Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ดื่มน้ำ ปริมาณที่ควรดื่มต่อวัน

ดื่มน้ำ ปริมาณที่ควรดื่มต่อวัน

จำนวนคนดู 1206 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 16:38 น.

ดื่มน้ำ ปริมาณที่ควรดื่มต่อวัน ใครจะนึกหรือรู้กันบ้างไหม อันว่าตัวเรานี้จะใหญ่โตแค่ไหนมีน้ำหนักมากน้อยสักเท่าใดที่แท้แล้วส่วนใหญ่ของร่างกายนี้ก็ล้วนแต่เป็นของเหลว คือเป็นน้ำนี่แหละ เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวจะเป็นน้ำอยู่เกือบถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว คิดง่าย ๆ ว่าเป็น น้ำเสียถึง 2 ใน 3 เป็นส่วนของแข็งเพียง 1 ใน 3

น้ำทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในเซลล์ทั้งหมดของร่างกาย นั้นคือเซลล์ก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบเสียเป็นส่วนใหญ่ น้ำนอกจากนั้นก็จะมีเอิบอาบอยู่ทั่วไประหว่างเซลล์ทั้งหมด และมีอยู่ในกระแสเลือด และน้ำเหลือง

น้ำที่มีอยู่ในร่างกายนอกจากจะเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์แล้ว ยังทำหน้าที่หลายอย่าง น้ำทำหน้าที่นำเอาอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกายและนำของเสียภายในร่างกายไปขับยถ่ายทิ้งออกภายนอกร่างกาย น้ำช่วยปรับความร้อนของร่างกายนให้มีคงที่อยู่เสมอ น้ำช่วยให้ข้อและอวัยวะต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวนั้นดื่มและเคลื่อนไหวได้สะดวก น้ำยังเป็นส่วนของเลือด น้ำเหลือง น้ำลาย น้ำตา น้ำมูก เหงื่อ ปัสสาวะ ตลอดจนเป็นน้ำย่อยอาหาร

น้ำจึงมีความสำคัญต่อชีวิตรองลงมาจากออกซิเจนที่ร่างกายจะต้องได้รับจากอากาศที่หายใจเข้าไป ส่วนน้ำจะได้จากการดื่มการกินเข้าไป

น้ำภายในร่างกายจะมีการถ่ายเทเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน คือมีการรับเข้าสู่ร่างกาย และถ่ายทิ้งออกไปจากร่างกาย ในวันหนึ่ง ๆ จำนวนน้ำถ้าจะคิดเป็นบัญชี รายรับรายจ่ายแล้วก็จะมีจำนวนเท่า ๆ กัน

ดื่มน้ำ



โดยเฉลี่ยในวันหนึ่ง ๆ ร่างกายจะมีการเสียน้ำไป โดยขับถ่ายออกมาเป็นน้ำปัสสาวะราว ๆ 1,500 ลบ.ซม. และออกมากับอุจจาระบ้างเล้กน้อย วันหนึ่ง ๆ น้ำจะถูกขับถ่ายทิ้งออกมาราว 2,500 ลบ.ซม.

ดังนั้น ร่างกายก็จะต้องได้รับน้ำเข้าไปแทน วันหนึ่ง ๆ 2,500 ลบ.ซม. โดยจะได้จากน้ำดื่ม และน้ำที่มีอยู่ในอาหาร

จำนวนปัสสาวะกับเงื่อจะมีความสัมพันธ์กัน คือถ้าน้ำเสียออกมาทางเหงื่อมาก จำนวนปัสสาวะก็น้อยลง ถ้าเหงื่อออกน้อยจำนวนปัสสาวะก็มากขึ้น

ถ้าร่างกายต้องเสียน้ำไปมาก ๆ เช่น ท้องเดิน อาเจียน เหงื่อออกมาก ๆ การมีไข้สูง ๆ หรือโรคบางโรค ถ้าไมได้น้ำเข้าไปทดแทน จำนวนที่เสียไป ร่างกายก็จะอยู่ในภาวะซึ่งเรียกว่า “ภาวะแห้งน้ำ” ซึ่งจะเกิดลักษณะอาการผิดปกติโดยมีผิวหนังเหี่ยวแห้ง ตาลึก ปากคอแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะข้นมีสีเหลืองเข้ม หรือไม่ถ่ายปัสสาวะน้ำหนักลด อ่อนเพลีย หมดกำลัง และมีไข้ขึ้นสูง ถ้ายังเสียน้ำต่อไปอีก จะช็อคและหมดสติไป

ความต้องการได้รับน้ำในแต่ละวัน จะแตกต่างกันไปในแต่ละคนแล้วแต่อายุเพศ สภาพแวดล้อม ลมฟ้าอากาศ อาชีพการงาน การออกแรง ฯลฯ แต่โดยเฉลี่ยกันแล้วคนทั่ว ๆ ไป ควรได้น้ำวันละ 6 – 8 แก้วเป็นอย่างน้อย

แต่โดยหลักของสุขภาพอนามัยแล้ว วันหนึ่ง ๆ ควรจะดื่มน้ำวันละมาก ๆ และไม่จำกัด

มักมีคนเข้าใจกันว่า ถ้าดื่มน้ำมาก ๆ แล้วจะอ้วน ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย คนอ้วนก็เพราะมีไขมันมาก ไม่ใช่มีน้ำมาก จำนวนน้ำที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย ถ้าหากว่าเกินกว่าร่างกายต้องการ ไตก็จะขับน้ำที่เกินต้องการนั้นออกไปหมด ถ้าตราบใดที่ไตเราไมเสียหายอย่างใด จะดื่มน้ำมาก ๆ เท่าใดก็ได้

น้ำในแต่ละวันยิ่งดื่มได้มากก็ยิ่งดี น้ำจะช่วยให้ผิวหนังตึงเต่งไม่เหี่ยวแห้ง ปากคอมชุ่มชื้น เยื่อยุอวัยวะต่าง ๆ ชุ่มชื้นดี การย่อยอาหารดี การขับถ่ายอุจจาระดีไม่มีท้องผูก ร่างกายทนต่อความร้อนของอากาศได้ดี และไตจะทำหน้าที่ได้ดี เพราะการขับถ่ายของเสียออกไปจากร่างกายนั้นไตต้องการน้ำเป็นตัวละลายของเสียออกมาขับทิ้งในสภาพของน้ำปัสสาวะ ถ้าน้ำมีมาก ๆ ปัสสาวะก็ใสและไตจะกรองของเสียออกทิ้งไปได้ง่ายโดยสะดวก ต่างไปจากการดื่มน้ำน้อย น้ำที่จะละลายของเสียออกมาก็น้อย ปัสาวะก็จะขับออกมาก็ข้น ไตก็ต้องทำหน้าที่หนักมาก เทียบได้กับเครื่องกรองน้ำที่กรองน้ำใส ๆ กับกรองน้ำข้น ๆ นั่นแหละ เมื่อดื่มน้ำมาก ๆ ของเสียในร่างกายก็ถูกขับถ่ายออกมาทิ้งได้ดี
เรามาดื่มน้ำกันวันละมาก ๆ เถอะ
แต่ที่ว่าให้ดื่มน้ำมาก ๆ นี้ไมได้หมายถึงว่า ดื่มแต่ละทีตั้ง 5 – 6แก้ว อย่างที่เขาแนะนำกัน แต่หมายถึงว่าดื่มทีละแก้ว 2 แก้ว วันหนึ่งรวมแล้วให้ได้มาก ๆ แก้ว การฝืนดื่มน้ำเข้าไปทีเดียวตั้ง 5 – 6 แก้ว กระเพาะอาหารครากเปล่า ๆ แกล้งตัวเองให้อึดอัดจุดเสียดท้องทำไมก็ไม่รู้ ยิ่งกว่านั้นเมื่อน้ำ 5 – 6 แก้วดูดซึมเข้ากระแสเลือด จำนวนน้ำในกระแสเลือดเพิ่มมากอย่างรวดเร็ว หัวใจก็จะทำงานหนักมากขึ้น ไตก็จะรีบ ๆ ขับถ่ายน้ำจำนวนมาก ๆ ออกทิ้งไปให้เร็ว ๆ เป็นการแกล้งหัวใจและไตเกินไป ถ้าเกิดเป็นคนหัวใจไม่ดีหรือไตไม่ดีอยู่แล้วอันตรายจะเกิดขึ้นได้มาก

มานึกถึงว่าน้ำที่เราใช้อาบใช้ดื่มนี้ ก็เป็นน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่มีอยู่บนโลก น้ำนี้จะระเหยขึ้นไปในอากาศ แล้วต่อมาก็จะเป็นฝนตกลงมาสู่โลกอีก น้ำที่เราขับถ่ายออกไปหรือที่เราใช้แล้วและทิ้งไปก็คงเป็นส่วนที่เคยระเหยขึ้นไปในอากาศ แล้วเป็นฝนตกลงมาใหม่ ถ้าเช่นนั้นมาคิดดูแล้ว น้ำที่เราดื่มกันทุกวันนี้ อาจเป็นน้ำนมที่คลีโอพัตราเคยอาบมาแล้ว อาจเคยเป็นน้ำปัสสาวะของจอมทัพ นักปราชญ์ หรือยาจก หรือแม้แต่ของเราเองก็ได้นะ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง