Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > มะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนัง

จำนวนคนดู 995 คน | เผยแพร่เมื่อ 15 พ.ค. 2558 เวลา 15:29 น.

มะเร็งผิวหนัง ใครคนหนึ่งคุยไกลมาว่า  ตอนนี้มาอยู่อเมริกาเกือบหนึ่งปีแล้ว  ได้รู้จากเพื่อนๆ ว่า  คนอเมริกันเป็นโรคมะเร็งผิวหนังถึงเสียชีวิตกันปีละมากๆ  อยากรู้ว่า  คนไทยจะเป็นโรคมะเร็งผิวหนังไหม
(น่าถามเหมือนกันนะ)

เท่าที่ปอมอรู้ (เพราะอ่านมา) นะ

ในแต่ละปีคนอเมริกันจะป่วยโรคมะเร็งผิวหนังประมาณ  1  ล้านคน  และเสียชีวิตด้วยโรคนี้ปีละประมาณ  10,000  คน

“คิดว่าคนอเมริกันคงจะยังไม่ได้จดสิทธิบัตรโรคมะเร็งผิวหนังเอาไว้เป็นกันเฉพาะพวกเขาแน่”  เพื่อนหมอของปอมอแย่งตอบแทน

“คนไทยจึงยังมีสิทธิ์ที่จะเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ด้วย”

ผู้ป่วยโรคมะเร็งผิวหนังกว่า  90  เปอร์เซ็นต์มีสาเหตุมาจากการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต  โดยอาจจะไปอยู่ในพื้นที่ที่จะได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นเวลานาน (ทั้งจากแสงแดดและแสงที่ใช้เปลี่ยนสีผิวให้เป็นสีแทน  คือออน้ำตาลๆ – ตามประสาฝรั่งตัวขาวเป็นเผือกอยากเปลี่ยนสีผิวไง)

แสงแดดเป็นสาเหตุลักที่ทำให้คนเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง  ปัจจัยร่วมอื่นๆ คือความโน้มเอียงทางกรรมพันธุ์  มลพิษจากสารเคมี  และการได้รับรังสีเอกซเรย์

โรคมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด  มี  3  ประเภท  คือ

มะเร็งผิวหนังแบบเบซิลเซลล์  เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด  มักปรากฏก้อนบวมนิ่มๆ  ผิวจะเรียบ  เป็นมัน  กับจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้น  แต่ก็ไม่ลุกลามและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

มะเร็งผิวหนังแบบสแควมัสเซลล์  มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อเล็กๆ  หรือตุ่มแบนๆ  จะมีรอยแตก  แผลตกสะเก็ด  หรือเป็นแผลเปื่อย  มักพบที่ใบหน้า  ใบหู  ลำคอ  มือ  หรือแขน

มะเร็งผิวหนัง



มะเร็งผิวหนังแบบเมลาโนมา  เป็นมะเร็งผิวหนังที่ร้ายแรงที่สุด  แต่พบน้อยที่สุดในบรรดาโรคมะเร็งผิวหนัง

วิธีป้องกันหรือดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังก็ไม่ยากเย็นอะไร  เริ่มด้วยการหลีกเลี่ยงจากการอาบแดด  ซึ่งบางคนอาจจะอาบแดดนานจนผิวไหม้หรือเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำแดด  เพราะผิวหนังจะถูกทำลาย (คนไทยเราก็ไม่ค่อยอาบแดดอยู่แล้วนี่นา)

ถ้าจะออกแดดนานๆ ก็ใส่หมวกปีกกว้างและสวมเสื้อผ้าที่กั้นแดดได้ดีหน่อย  หรือจะทาครีมกันแดดชนิดที่มีค่าเอสพีเอฟตั้งแต่  15  ขึ้นไป  และเป็นชนิดที่ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตชนิดเอและบีได้ (ที่ขวดครีมน่าจะมีบอกไว้)  การทาควรจะทาก่อนออกไปตากแดดสัก  30  นาที

แสงสะท้อนจากผิวน้ำก็อันตรายเหมือนกันนะ

หมั่นสำรวจดูผิวหนังตัวเองไว้ด้วยว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นไหม (ดูให้ละเอียดๆ หน่อย อย่าน้อยสักทุก  3  เดือน)

ตุ่ม  ไฝ  ปาน  และตกกระ  เปลี่ยนแปลงไหม  หรือถ้าพบจุดเกิดขึ้นบนผิวหนังใหม่ๆ  หรือมีรอยแผลเปื่อยที่รักษาไม่หายใน  2  สัปดาห์  อย่านิ่งนอนใจ  รีบไปหาหมอซะก่อน  ไม่ต้องรอเฉยไว้จนรู้สึกเจ็บหรือปวด  เพราะโรคมะเร็งผิวหนังมักไม่แสดงอาการ

จงจำไว้ว่า  ยิ่งไปหมอให้บำบัดรักษาได้เร็วเท่าใด  โอกาสหายขาดก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

เด็กๆ ที่ถูกแดดเผามากๆ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังแบบเมลาโนมาในตอนโตได้ง่าย (อย่าลืมว่ามะเร็งผิวหนังแบบนี้ร้ายแรงกว่าชนิดอื่น)  จึงควรหลีกเลี่ยงที่จะปล่อยให้เด็กลงเล่นน้ำทะเลกลางแดด  หรือเล่นในสระกลางแจ้งในช่วงเวลา  10.00 น. – 15.00 น.  เพราะเป็นช่วงที่รังสีอัลตราไวโอเลตจะแรงที่สุด  แม้จะมีเมฆก็บังรังสีได้บางส่วนเท่านั้น

ถึงอย่างไร  โรคมะเร็งผิวหนังหรือมะเร็งอื่นๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่ายๆ หรอก  หากคุณไม่สร้างพฤติกรรมเสี่ยง  และควรจะสนใจดูแลตัวเองได้ดีพอ

คนที่กลัวเป็นมะเร็งมากๆ นั้น  ฝรั่งเรียกว่า  cancerophobia  หรือ  cancerphobia  หรือ  carcinophobia  ล้วนแปลว่า  “โรคกลัวมะเร็ง”  ทั้งนั้น

แปลกไหม  “กลัวมะเร็ง”  ก็เป็น “โรค”

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง