Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ดูแลเล็บ สุขภาพเล็บและปัญหาสุขภาพของเล็บ

ดูแลเล็บ สุขภาพเล็บและปัญหาสุขภาพของเล็บ

จำนวนคนดู 352 คน | เผยแพร่เมื่อ 15 พ.ค. 2558 เวลา 18:34 น.

ดูแลเล็บ ก็เป็นอย่างหนึ่งไม่ใช่การดูแลแค่เฉพาะใบหน้าเท่านั้น  ส่วนอื่นของร่างกายก็ไม่ควรจะปล่อยปละละเลย  เพราะล้วนมีส่วนทำให้เราดูดีไปด้วย
คราวนี้เรามาลองสำรวจส่วนปลายสุดของร่างกาย  นั่นก็คือเล็บ  ว่ามันดูดีดูสมกับผิวพรรณที่อุตส่าห์ดูแลกันมาหรือเปล่า

ถ้าใครอ่านไปแล้วสะดุดอุทานอุ๊ย!  เพราะพบว่าส่วนปลายสุดมีปัญหา  อย่ารอช้า  รีบติดตามวิธีแก้ไขไปพร้อมกันเลยนะคะ

สำรวจเล็บสำรวจโรค

ลักษณะเล็บสะท้อนปัญหาสุขภาพได้  โดยเล็บสุขภาพดีต้องมีสีชมพูอ่อนๆ  ไม่มีรอยหยัก  แข็งแรง  ไม่เปราะหรือฉีกง่าย  ไม่เป็นหลุมขรุขระ

ส่วนเล็บที่ผิดปกติ  สามารถบ่งบอกโรคได้  ดังนี้

สุขภาพเล็บ



- เล็บลักษณะบางขอบยกคล้ายช้อน (spoon nail) : โรคโลหิตจาง

- เล็บสีเขียว : ติดเชื้อแบคทีเรีย

- เล็บสีขาวขุ่น : โรคตับแข็ง

- เล็บปุ้ม  งุ้มมากผิดปกติ  เขียวซีด : โรคหัวใจและปอดเรื้อรัง

- ตรงโคนเล็บเป็นสีขาว  ปลายเล็บเป็นสีชมพู : โรคไต

- เล็บเปลี่ยนสี  มีจุด  สีดำ  หรือแถบสีดำเกิดขึ้นบริเวณเล็บ : โรคมะเร็งเมลาโนมา (Melanoma)

- เล็บเหลือง : โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ  เช่น  โรคตับ  วัณโรค  หืด  เบาหวาน  ไทรอยด์  ติดเชื้อรา  ร่างกายขาดวิตามินอี

- เล็บบุ๋ม : โรคสะเก็ดเงิน  ภูมิแพ้ผิวหนัง

อย่างไรก็ตาม  ลักษณะเล็บดังกล่าวจะเกิดขึ้นร่วมกับอาการอื่นๆ ด้วย  ฉะนั้น  หากเล็บผิดปกติไป (แต่ไม่มีอาการอื่น)  ก็อย่ากังวลใจนัก

สารพันปัญหาเกี่ยวกับเล็บ

นอกจากนี้  บางครั้งชีวิตประจำวันของเราก็อาจก่อปัญหาให้เล็บโดยไม่รู้ตัว  เช่น

- เล็บขบ  หากเป็นไม่มากก็ดูแลได้ด้วยตัวเอง  โดยสวมรองเท้าสบายๆ (ในกรณีที่เล็บขบเท้า)  ยกเท้าสูง (แทนการห้อยเท้า) ให้เลือดไหลเวียนดี  ใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดรอบเล็บ  แต่ถ้าเป็นมากควรไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

เมื่อหายจากอาการเล็บขบแล้ว  ควรตัดเล็บให้ถูกวิธี  อย่าตัดลึก  สวมรองเท้าสบายๆ  ไม่กดรัดเท้าจนแน่นไปด้วยนะคะ

- เล็บฉีก  ถ้าเป็นที่เล็บมือ  อย่ากัดเล็บหรือฉีกเล็บเล่น  เพราะยิ่งทำให้เล็บฉีกขาดเพิ่มขึ้น  ควรตัดเล็บให้เสมอกันและตะไบเล็บให้มนเข้ารูป

เล็บเปราะฉีกง่าย  มาจากเล็บที่แห้งเกินไป  หรือบางทีก็นิ่มบางเกินไป  ดังนั้นควรทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเล็บทุกวัน  เพื่อให้เล็บแข็งแรงและมีสุขภาพดี  ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เล็บเปราะและนิ่มบางด้วย  เช่น  การติดเชื้อรา  น้ำยาล้างเล็บ  ยาทาเล็บบางชนิด  เป็นต้น

ถ้าเล็บแห้งมากพยายามหลีกเลี่ยงสารเคมีหรืออาหารจำพวกที่มีฤทธิ์เป็นกรด  เช่น  มะนาว  ส้ม  หรือน้ำยาทำความสะอาด

แช่เล็บในน้ำมันมะกอกอุ่นๆ  เพื่อเป็นการบำรุงเล็บอีกทางหนึ่ง

ควรสวมถุงมือขณะล้างจาน  ซักผ้า  หรือทำงานบ้าน  เพื่อเป็นการปกป้องผิวและเล็บ

- เล็บเหลืองจากการทาเล็บหรือน้ำยาล้างเล็บ  แก้ไขได้ด้วยวิธีธรรมชาติ  โดยใช้มะนาวผ่าซีกถูเล็บบ่อยๆ แล้วล้างตามด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ  ก่อนนอนควรใช้แปรงนุ่มแปรงเล็บวันละครั้ง  ตามด้วยครีมบำรุง

หรือแช่เล็บมือและเท้าในน้ำอุ่นผสมน้ำมะขามเปียกประมาณ  10  นาทีแล้วล้างออก

- บริเวณเนื้อขอบเล็บอักเสบ (Paronychia)  อาการดังกล่าวเป็นการอักเสบของผิวหนังใกล้เล็บ  ลักษณะเนื้อขอบเล็บจะบวมแดงนูน  มีอาการเจ็บปวดอักเสบ  พบในกลุ่มคนที่มือเปียกน้ำบ่อยๆ  เช่น  แม่บ้าน  คนที่ชอบทำเล็บในร้านเสริมสวยจนอาจเกิดอาการบาดเจ็บที่เล็บ  โดยเฉพาะการตัดเล็มเล็บ  ทำให้เกิดช่องว่างในซอกเล็บ  แล้วเมื่อน้ำเข้าไปขังอยู่จากการล้างมือ  จะทำให้เล็บเกิดการอักเสบ

เกิดจากการคลุมเล็บเป็นเวลานาน  ทำให้เกิดการอับชื้น  เช่น  สวมถุงมือเป็นเวลานาน  การใช้เล็บปลอม  เป็นต้น

รักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าชื้อราแล้วแต่สาเหตุ  และพยายามป้องกันการเกิดปัญหาเล็บด้วย  เช่น  ถ้ามือหรือเท้าต้องถูกน้ำบ่อย  ควรสวมถุงมือหรือรองเท้ากันน้ำ  หากมือหรือเท้าเปียกชุ่ม  ควรเช็ดหรือเป่ามือและเท้าให้แห้ง  และอย่าสวมถุงมือหรือใส่เล็บปลอมนานๆ

- เชื้อราที่เล็บ (Tinea Unguium)  เล็บมีลักษณะหนาตัวขึ้น  แข็งกระด้าง  เปราะหักง่าย  บิดเบี้ยว  และเปลี่ยนสีไป  บางรายอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเล็บหลุด  ซึ่งหากมีอาการนี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการและใช้ยารักษา

วิธีป้องกัน  พยายามทำให้เล็บสะอาดและแห้ง  เพราะความอับชื้นที่เกิดจากการสวมใส่รองเท้า  ถุงเท้า  หรือถุงมือ  อาจเป็นสาเหตุของเชื้อราที่เล็บได้  พยายามเลี่ยงการบาดเจ็บที่เล็บบ่อยๆ  และอย่ากัดเล็บ  เพราะจะยิ่งทำให้เล็บติดเชื้อง่ายขึ้น

- โรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเล็บ  เช่น  สะเก็ดเงิน  ภูมิแพ้  หรือโรคประจำตัวอื่นๆ  ที่ทำให้เล็บเปลี่ยนสีและลักษณะ  ซึ่งต้องรักษาแก้ไขที่ตัวโรค

ลองสังเกตเล็บว่ามีความผิดปกติหรือไม่  ถ้ามีก็รีบแก้ไขกันนะคะ  จะได้มีเล็บที่แข็งแรง  ดูดี

Did you know?

- ถึงแม้เล็บจะดูแข็ง  แต่แท้จริงแล้วประกอบด้วยเซลล์ที่ตายแล้วและโปรตีน  คือ  เคราติน

- เล็บมือยาวขึ้นสัปดาห์ละ  0.5-1  มิลลิเมตร  เล็บเท้ายาวช้ากว่าเล็บมือ  โดยยาวเฉลี่ยประมาณเดือนละ  1  มิลลิเมตร

- ปัจจัยที่ทำให้เล็บงอกช้าลง  ได้แก่  การขาดสารอาหารบางชนิด  ความเจ็บป่วย  ยาบางอย่าง  การติดเชื้อ  เคมีบำบัด  ฤดูร้อน

- ปัจจัยที่ทำให้เล็บงอกเร็วขึ้น  ได้แก่  การตั้งครรภ์  โรคสะเก็ดเงิน  ยาบางอย่าง  ฤดูหนาว

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง