Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > มะเร็งปากมดลูก วิธีการหลีกเลี่ยงและป้องกัน

มะเร็งปากมดลูก วิธีการหลีกเลี่ยงและป้องกัน

จำนวนคนดู 636 คน | เผยแพร่เมื่อ 15 พ.ค. 2558 เวลา 19:03 น.

มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งชนิดเดียวที่ป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองเป็นประจำ
แต่จากสถิติล่าสุดกลับปรากฏว่า  โรคมะเร็งปากมดลูกมาแรงแซงทางโค้งทิ้งห่างโรคมะเร็งเต้านม  และกลายเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในกลุ่มโรคมะเร็งที่เกิดกับสตรีไทยไปแล้ว  โดยปัจจุบันในประเทศไทยเรามีอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งปากมดลูกเพิ่มสูงขึ้นในอัตรามากว่าปีละ  6,000  ราย

ข้อเท็จจริงจาก  นายแพทย์ณัฐวุฒิ  กันตถาวร  แพทย์ด้านมะเร็งนรีเวช  ประจำโรงพยาบาลจุฬาภรณ์  ชี้สะท้อนให้เห็นว่า  ผู้หญิงไทยเรายังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก (Pap Smear Test) กันเท่าที่ควร  โดยส่วนใหญ่มักจะมาพบแพทย์เมื่อมีอาการขั้นลุกลามและยากต่อการรักษาแล้ว

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์จึงถือโอกาสใน “วันมะเร็งโลก” (World cancer Day)  จัดงานขึ้นภายใต้แนวทางเดียวกับการรณรงค์ประจำปี ค.ศ.2013  ของ  World Health Organization : WHO  ภายใต้แนวคิด “Cancer-Did you know?”  โดยจัดให้มีการให้ความรู้เรื่องการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่ถูกต้องแก่ประชาชนและจัดหน่วยบริการตรวจคัดกรองหาเชื้อมะเร็งปากมดลูกให้ประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานีด้วย

มะเร็งปากมดลูก



คุณหมอณัฐวุฒิให้ความรู้เพิ่มเติมถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกว่า

“ในขณะนี้การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก (Pap Smear Test) ร่วมกับการตรวจหาเชื้อ  HPV  ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคมะเร็งปากมดลูก  เป็นวิธีที่สามารถตรวจหาเชื้อนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด  แต่ในอนาคตอันใกล้  การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจะมีความสะดวกสบายมากขึ้น  เพราะมีงานวิจัยที่กำลังศึกษาผลของการตรวจคัดกรองโดยไม่จำเป็นต้องตรวจภายใน  ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหาเชื้อ  HPV  จากปัสสาวะหรือจากเลือดประจำเดือนครับ

“ส่วนการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยการฉีดวัคซีน  ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า  การฉีดวัคซีนนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะรับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น  ดังนั้น  ในทุกประเทศทั่วโลกจึงแนะนำให้ผู้หญิงฉีดวัคซีนตั้งแต่ก่อนอายุเฉลี่ยที่จะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก  คือช่วงอายุ  9-14  ปี  จึงจะมีผลในการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

“นอกจากนั้น  แม้จะมีข้อมูลยืนยันว่าการฉีดวัคซีนนี้สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อ  HPV  สายพันธุ์  16  และ  18  ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกมากที่สุดได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่ยังไม่มีการศึกษายืนยันว่าวัคซีนนี้สามารถป้องกันเชื้อสายพันธุ์อื่นได้

“ดังนั้น  เพื่อให้การฉีดวัคซีนได้ประโยชน์สูงสุด  จึงควรฉีดในช่วงเวลาที่เหมาะสม  และต้องตรวจคัดกรองหาเชื้อมะเร็งปากมดลูกก่อนจะดีที่สุด”

คุณหมอจึงยืนยันว่า  หากผู้หญิง ท่านใดเป็นกลุ่มเสี่ยง  ก็ควรมารับการตรวจคัดกรองเชื้อมะเร็งปากมดลูกแบบ  Pap Smear  ร่วมกับการตรวจหาเชื้อ  HPV  เป็นประจำทุกปี  โดยขยายความว่า

“กลุ่มเสี่ยงในที่นี้คือผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ที่มีอายุตั้งแต่  20  ปีขึ้นไป  เพราะมีโอกาสติดเชื้อ  HPV  จากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย  เช่น  การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย  สามีมีคู่นอนหลายคน  คู่นอนติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อย่างโรคหนองในเทียม  และหากจะลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้  ก็ต้องปรับพฤติกรรมทางเพศเป็นหลัก  เช่น  รักเดียวใจเดียว  ไม่นอกใจกัน  เป็นต้น”

ทราบแล้วใช่ไหมค่ะว่าทางเลือก  ทางรอดจากโรคมะเร็งปากมดลูกมีมากมาย  อยู่ที่คุณแล้วละค่ะว่าจะเลือกปฏิบัติหรือไม่

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง