Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ท้องผูก สาเหตุ อาการและการรักษา

ท้องผูก สาเหตุ อาการและการรักษา

จำนวนคนดู 1041 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 16:34 น.

ท้องผูก มีคำกล่าวที่ใช้พูดประชดคนตระหนี่ถี่เหนียวขี้ตืดกันว่า “ขี้ก็ไม่ให้หมากิน” แต่ก็มีคนอีกพวกหนึ่ง และมีกันอยู่มากเสียด้วย ที่อยากจะขี้ให้หมากิน แต่มันไม่ค่อยจะขี้ บางที 3 วัน 9 วัน ถึงจะถ่ายเสียที นี่ซิที่เป็นปัญหา

ท้องผูก เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวอย่างยิ่ง สำหรับคนที่ท้องผูกโดยเฉพาะเมื่อมีท้องผูกเรื้องรัง ไม่เพียงแต่จะเกิดความรำคาญใจ ท้องผูกยังทำให้มีแน่นท้อง ท้องอืด ทิ้งเฟ้อ จุกเสียดท้อง เรอ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดศีรษะและมีอาการมากมายหลายอย่าง บางทีก็ต้องพึ่งยาถ่ายยาระบายหรือสวนอุจจาระกันอยู่ทุกวันเป็นภาระให้กังวลใจอยู่ไม่ขาด

หลายคนที่ท้องผูกจนเป็นนิสัยมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ส่วนมากมักจะมามีท้องผูกเอาเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

การมีท้องผูกเรื้อรัง ส่วนมากจะเกิดขึ้นก็เพราะเจ้าตัวเองนั่นแหละฝึกนิสัยตัวเองให้ท้องผูกจนเคย โดยไม่หัดให้มีนิสัยการถ่ายเป็นประจำตามปกติ ส่วนมากมักเริ่มต้นด้วยการกลั้นการถ่ายเมื่อถึงเวลาปวดถ่าย เมื่อเป็นเช่นนี้อยู่บ่อย ๆ ก็เลยเกิดนิสัยท้องผูก

การที่ต้องกลั้นถ่ายเมื่อถึงเวลาอันควรถ่าย อาจเกิดขึ้นได้จากเหตุต่าง ๆ หลายอย่างเป็นต้นว่า

ในบ้านมีคนอยู่กันมาก แต่มีส้วมเพียงส้วมเดียว เมื่อถึงเวลาจะถ่ายพร้อม ๆ กันก็ถ่ายไม่ได้ บางคนเข้านั่งถ่ายแต่ละครั้งนาน ๆ ยังกับเข้าไปนอนหลับอยู่ในส้วม คนอื่น ๆ ก็เลยต้องกลั้นถ่ายกัน ต่างก็มีท้องผูกไป
ตาม ๆ กัน

การตื่นนอนสาย การที่จะต้องรีบไปทำงานหรือไปโรงเรียนแต่เช้าทำให้ต้องกลั้นการถ่ายจะเป็นนิสัย เด็ก ๆ ที่กำลังเล่น กำลังเพลิดเพลิน กับเรื่องต่าง ๆ เวลาปวดถ่ายอุจาระก็ไม่ยอมที่จะถ่ายเลยไม่ถ่าย

นักธุรกิจติดต่อกับคนมาก ๆ หรือมีงานที่ต้องทำด่วน ปวดถ่ายขึ้นมาก็เลยต้องกลั้นถ่ายไว้

ท้องผูก


การมีแขกมาเยี่ยม ซึ่งตรงกับเวลาปวดถ่ายอุจจาระ ทำให้ต้องกลั้นถ่ายและต้อนรับแขก ยิ่งแขกบางคนช่างพูดช่างจาไม่รู้จักจบแถมเป็นพวก “ก้นหนัก” เสียด้วย หมดเรื่องเสร็จธุระก็ไม่รู้จักกลับสักที เลยเป็นอันว่าวันนั้นไม่ต้องได้ถ่ายอุจาระกัน

เด็กไม่กล้าลาครูไปถ่ายอุจาจาระเมื่อปวดถ่าย คนเดินทางไกล ๆ ไม่มีที่จะถ่าย ส้วมที่ถ่ายสกปรกหรือกระดากอายที่จะถ่ายในส้วมเป็นเวลาที่มีสุขที่สุดเวลาหนึ่งของชีวิต ก็ควรให้เวลาแก่การถ่ายให้นานพอบ้างไม่ต้องรีบ ๆ ร้อน ๆ ให้เวลาสัก 10 – 20 นาที ถ้าเป็นคนตื่นสายก็หัดตื่นเช้า ๆ กว่าเดิมสักหน่อย จะได้ไม่ต้องกังวลที่จะรีบออกจากบ้าน

ประการต่อมาก็คือ อาหาร ต้องได้อาหารพวกผักผลไม้ให้มาก ๆ จะได้มีกากมาก ก้อนอุจจาระจะได้โต ก้อนอุจจาระโตจะได้ทำให้ลำไส้ใหญ่ และทวารหนักยืดออก แล้วจะได้รู้สึกตุง ๆ อยากจะถ่ายได้ดี สีเขียวของผักผลไม้ยังช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ทำงานด้วย

คนที่กินแต่ข้าวกับเนื้อสัตว์มักท้องผูก เพราะอุจจาระมันก้อนเล้ก ๆ ทำให้ไม่ตุงลำไส้ใหญ่ ถ้ากินผักผลไม้มาก ๆ ก็จะไม่มีท้องผูก

น้ำก็ควรดื่มวันละมาก ๆ อุจจาระมันจะได้ไม่แห้งไม่แข็งทำให้ถ่ายสะดวกขึ้น

เวลาเราถ่ายอุจจาระ เราก็ต้องใช้แรงเบ่งด้วย คนที่มีกล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อนยาน แรงเบ่งไม่มีพอ ดังนั้นก็ต้องออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน ที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง และการย่อยอาหารการทำหน้าที่ขอระบบทางเดินอาหารดีขึ้น

นอกจากนั้นก็ต้องทำจิตใจและอารมณ์ให้ดีเสมอ

และเลิกพึ่งยาถ่ายยาระบายเสียอย่างเด็ดขาด

พูดถึงอุจจาระกันแล้วบางคนนั้นไม่กินผักผลไม้ หรือไม่ค่อยจะกินผักเลยท้องจึงได้ผูกบ่อย ๆ ควรจะกินผักให้มาก ๆ ใครอยากจะรู้ว่าตัวกินผักมากพอไหม หรือว่ากินผักน้อยกว่าเนื้อสัตว์ก็ให้สังเกตดูอุจจาระของตัวเอง ต้องถ่ายลงในน้ำ เช่น ส้วมชนิดนั่งแป้น ไม่ใช่ชนิดนั่งยอง ๆ ถ่าย

ซึ่งไม่ใช่ส้วมบ้านตัว

เหล่านี้คือ ตัวอย่างการที่จะเกิดท้องผูก ซึ่งก็เกิดขึ้นจากตัวเองนั่นแหละ สร้างนิสัยท้องผูกให้ตัวเอง

สาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดท้องผูกจนเป็นนิสัย ก็คือความเชื่อถือว่า ทุกวันหรืออาทิตย์หนึ่งจะต้อง “ถ่ายรุ” เอาอุจจาระ สิ่งสกปรกของเสียทั้งหมดในร่างกายออกไปเสีย จึงมีการใช้ยาถ่ายหรือยาระบายเป็นประจำ ในที่สุดก็เลยท้องผูก ไม่ใช้ยาถ่ายระบายก็ไม่ถ่าย เลยพึ่งยาถ่ายยาระบายตลอดมา

สาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ จิตใจและอารมณ์ คนที่มีความวิตกกังวล มีโลภ โกรธ หลง อิจฉาริษยา เศร้าสลด เกลียดชัง ระแวงสงสัย ฯลฯ อารมณ์ไม่ดีต่าง ๆ นั้นถ้ามีมาก ๆ และมีอยู่นาน ๆ ก็จะมีท้องผูก แล้วก็กลายเป็นนิสัยท้องผูกไปเลย

การแก้ไขการมีท้องผูกนั้น ก็ไม่ยากอะไร ถ้าจะปฏิบัติให้ถูกต้องและตั้งใจปฏิบัติจริง ๆ

ประการแรก ก็คือหัดนิสัยให้ลำไส้ใหญ่และทวารหนักเสียใหม่ เมื่อถึงเวลาแล้วจะต้องมีการบีบรัดตัว ทำให้เกิดความรู้สึกปวดถ่ายและอยากถ่ายแล้วจะได้รีดเอาอุจจาระในลำไส้ใหญ่นั้นออกมาทิ้งไปเสีย ต้องหัดให้ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่เช่นนี้จนเป็นนิสัย

วิธีการปฏิบัติก็คือ เลือกเอาเวลาสักเวลาหนึ่ง จะเป็นเวลาหลังอาหารเช้าก็ได้ อิ่มแล้วดื่มน้ำสักแก้วหนึ่ง ก็เข้านั่งส้วมเลย จะถ่ายได้หรือถ่ายไม่ออกก็ช่าง ทำอย่างนี้ทุกวันตรงตามเวลา สักวันหนึ่งจะต้องถ่ายออก พอถ่ายได้สักทีหนึ่ง วันต่อ ๆ ไปก็จะถ่าย ทำอยู่ทุก ๆ วัน ก็จะเกิดเป็นนิสัยต้องถ่ายประจำไปเองแหละ

ว่าแต่ว่าเวลาถ่ายอุจจาระนั้น ต้องคิดเสมอว่า เวลาถ่ายอุจจาระ

ถ้าถ่ายอุจจาระแล้ว ก้อนอุจจาระใหญ่และลอยน้ำ นั่นแหละแสดงว่ากินผักได้มากพอ แต่ถ้าถ่ายอุจจาระเล็ก ๆ พอหล่นจุ๋มลงในน้ำก็จมลงก้นโถส้วมละก็ แสดงว่าขาดผักผลไม้และเป็นคที่กินข้าวกับเนื้อสัตว์เสียส่วนมาก

เมื่อเด็ก ๆ คนที่เคยลงเล่นน้ำในแม่น้ำลำครองคงจำได้ว่า เวลาดำผลุดดำว่าย พอโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ “ก้อนทอง” ของใครก็ไม่รู้มันอยู่บนหัว นั่นแหละ แสดงว่าเจ้าของก้อนทองนั้นกินผักมากเป็นส่วนใหญ่

เอาละ ท้องผูกก็มีปัญหามากเหมือนกัน แต่ใครจะคิดไปว่าท้องผูกมาก ๆ ก็ดีเหมือนกัน ส้วมจะได้ไม่เต็มเร็ว และไม่ต้องจ้างเขามาดูดส้วมให้เสียเงินบ่อย ๆ ก็ตามใจเถอะ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง