Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ความดันโลหิตสูง และอันตรายของผู้ป่วยเมื่อรับการผ่าตัด

ความดันโลหิตสูง และอันตรายของผู้ป่วยเมื่อรับการผ่าตัด

จำนวนคนดู 5084 คน | เผยแพร่เมื่อ 14 พ.ค. 2558 เวลา 14:44 น.

ความดันโลหิตสูง ตัวอย่างกรณีผู้ป่วยท่านหนึ่ง “ลุงมีโรคประจำตัวไหมคะ”  ฉันถามย้ำในขณะที่ผู้ป่วยเพิ่งเข้ามานอนบนเตียงผ่าตัด  และคำตอบก็ได้รับการยืนยันว่า  “ลุงแข็งแรงดีมาตลอด  ไม่เคยมีโรคประจำตัวอะไรเลย”
แต่ตัวเลขบนจอเครื่องวัดสัญญาณชีพหลังจากที่พันที่วัดความดันร้องเตือนพร้อมขึ้นตัวแดงกะพริบถี่  “โอ้โห  ความดันเลือด  200/112  มิลลิเมตรปรอทแน่ะ”  ฉันมองหน้าหมอผ่าตัดแล้วหันไปมองจอเครื่องวัดสัญญาณชีพ  เป็นนัยว่าสูงจังเลยนะ  น้องที่เป็นหมอศัลย์ตกใจ  รีบแก้ตัวเป็นพัลวันว่าอยู่ที่ตึกความดันไม่สูงขนาดนี้นะครับ

ในใบบันทึกสัญญาณชีพตั้งแต่ที่ผู้ป่วยเข้ามานอนพักก่อนผ่าตัดก็ไม่สูงมาก  แต่ก็มีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นความดันโลหิตสูง  ด้วยอายุอานามห้าสิบกว่าๆ  ความดันโดยเฉลี่ยประมาณ  140/90  ถึง  150/90  มิลลิเมตรปรอท

ฉันถามว่าลุงกลัวหรือเปล่า  ตื่นเต้นไหม  เพราะว่าลุงไม่เคยเจ็บป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลสักที  แต่ลุงก็บอกว่าไม่กลัวหรอก  ไม่ตื่นเต้นด้วย  สบายมากหมอ  ฉันก็ยิ้มๆ  คิดในใจว่า  “แหม...แต่ความดันมันฟ้องนะลุง”  หลังจากที่ฉีดยาให้คุณลุงง่วงและสงบลง  ความดันก็ลดลงมาในระดับที่สามารถวางยาสลบและผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยต่อไปค่ะ

ความดันโลหิตสูง



คนส่วนใหญ่แล้ว  ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ต้องได้เข้าโรงพยาบาลก็ไม่ค่อยได้ตรวจสุขภาพหรอกค่ะ  ถ้ามีความดันสูงบ้าง  เบาหวานบ้าง  ก็มักจะรู้ตอนนี้แหละค่ะ  หรือว่าเป็นโรคเหล่านี้มานานโดยที่ไม่ได้รับการรักษาจนเกิดภาวะแทรกซ้อน  และเมื่อเข้าโรงพยาบาลรักษาโรคอื่นจึงได้รู้ว่ามีโรคประจำตัวเสียแล้ว  เหมือนคุณแม่ฉันที่เข้ารับการผ่าตัดเส้นเลือดขอด  พอวัดความดันเท่านั้น  ก็ได้ทราบว่ามีโรคความดันโลหิตสูงเป็นสมบัติประจำการอยู่แล้ว  แต่โชคดีที่คุณแม่เป็นคนที่เอาใจใส่ดูแลรักษาสุขภาพ  ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับโรคและวิธีปฏิบัติตัวอยู่ตลอดเวลา  เป็นมาสิบปีก็ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไรเลย  ควบคุมได้ดีทุกอย่าง

เมื่อเริ่มอายุมากขึ้น  ควรดูแลตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี  ทั้งนี้เพื่อจะได้ไม่เป็นการปล่อยทิ้งไว้ให้สายเกินแก้  อย่างเช่นตรวจวัดความดัน  เจาะเลือดดูระดับน้ำตาลว่าเป็นเบาหวานหรือเปล่า  ตรวจเลือดดูการทำงานของไตและตับ  ตรวจปัสสาวะ  ตรวจอุจจาระว่ามีเม็ดเลือดแดงเล็ดลอดออกมาหรือไม่  ซึ่งบางครั้งก็เป็นสัญญาณบอกเหตุว่ามีมะเร็งซ่อนอยู่

นอกจากนั้นก็เอกซเรย์ปอด  และสำหรับผู้หญิง  ที่ลืมไม่ได้คือการตรวจมะเร็งปากมดลูก  อันนี้ฉันสนับสนุนเป็นอย่างมาก  เพราะทำได้ง่าย  และถ้ายิ่งตรวจพบได้เร็วเท่าไร  โอกาสหายก็มีมากเท่านั้นค่ะ  ไม่ควรปล่อยให้ลุกลาม  เพระเป็นมะเร็งที่เราได้เปรียบในการรักษาค่ะ  อีกอย่างคือ  การตรวจเต้านม  ซึ่งเราสามารถทำได้ทุกวันด้วยตัวเอง

สำหรับความดันสูงนี้  บางคนไม่เคยรู้ตัวมาก่อน  แต่อาจจะสังเกตตัวเองได้ว่า  มักจะมีอาการปวดศีรษะบริเวณกระบอกตาบ้าง  ปวดตึงท้ายทอยบ้าง  บางช่วงที่ความดันสูงมากๆ  อาจจะมีตามัวได้ด้วย  ถ้าใครมีอาการเช่นนี้ก็ควรไปตรวจร่างกายนะคะ  เพราะถ้าความดันที่สูงอยู่นานๆ  จะทำให้อวัยวะอื่นๆ ได้รับผลกระทบและเป็นอันตรายได้  เช่น  ไตวาย  หัวใจวาย  และความดันสูง  มักจะมาคู่กับเส้นเลือดตัวใจตีบ  ราวกับกาแฟคู่กับครีมเทียม  และที่ร้ายขึ้นไปอีกคือ  เส้นเลือดในสมองแตก  อาจเสียชีวิตหรือพิการได้นะคะ

แล้ว คนที่มีคามดันโลหิตสูงสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยหรือเปล่า  คำตอบก็คือว่า  ถ้าสามารถควบคุมระดับความดันได้ดี  ซึ่งฉันหมายถึงผู้ป่วยนั้นเอาใจใส่ดูแลสุขภาพตนเอง  กินยาสม่ำเสมอ  ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง  ก็มักจะไม่มีปัญหา

การวางยาสลบนั้น  มีบางขั้นตอนที่จะมีการกระตุ้นร่างกายอย่างรุนแรง  เช่น  การใส่ท่อช่วยหายใจ  หรือแม้กระทั่งช่วงของการผ่าตัด  ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะหมดสติไปแล้วจากการวางยาสลบ  แต่การตอบสนองของร่างกายนั้นยังมีอยู่มาก  บางครั้งความดันอาจจะสูงมากจนเกิดอันตรายได้  และหลังผ่าตัดความเจ็บแผลก็ทำให้ความดันเพิ่มขึ้นได้อีกนะคะ

ในคนที่ไม่เคยควบคุมหรือควบคุมคามดันไม่ดี  ช่วงวางยาสลบ  ระบบหลอดเลือดในร่างกายก็ยังเริงร่า  นึกอยากจะขึ้นก็ขึ้นปรู๊ดปร๊าด  นึกอยากจะลงก็ลงฮวบฮาบ  จนหมอดมยาใจเต้นระริกระรัวไม่เป็นจังหวะ  กลัวว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากความดันที่ “สุดสะวิงริงโก้” ขนาดนั้น

ดังนั้นเมื่อหมอดมยาออกไปตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนวันผ่าตัด  และพบว่าผู้ป่วยมีความดันสูง  มักจะดูว่าได้ควบคุมมาเป็นอย่างดีก่อนหรือไม่  และความดันนั้นเข้าข่ายสูงในระดับไหน  ถ้าคิดว่าอาจจะเป็นอันตรายได้  และเป็นการผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน  ก็อาจต้องเลื่อนการผ่าตัดออกไป  รอควบคุมความดันให้อยู่ในระดับที่ดีก่อนสักสองสัปดาห์  ทั้งนี้เพื่อให้ระบบหลอดเลือดในร่างกายได้มีโอกาสปรับตัวค่ะ

สำหรับฉัน  ของขวัญวันแม่เมื่อหลายปีก่อนจึงไม่ใช่ดอกมะลิค่ะ  แต่เป็นเครื่องวัดความดันอัตโนมัติขนาดเล็กที่สามารถวัดความดันได้เอง  เพื่อจะได้เป็นการติดตามผลการรักษาด้วยตัวเอง  ถ้าความดันผิดปกติคุณแม่ก็จะโทร.มาบอก  เก๋ไหมค่ะ  และทุกปีก็จะพาไปตรวจสุขภาพประจำปีทั้งคุณพ่อละคุณแม่  ท่านสุขภาพดี  ฉันก็สุขใจค่ะ

แล้วคุณผู้อ่านล่ะคะ  ดูแลสุขภาพตัวเองและคนที่คุณรักหรือยัง

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง