Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > การรักษาโรคมะเร็ง สยบมะเร็งร้ายด้วยวิธีง่ายๆ

การรักษาโรคมะเร็ง สยบมะเร็งร้ายด้วยวิธีง่ายๆ

จำนวนคนดู 603 คน | เผยแพร่เมื่อ 15 พ.ค. 2558 เวลา 16:12 น.

การรักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์หรือเนื้อเยื่อบางกลุ่ม ซึ่งร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ จึงมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งกันอย่างแพร่หลาย เพื่อที่จะทำความเข้าใจในกลไกลการเกิดโรค การดำเนินโรคและหาวิธีการในการควบคุมป้องกันละรักษาโรคมะเร็งต่อไป โดยทั่วๆไปเซลล์มะเร้งจะมีลักษณะสำคัญร่วมกันคือ

ไม่ตอบสนองต่อการควบคุมการเจริญเติบโตหรือการซ่อมแซมเนื้อเยื่อตามปกติของร่างกาย
เจริญเติบโตได้เองโดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยจากภายนอกช่วยเหลือ(autonomous growth)
เจริญลุกลามออกนอกขอบเขตของเนื้อเยื่อปกติ(invasive growth)
เจริญได้ในเนื้อเยื่อที่อยู่หางไกล(metastatic growth)โดยกระจายไปตามระบบน้ำเหลือง หรือระบบไหลเวียนโลหิต
มีต้นกำเนิดมาจากเซลล์เพียงเซลล์เดียว(monoclonal origin)
มีแอนติเจนที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ


จากการที่เซลล์มะเร็งหลายชนิดสามารถสร้างและหลั่งแอนติเจนแปลกปลอมออกมาในกระแสโลหิต ดังนั้นการเจาะเลือดตรวจจึงสามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งได้ นอกจากการเจาะเลือดจะใช้เพื่อการตรวจเซลล์มะเร็งในระยะเริ่มแรกแล้ว สารของเซลล์มะเร็งที่พบในการตรวจเลือดเรียกว่า Tomor Marker ( ทูเมอร์ มาร์คเกอร์)ได้แก่

การรักษาโรคมะเร็ง



1. AFP สร้างในเซลล์ตับในระยะที่เป็นตัวอ่อนในครรภ์มารดา ดังนั้นเมื่อ

ร่างกายเจริญเต็มที่แล้วจึงไม่พบสารนี้หรืออาจพบได้บ้างได้ระดับต่ำๆในผู้ใหญ่ ระดับ AFP จะสูงมากในมะเร็งที่มีต้นกำเนิดมาจากตับ เช่น มะเร็งของตับ(hepatocellular carinoma)และมะเร็งทีมีต้นกำเนิดมาจากตับอ่อน ระดับของ AFP ใช้ประโยชน์ในการติดตามผลการรักษาของโรคมะเร็งตับได้

2. CEA สร้างจากเซลล์ในระบบทางเดินอาหารตับอ่อนและตับ ในระยะ6

เดือนแรกของมารกในครรภ์มารดา ระดับของ CEA มีประโยชน์มากในการติดตามผลการรักษาของมะเร็งลำไส้ใหญ่ CER จะพบได้เล็กน้อยในคนปกติ สารตัวนี้จะสูงในมะเร็งลำไส้โดยเฉพาะมะเร็งที่ได้แพร่กระจายไปแล้ว นอกจากนั้นยังใช้การเจาะเลือดหาสารตัวนี้เพื่อเฝ้าติดตามว่ามะเร็งกลับเป็นมาใหม่อีกหรือไม่ อาจพบสารนี้ได้ด้วยในมะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งตับอ่อน มะเร็งตับ มะเร็งกระเพาะอาหาร และพบว่ามีค่าสูงได้ในภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง  ได้แก่ ลำไส้อับเสบ  ตับอ่อนอักเสบ ตับอักเสบ การสูบบุหรี่

3. β-HCG เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากรกในขณะตั้งครรภ์ ปกติจะพบระดับสูง

ในภาวการณ์ตั้งครรภ์ ระดับ β-HCG นี้จะมีค่าเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยมะเร็งมดลูก แต่ก็อาจค่านี้สูงขึ้นได้ในมะเร็งที่ตับ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด

4. PSA เป็นเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีนที่เกิดขึ้นหลังการหลั่งน้ำอสุจิในผู้ชาย

PSA จะพบสูงมากในมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate cancer)

5. CA 15-3สารนี้มีประโยชน์ในการใช่ติดตามโรคมะเร้งเต้านม โดยเฉพาะ

มะเร็งเต้านมที่แพร่กระจายแล้ว เพราะมะเร็งในระยะเริ่มแรกค่าสารนี้จะไม่สูง นอกจาก CA15-3 ที่ใช้ในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมแล้ว ยังมีสารอ่านที่ใช้ในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการทำ Mammogram ได้แก่ CA27-29

6. CA19-9 สารนี้จะสูงในโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตับอ่อน กระเพาะ

อาหาร และถุงน้ำดี นอกจากนี้ CA 19-9 อาจมีปริมาณสูงขึ้นในภาวะอื่นที่ไม่ใช่มะเร็ง ได้แก่ ภาวะตับอักเสบเฉียบพลันและตับอักเสบเรื้อรัง ตับอ่อนอักเสบ ตับแข็ง นิ่งในถุงน้ำดี การตรวจพบ CA 19-9 ในระดับสูงเป็นตัวช่วยวินิจฉัยมะเร็งของตับอ่อน และช่วยทำนายการเกิดมะเร็งซ้ำหลังจากผ่าตัดมะเร็งตับอ่อนไปแล้ว โดยจะตรวจพบได้ก่อนที่จะมีอาการของโรคซ้ำประมาณ 3-6 เดือน

7. CA 125 พบได้สูงในมะเร็งรังไข่ และมะเร็งมดลูก ปากมดลูก ตับอ่อน

ลำไส้ใหญ่ เต้านมและปอด นอกจากนั้นอาจพบได้ในโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง ได้แก่ เยื่อบุมดลูกขึ้นผิดที่ (Endometriosis) เยื่อบุช่องท้องอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ โรคตับและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ การตั้งครรภ์ หลังการรักษา ระดับ CA 125 จะลดลง แต่หากเพิ่มขึ้นแสดงว่าการรักษาไม่ได้ผล

8. NSE ใช้ประโยชน์ในกรณีช่วยการวินิจฉัยมะเร็งปอดชนิด non-small cell

lung cancer และมะเร็งของปมประสาท (Neuroblastoma)หรือที่เรารู้จักกันว่าโรคเท้าแสนปม

9. PAP สารนี้พบได้สูงในมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็ง

ต่อมน้ำเหลือง และพบในโรคต่อมลูกหมากโต ตับแข็ง กระดูกพรุน

10. LDH เป็นเอนไซม์ที่หลั่งมาจากอวัยวะต่างๆได้แก่ หัวใจ ตับ สารนี้ไม่

จำเพาะในมะเร็งชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปใช้ช่วยการวินิจฉัยว่ามีการสร้างเซลล์ผิดปกติขึ้นมาในร่างกาย และช่วยในการติดตามการรักษามะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Non-Hodgkin’s Lymphoma) ฮอร์โมน บางชนิด เช่น calcitonin อาจนำมาช่วยในการวินิจฉัยมะเร็ง บางชนิด ซึ่งพบว่าปริมาณ calcitonin จะมีปริมาณเพิ่มสูงมากในมะเร็งไทรอยด์

การตรวจสารมะเร็ง Tomor marker มีประโยชน์หลายประการ อาทิ ช่วยในการวินิจฉัย ช่วยในการวางแผนการรักษา และช่วยบอกว่ามะเร็งรักษาหาย (cure)หรือมีการกลับมาเป็นใหม่ อย่างไรก็ตามการตรวจสาร Tumer marder เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยมะเร็ง  เนื่องจากสารเหล่านี้อาจสูงได้ใสคนปกติ  ไม่จำเป็นต้องสูงในโรคมะเร็งเสมอไป  โดยเฉพาะในระยะแรก ๆ และสารเหล่านี้อาจไม่เฉพาะสำหรับมะเร็งชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น  อาจเกิดจากมะเร็งชนิดอื่นได้  หรือ อีกในหนึ่งมะเร็งหลายชนิดสามารถสร้างสาร Tumor marker ได้เหมือน ๆ กัน ดังนั้นการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมแร็งที่ชัดเจนต้องอาศัยการตรวจอย่างอื่นประกอบด้วย  เช่น  การตรวจทางรังสี  การตรวจด้วยอัลตราซาวน์   การทำแมมโมแกรม  เป็นต้น

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง