Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > กระ กระด่าง กระแดด เนื่องจากแสงแดด

กระ กระด่าง กระแดด เนื่องจากแสงแดด

จำนวนคนดู 1061 คน | เผยแพร่เมื่อ 15 พ.ค. 2558 เวลา 20:23 น.

กระ กระด่าง กระแดด ต่างๆเหล่านี้ ปกติอากาศเมืองไทยก็ร้อนสุดๆ อยู่แล้ว ยิ่งเข้าหน้าร้อนยิ่งทำให้ดีกรีความร้อนเพิ่มสูงขึ้น แสงแดดที่ร้อนแรง นอกจากจะชวนอึดอัดน่ารำคาญแล้วทราบหรือไม่ว่ายังมีผลร้ายกับผิวหนังมากมาย
แสงแดดทำให้เซลล์เม็ดสีบางส่วนตายลง จึงเห็นเป็นจุดด่างขาวๆ ซึ่งมักพบตามแขนด้านนอกและใบหน้าในคนสูงอายุ เรียกว่า “กระด่าง” หรือทำให้เม็ดสีบางส่วนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงเห็นเป็นวงดำๆ ที่เรียกว่า “กระแดด”

อันตรายจากแสงแดดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

ผลข้างเคียงในระยะเฉียบพลัน คือเกิดอาการขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือภายในไม่กี่วันหลังจากที่ไปสัมผัสแสงแดด ได้แก่
ผิวไหม้แสบร้อน อาการไหม้จากแสงแดด จะมีอาการแสบร้อน บวมแดง บริเวณผิวที่สัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน การไหม้เกรียมจากแดดอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังในอนาคตอีกด้วย ซึ่งผิวแต่ละคนอาจทนต่อการไหม้แดดแตกต่างกัน
ทำให้ความชุ่มชื้นในผิวหนังระเหยออกไปได้มากขึ้น ดังนั้นหลังจากสัมผัสแสงแดด จะพบว่าผิวแห้งกร้านมากขึ้น
กระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ผิวแห้งคล้ำขึ้น ถ้าเป็นฝรั่งอาจจะชอบ แต่คนไทยส่วนมากนิยมผิวขาว ถ้าผิวต้องดำคล้ำคงกลุ้มใจแน่
คนที่เป็นกระ ผ้า การสัมผัสแสงแดดแค่เพียงไม่นาน หรือไม่ได้โดนแดดโดยตรง เช่น อยู่ในที่ร่มใกล้แสงแดดเพียงไม่นาน ฝ่าและกระก็อาจปรากฏชัดขึ้นมาได้



กระ



ศัตรูตัวร้ายของผิวหนังที่หลบซ่อนมากับแสงแดดคือ Ultraviolet หรือที่เรียกกันว่า รังสียูวี ที่บอกว่าหลบซ่อนก็เพราะว่า รังสียูวีเป็นแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและไม่มีความร้อน เมื่อเวลาที่มีแสงแดดจ้าร้อนแรง มันก็มาพร้อมกับแดด แม้เวลาที่ฝนตก ท้องฟ้ามืดครึ้มไม่เห็นแสงแดดแม้แต่น้อย แต่เจ้ายูวีนี้ก็ยังทะลุผ่านเมฆฝนมากระทบผิวเราได้อยู่ดี

อันตรายที่แฝงเร้นจากรังสียูวีจึงยังมีอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะช่วงแดดจ้าหรือช่วงครึ้มฟ้าครึ้มฝนในเวลากลางวัน

ผลข้างเคียงในระยะยาว เป็นผลที่เกิดจากสัมผัสแสงแดดสะสมในระยะเวลาเป็นปีๆ ได้แก่
ผิวจะคล้ำลงโดยไม่กลับมาขาวได้เหมือนก่อน
ทำให้เกิดกระ ฝ้า ยิ่งถ้ามีกรรมพันธุ์ก็จะยิ่งมีโอกาสเป็นสูงมาก
ทำให้เส้นเลือดแดงเกิดการขยายตัวอย่างผิดปกติ มักจะพลได้บ่อยบริเวณแก้ม ข้างจมูก และบริเวณหน้าอก
ทำให้ผิวหนังกำพร้าหนาตัวขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าหยาบกร้านรูขุมขนกว้างขึ้น การหนาตัวขึ้นของหนังกำพร้าเป็นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายต้องการปกป้องผิวชั้นล่างจากแสงแดด
ทำให้เกิดกระเนื้อ ซึ่งมีลักษณะเป็นจุดหรือเป็นก้อนๆ สีดำๆ (แต่ในบางรายอาจเป็นสีเนื้อ) มักขึ้นบนใบหน้า คอ หน้าอก และแขนด้านนอก
ทำให้เซลล์เม็ดสีบางส่วนตายลง จึงเห็นเป็นจุดด่างขาวๆ ซึ่งมักพบตามแขนด้านนอกและใบหน้าในคนสูงอายุ เรียกว่า “กระด่าง” หรือทำให้เม็ดสีบางส่วนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงเห็นเป็นวงดำๆ ที่เรียกว่า “กระแดด”

กระด่างและกระแดงหากพบว่าเกิดร่วมในบริเวณเดียวกัน เรามักเรียกผิวบริเวณนั้นว่า “กระดำกระด่าง” นั่นเอง

ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินของผิวหนังเสื่อมสลายไปส่งผลให้ผิวหนังเกิดริ้วร้อยเหี่ยวย่น หย่อนยาน และทำให้หน้าแก่ชรากว่าวัยอันควร
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอในเซลล์ผิวหนัง ส่งผลให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ที่พบได้บ่อยๆ มี 3 ชนิด คือ Basal cell carcinoma หรือมะเร็งของผิวหนังกำพร้าชั้นล่าง Squamous cell carcinoma หรือมะเร็งผิวหนังกำพร้า และ Melanoma หรือมะเร็งของเซลล์เม็ดสี

จะเห็นว่าแสงแดดมีอันตรายมากมาย จึงควรพยายามเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะการออกกลางแจ้งในช่วง 10.00 น. – 16.00 น. ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

ขอให้พักร้อนอย่างมีความสุข สบายกาย สบายใจ และสบายผิวนะครับ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง