Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > แชมพูแก้ผมร่วง แชมพูไทย

แชมพูแก้ผมร่วง แชมพูไทย

จำนวนคนดู 1088 คน | เผยแพร่เมื่อ 15 พ.ค. 2558 เวลา 16:14 น.

แชมพูแก้ผมร่วง แชมพูเกิดขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่  17  ที่ร้านทำผมในอังกฤษ
เมื่อบรรดาช่างผมชาวอังกฤษขูดสบู่เป็นฝอยนำขึ้นตั้งไฟ คนจนละลาย  แถมด้วยการเติมสมุนไพรนานาชนิดและน้ำหอมเพื่อบำรุงผมให้นุ่มสลวย  เปล่งประกาย  หอมกรุ่น  จึงอาจกล่าวได้ว่าแต่เดิมนั้นสบู่กับแชมพูไม่มีอะไรแตกต่างกัน  โดยคนที่ริเริ่มการทำแชมพูขึ้นเป็นคนแรกคือ  Kasey Hebert  และแชมพูสมัยใหม่อย่างที่เราใช้กันในปัจจุบันเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2473

สำหรับประเทศไทยมีหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่าเรานำสารสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติมาใช้ในรูปแบบเดียวกับแชมพูมานานนับหลายร้อยปี

แชมพูแก้ผมร่วง



ใน โคลงกำสรวลศรีปราชญ์ บอกให้ทราบอย่างชัดเจนว่า  ไทยเราใช้ “มะกรูด” สระผมมาอย่างน้อย  300  ปีแล้ว  หรือประมาณรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

            เยียมาสดำอกแห้ง      ฤทย  ชื่นแฮ

      เครงย่อมถงวลถงำอก       ค่ำเช้า

      เยียมาเยิยไกลกลาย         บางกรูจ

      ถนัดกรูจเจ้าสระเกล้า        กลิ่นขจรฯ

มะกรูดได้รับความนิยมเรื่อยมา  บางสูตรก็ว่าเพิ่มใบหมี่เข้าไปด้วย  ก็จะทำให้เส้นผมนุ่มสลวยเป็นเงางาม  สำหรับคนที่มีปัญหารังแค  มีอาการคันศีรษะ  ก็นิยมนำตะไคร้มาสระผม  เพราะช่วยขจัดรังแคได้ดี  และด้วยความนิยมและความผูกพันกันมานานแสนนานนี่เอง  จิตร  ภูมิศักดิ์  ได้กล่าวไว้ในงานเขียนเรื่อง “แชมพูไทย” ในหนังสือภาษาและนิรุกติศาสตร์ของเขาว่า  ท่านหญิงพัฒนายุ  ดิศกุล  ตรัสเล่าว่ามะกรูดเป็น “แชมพูไทย”

นอกจากมะกรูด  การใช้สมุนไพรสระผมของคนไทยแตกต่างกันไปในแต่ละภาค  ชาวล้านนามี “ส้มป่อย” ที่เชื่อถือในสรรพคุณว่าทำให้หนังศีรษะสะอาด  เส้นผมนุ่มสลวยและมีกลิ่นหอม

ชาวอีสานมี “เปราะหอม” ที่เล่าลือกันว่าเป็นที่มาของตำนานนางผมหอม  เพราะการสระผมด้วยเปราะหอม  นอกจากจะทำให้ผมดกดำเป็นเงางามแล้ว  ยังมีกลิ่นหอมติดผม

ต่อมาเมื่อมีสบู่ใช้ในเมืองไทย  คนรุ่นคุณปู่คุณย่าเล่าให้ฟังว่า  ทุกคนก็พากันใช้สบู่สระผม  และขวัญใจทุกครัวเรือนก็คือ  “สบู่กรด” ก้อนลาย  ต่อมาเมื่อมีการผลิตสบู่แพร่หลาย  สบู่อีกหลายยี่ห้อก็ได้รับความนิยมใช้ต่างแชมพู

ประเทศไทยมารู้จักคำว่า “แชมพู” กันจริงๆ ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2499  โดยแชมพูชนิดแรกที่ได้ใช้กันคือ  แชมพูแบบผงของบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น

ต้องตามต่อค่ะว่า  จากแชมพูยุคแรกถึงแชมพูที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้  มีพัฒนาการมาอย่างไร

วิวัฒนาการแชมพูยุคต่อมา

เดิมทีแชมพูถูกผลิตออกมาในลักษณะของแชมพูเพื่อทำความสะอาดอย่างเดียว (cleansing shampoo)

ต่อมาแชมพูส่วนใหญ่ได้พัฒนากลายเป็นเครื่องสำอางปรุงแต่งเส้นผม (cosmetic shampoo)  ที่มีการแต่งกลิ่นหอม  ผสมสารเสริมต่างๆ  เพื่อให้แชมพูมีลักษณะสวยงาม  น่าใช้  มีคุณสมบัติพิเศษออกไป  เช่น  เติมสารปรับสภาพผม  ให้ผมนิ่มเป็นเงางาม  เคลือบเงาเส้นผมให้ไม่หยาบแห้ง  สารเพิ่มฟองเพื่อเพิ่มความหนาแน่นและความคงทนของฟอง  และช่วยเพิ่มเนื้อให้แชมพู  สารช่วยให้ทึบแสงและสารประกายมุก  เพื่อให้เกิดความสวยงามน่าใช้  สารช่วยทำให้ใส  เพื่อให้แชมพูใสได้นาน  และทำให้ความหนืดลดลง  สารกันการรวมตัวและช่วยละลาย  ป้องกันเส้นผมหยาบกระด้าง  ไม่เงางาม  และสารช่วยทำให้หนืดข้น  เพื่อเพิ่มความหนืดให้แชมพูตามที่ต้องการ

นอกจากนี้ยังมีการผลิตแชมพูออกมาเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ  เช่น  แชมพูขจัดรังแค  แชมพูสำหรับเด็ก  แชมพูสำหรับผู้ที่ทำสีผม  แชมพูสำหรับสภาพผมต่างๆ

ปัจจุบันเรามีแชมพูลักษณะไหนใช้กันบ้าง  และแชมพูแต่ละประเภทมีข้อดีข้อด้อยอะไรบ้าง  ตามไปดูกันค่ะ

1.แชมพูลักษณะเหลว  เป็นแชมพูชนิดที่ได้รับความนิยมสูงและมีจำหน่ายมากที่สุด  ประกอบไปด้วย  แชมพูเหลวใส  มีคุณสมบัติเด่นคือ  กระจายบนศีรษะได้ดี  เกิดฟองเร็ว  ล้างน้ำออกง่าย  ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ  โลชั่นแชมพู  มีคุณสมบัติเหมือนแชมพูเหลวใส  แต่มีสารชำระล้างที่มีความเข้มข้นมากกว่า  แชมพูผสมไข่  เป็นโลชั่นแชมพูที่เติมไข่ลงไป  โดยไข่ขาวทำหน้าที่เคลือบเส้นผม  ไข่แดงช่วยปรับสภาพผมให้เรียบนุ่ม  แต่เนื่องจากมีปัญหาเรื่องกลิ่นและความคงตัว  ปัจจุบันแชมพูผสมไข่จงไม่ได้ใช้ไข่สดอีกต่อไป  แต่ใช้การเติมไข่แดงที่เป็นผงแห้ง (egg powder)  เพื่อทำให้ผมนุ่มเรียบ  สมัยก่อนนิยมใช้กันมาก  แชมพูชนิดสเปรย์  แชมพูชนิดนี้เน้นความสะดวกและแปลกใหม่  แต่ไม่ค่อยนิยมใช้เพราะมีราคาแพง  แชมพูชนิดน้ำมัน  เหมาะสำหรับคนผมแห้ง  เพราะมีการเติมสารเคลือบมันลงไป

2.แชมพูลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว  ประกอบด้วยแชมพูชนิดครีมข้นและแชมพูเจล  เนื้อแชมพูเข้มข้นมาก  แต่เมื่อนำไปสระผมจะกระจายตัวได้ง่าย

3.แชมพูลักษณะของแข็ง  ประกอบด้วยแชมพูผง  แชมพูผงตัวหนอน  แชมพูผงประเภทสระแห้ง  แชมพูรูปแบบนี้ไม่เป็นที่นิยมใช้เพราะกระจายตัวไม่ดี  ล้างออกยาก  ทำให้สภาพผมหลังสระไม่ดีนักเพราะเป็นด่างมาก

จากปี พ.ศ. 2499  ที่คนไทยได้ใช้แชมพูจากเมืองปลาดิบ  เผลอแป๊ปเดียวเชื่อไหมคะว่า  ปัจจุบันบ้านเรามีแชมพูให้เลือกใช้มากกว่า  200  ชนิด

รู้ความเป็นมาของแชมพูกันมาพอสมควร  ตอนนี้ก็ถึงเวลาตัดสินใจกันแล้วละค่ะว่า  เราจะเลือกใช้แชมพูกันอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

Back to Nature…เทรนด์ใหม่ปลอดภัยกว่า

แม้จะมีผลิตภัณฑ์แชมพูวางจำหน่ายอยู่มากมายในท้องตลาด  แต่ปัจจุบันแชมพูที่ผสมสารสกัดจากธรรมชาติกลับเป็นคำตอบสุดท้ายของใครหลายๆ คน

การที่แชมพูสมุนไพรหรือแชมพูที่ผสมสารสกัดจากธรรมชาติได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ  มาจากเหตุผลหลักคือ  ความปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์หลากหลายนิยมใช้สารสกัดจากพืชนำมาผสมในแชมพู  ซึ่งส่วนใหญ่มีข้อเด่นที่คุณสมบัติลดการระคายเคือง  ลดความมันของเส้นผมและหนังศีรษะ  บำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพดี  เพราะสารสกัดจากธรรมชาติมักมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบ  ทำให้ผมมีความเรียบลื่น  เป็นมันเงา  ช่วยขจัดรังแค  แก้ปัญหาผิวหนังที่เกิดกับหนังศีรษะ  ตลอดจนกระตุ้นการงอกของเส้นผม

สารสกัดจากพืชที่เป็นที่นิยมได้แก่  สารสกัดจากมะกรูด  ดอกอัญชัน  ลูกมะคำดีควาย  ใบหมี่  สารสกัดจาก  chamomile extract, horsetail extract, birch, nettles, witchhazel, rosemary, white willow, quince seed, sage, hop

สารสกัดจากผลไม้  เช่น  แอ๊ปเปิ้ล  กล้วย  มะละกอ  และส้ม

จากสรรพคุณดีๆ ที่บอกต่อกันแบบปากต่อปาก  ทั้งความมั่นใจต่อความปลอดภัยในการใช้และสรรพคุณในการแก้ปัญหาหนังศีรษะ  ทำให้แชมพูในกลุ่มนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน

เคล็ดลับการเลือกแชมพูให้เหมาะกับสภาพผม

ผมแห้ง  แชมพูที่เหมาะกับผมแห้ง  คือ  แชมพูที่มีสารอิมอลเลียนต์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเงางาม  เช่น  lecithin  และ  protein hydrolysate  หรือแชมพูที่มีส่วนผสมของดอกอัญชัน  เพราะดอกอัญชันมีสารแอนโทรไซยานิน  ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของเลือด  ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมมากขึ้น  ช่วยให้ผมมีน้ำหนักเงางาม  ดกดำอย่างเป็นธรรมชาติ

ผมมัน  แชมพูที่เหมาะกับผมมันคือ  แชมพูที่มีสารสกัดจากพืชที่มีองค์ประกอบของสารแทนนินที่ช่วยลดความมัน  เช่น  hamamelis extract, horsetail extract  และ  nettle extract  สำหรับแชมพูสมุนไพรไทยที่เหมาะกับผมมันคือ  มะคำดีควาย

ผมธรรมดา  สภาพผมธรรมดาไม่ค่อยมีปัญหาในการเลือกใช้แชมพู  เพียงแต่ใช้แชมพูอ่อนๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง  สำหรับสมุนไพรไทยขอแนะนำให้ใช้มะกรูด  เพราะมะกรูดมีกรดอินทรีย์อ่อนๆ  ช่วยปรับสภาพกรดด่างของหนังศีรษะ  ช่วยป้องกันรังแค  นอกจากนี้น้ำมันจากผิวมะกรูดยังช่วยให้เส้นผมเป็นเงางามและดกดำ

ซื้อแชมพูขวดต่อไป  นอกจากจะเลือกแชมพูให้ตรงตามสภาพผมแล้ว  ลองสังเกตให้ละเอียดขึ้นอีกนิดค่ะว่ามีส่วนผสมที่เหมาะกับเส้นผมของเราหรือไม่  เพื่อให้ได้แชมพูที่ดีต่อสภาพผมอย่างแท้จริง

เรื่องราวของแชมพูคงเป็นบทพิสูจน์อีกบทหนึ่งที่สะท้อนให้เราเห็นว่า  ไม่ว่าเราจะพัฒนาสูตรแชมพูไปไกลแค่ไหน...

การอิงอยู่กับธรรมชาตินั้นดีต่อสุขภาพเสมอค่ะ

Tip

อาการที่ควรสงสัยว่าแพ้แชมพู

1.ภายหลังการใช้แชมพูมีอาการผมร่วง  มีรังแคมากขึ้น  คันศีรษะ

2.เกิดอาการหนังศีรษะอักเสบ

3.หนังศีรษะแห้งกว่าปกติและเกิดการระคายเคือง

4.เกิดเป็นโรคลมพิษบนผิวหนังบริเวณที่สัมผัสแชมพู

ถ้าไม่แน่ใจว่าจะแพ้แชมพูชนิดนี้หรือไม่  ให้สอบโดยทาแชมพูเพียงเล็กน้อยบริเวณท้องแขน  ทิ้งไว้สักครู่  หากแพ้จะเกิดผื่นแดงและมีอาการคัน

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง