Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > โรคเบาหวาน และสรรพคุณของดอกบานบุรีเหลืองกับการต้านเบาหวาน

โรคเบาหวาน และสรรพคุณของดอกบานบุรีเหลืองกับการต้านเบาหวาน

จำนวนคนดู 352 คน | เผยแพร่เมื่อ 14 พ.ค. 2558 เวลา 14:46 น.

โรคเบาหวาน รู้มั้ย บานบุรีเป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกไว้ตามบ้านเรือนหรือสถานที่ทำงาน  เนื่องจากมีดอกที่สวยงามและการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก  จึงทำให้เป็นพืชที่นิยมปลูก  โดยอาจจะปลูกใส่กระถางหรือปลูกลงดินแล้วทำซุ้มให้เลื้อยก็ได้  บางท่านนิยมปลูกไว้ริมรั้ว  เมื่อออกดอกแล้วทำให้บ้านนั้นมีสีสันที่สวยงามให้ความสุขกับผู้ที่อยู่อาศัยหรือผู้ที่ผ่านไปมา
นอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว  บานบุรียังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรอีกด้วย  ซึ่งในฉบับนี้ท่านผู้อ่านจะได้รับทราบเผื่อจะนำไปใช้ได้ค่ะ

บานบุรีมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Allamanda  cathartica  Linn.  อยู่ในวงศ์  Apocynaceae  บานบุรีเหลืองจัดเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย  ใบเป็นใบเดี่ยวติดเป็นคู่ตรงข้ามกันหรือติดรอบๆ ข้อ  ใบเป็นรูปไข่กลับ  ปลายใบแหลม  โคนใบเป็นมุมยื่นลงไปที่ก้านใบ  ขอบใบเรียบ  ด้านบนเป็นมัน ดอกออกที่ยอด  กลีบดอกเป็นรูปกรวย  มีห้ากลีบสีเหลือง  ส่วนโคนเชื่อมติดกันเป็นท่อ  มีกลีบรองดอกห้ากลีบเป็นรูปหอก

โรคเบาหวาน



ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือ ใบ  โดยใช้เป็นยาระบายแก้จุกเสียดแน่นท้อง  แต่ถ้ารับประทานมากไปก็อาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรงได้  ดังนั้นท่านผู้อ่านที่จะใช้ใบของบานบุรีเหลืองจึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง  ไม่เช่นนั้นแทนที่จะช่วยรักษากลับให้โทษได้  ซึ่งก็เหมือนยาแผนปัจจุบันที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง  เพราะอาจจะเกิดผลข้างเคียงได้

นอกจากนี้ในปัจจุบันได้มีการทำการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของบานบุรีพบว่า  มีฤทธิ์เป็นยาระบายทำให้กล้ามเนื้อของลำไส้หดเกร็ง  ซึ่งสอดคล้องกับตำรายาแผนโบราณ  ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า  ใบของบานบุรีมีสรรพคุณช่วยเป็นยาระบายได้  และยังพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของบานบุรีอีกว่า  มีฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเซลล์  ต้านเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย  ต้านเนื้องอก  ซึ่งฤทธิ์ดังกล่าวยังต้องทำการศึกษาวิจัยต่อไป

ดังนั้นในเบื้องต้นนี้ท่านผู้อ่านที่มีอาการท้องผูกสามารถใช้ใบบานบุรีช่วยเหลือตนเองเบื้องต้นได้  แต่ไม่ควรใช้ในปริมาณมากเกินไป  เพราะจะทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรงได้

ถึงแม้ว่าท่านผู้อ่านไม่มีอาการท้องผูก  ก็สามารถปลูกบานบุรีไว้เพื่อให้ความสุขทางสายตาและจิตใจได้

ทำไม!  ผู้เป็นเบาหวานต้องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดทุกวัน

“น้ำตาล”  หรือ  “ความหวาน”  คือ  สิ่งที่คนเป็นเบาหวานทุกๆ คนกลัวเป็นอย่างยิ่ง  กลัวที่จะกินน้ำตาล  กลัวระดับน้ำตาลจะสูงขึ้น  เรียกว่าไม่จำเป็นไม่ขอแตะเลยจะดีกว่า

จริงๆ แล้ว  เป็นเบาหวานไม่จำเป็นต้องอดน้ำตาลหรืออดอาหารจานโปรดในทุกๆ วัน  เพียงแค่คุณรู้จักรับประทานให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ  คือ  รับประทานให้พอดีกับพลังงานที่ร่างกายใช้ในแต่ละวัน  ที่สำคัญคือ  คุณจะต้องให้ความสำคัญับการวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดนับเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชาวเบาหวานทุกคน  เพราะระดับน้ำตาลในเลือดจะเปลี่ยนแปลงจลอดเวลา  โดยจะขึ้นอยู่กับอาหารที่รับประทานและกิจกรรมในแต่ละวัน  ผู้เป็นเบาหวานจึงจำเป็นต้องตรวจวัดอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ  1-2  ครั้ง

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน

ผู้ที่มีญาติมีประวัติเป็นเบาหวาน  ผู้ป่วยโรคอ้วน  ผู้ที่มีค่าระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า  126  มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (หลังงดอาหารอย่างน้อย  8  ชั่วโมง)  ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 140/90  มิลลิเมตรปรอท  ผู้ที่มีอายุตั้งแต่  45  ปีขึ้นไป  ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน  โดยควรจะได้รับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดทุกๆ  3  ปี

แบบไหนที่เรียกว่าระดับน้ำตาลปกติสำหรับคนเบาหวาน

ระดับน้ำตาลในเลือดที่ถือว่าอยู่ในปกติสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน  คือ  ระดับน้ำตาลทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหารควรอยู่ในระดับ  80-150  มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร  ในกรณีที่ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า  160-180  มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร  จะทำให้มีน้ำตาลออกมาในปัสสาวะและปัสสาวะบ่อยขึ้นและอาจนำไปสู่ภาวะไตวาย  หรือในทากลับกันหากผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลต่ำลงเรื่อยๆ  จะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย  ใจสั่น  เหงื่อออกมาก  หรืออาจชักและหมดสติได้

ก่อนตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดจะต้องงดอาหารก่อนกี่ชั่วโมง

หากคุณต้องไปพบแพทย์  แพทย์อาจสั่งให้งดอาหารก่อนอย่างน้อย  8  ชั่วโมง  ก่อนการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด  แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย  คุณสามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง  และสามารถตรวจได้โดยไม่ต้องงดอาหาร  เพราะการตรวจวัดระดับน้ำตาลหลังอาหารจะทำให้ผู้ป่วยทราบว่า  อาหารชนิดใดที่ทำให้ระดับน้ำตาลสูงซึ่งควรหลีกเลี่ยง  ทำให้เรียนรู้การควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น  ที่สำคัญการตรวจระดับน้ำตาลด้วยตนเองในปัจจุบันนั้น  ทั้งง่ายและสะดวก  ซึ่งผู้ตรวจสามารถเจาะเลือดได้ทั้งจากปลายนิ้วและที่แขน  โดยใช้เลือดเพียง  1  ไมโครลิตร (ปริมาณน้อยมาก)  ใช้เวลาตรวจเพียง  5  วินาที  และให้ผลการตรวจที่แม่นยำ

การตรวจวัดระดับน้ำตาลเป็นประจำทุกวัน  จะช่วยให้คุณรู้จักเบาหวาน  และควบคุมเบาหวานได้  นั่นก็หมายถึงการที่ผู้เป็นเบาหวานจะสามารถอยู่กับเบาหวานได้อย่างมีความสุขนั่นเอง

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง