหตุอีกด้วย

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง