Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > การเลี้ยงปลาทับทิม และโปรตีนจากเนื้อปลา

การเลี้ยงปลาทับทิม และโปรตีนจากเนื้อปลา

จำนวนคนดู 1232 คน | เผยแพร่เมื่อ 13 พ.ค. 2558 เวลา 15:51 น.

การเลี้ยงปลาทับทิม และคุณค่าทางโภชนาการมากของปลาทัมทิม
โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อปลาเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปแล้วว่าเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย  เหมาะสำหรับทุกๆ วัย  นอกจากโปรตีนในเนื้อปลาจะเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายแล้ว  ไขมันในปลายังเป็นไขมันที่มีกรดไลโนเลอิค  ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ทำหน้าที่ควบคุมไตรกลีเซอไรด์และคอเรสเตอรอลในเลือด  นอกจากนี้ในเนื้อปลายังมีวิตามิน  แร่ธาตุอื่นๆ อีก หลายชนิด  เช่น  วิตามินบี 1  วิตามินบี 2  ไนอะซินและวิตามินเอ  นอกจากวิตามินแล้วในเนื้อปลายังมีแร่ธาตุอื่นๆ อีกเช่น  แคลเซียม  ฟอสฟอรัส  ซึ่งจะช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง  นอกจากนี้ในปลาบางชนิดยังมีธาตุไอโอดีน  ซึ่งช่วยไม่ให้เป็นโรคคอหอยพอก

ปัจจุบันปลาในธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลง  แม่น้ำลำคลองที่เคยเป็นที่อาศัยของปลาธรรมชาติและสัตว์น้ำอื่นๆ เปลี่ยนแปลงไป  กลายเป็นน้ำเน่าเสีย  จำนวนปลาจึงลดน้อยลง  ขณะที่การจับปลาเพื่อนำมาเป็นอาหารก็มากขึ้น  หากเหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ  พันธุ์ปลาทั้งหลายคงหมดไปจากแหล่งน้ำเป็นแน่  จึงได้เกิดการเพาะพันธุ์ปลาและเลี้ยงปลากันมากขึ้น  เพื่อให้เราได้มีโอกาสรับประทานปลา  แม้ว่าจะไม่ใช่ปลาในธรรมชาติแต่คุณค่าทางอาหารก็ยังคงมีอยู่มากทัดเทียมกัน

ในปี พ.ศ.2508  องค์มกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่นได้ทูลเกล้าฯ ถวายปลาสายพันธุ์หนึ่งซึ่งมีต้นกำเนิดจากลุ่มแม่น้ำไนล์  ในทวีปแอฟริกาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และพระองค์ทรงนำมาเพาะขยายพันธุ์ต่อภายในพระราชวังสวนจิตรลดา  จนได้ผลเป็นอย่างดี  และได้พระราชทานพันธุ์ปลาชนิดนี้แก่กรมประมงเพื่อแจกจ่ายไปทั่วประเทศ  ในชื่อของ “ปลานิลจิตรลดา”

การเลี้ยงปลาทับทิม



จากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่  เครือเจริญโภคภัณฑ์  กลุ่มธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ดำเนินการพัฒนา  ปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิลจิตรลดา  ตั้งแต่ปี  2532  เพื่อให้สามารถเลี้ยงในน้ำกร่อยร่วมกับกุ้งกุลาดำได้  โดยคัดเลือกสายพันธุ์ปลาในตระกูลเดียวกันจากทั่วโลก  ที่มีลักษณะเด่นในด้านต่างๆ  ซึ่งมีสายพันธุ์หลัก  คือ  สายพันธุ์จากอเมริกา,  สายพันธุ์จากอิสราเอล  และสายพันธุ์จากไต้หวัน  นำมาผสมข้ามพันธุ์กันแล้วเลือกลักษณะที่ต้องการ  เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพได้  และได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า  “ปลาทับทิม”

ปลาทับทิม  เป็นปลาที่สด  ส่งตรงจากฟาร์มปลาสู่ตลาดทุกวัน  สะอาดด้วยการเลี้ยงในระบบฟาร์มปลา  มารจัดการที่ได้มาตรฐาน  เลี้ยงในกระชังแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใส  สะอาด  ปราศจากมลพิษ  โดยมีทีมนักวิชาการประมงคอยตรวจสอบคุณภาพของแหล่งน้ำ  รวมถึงควบคุมคุณภาพระหว่างการเลี้ยง  ทำให้ได้ปลาทับทิมที่มีรสชาติอร่อยและได้คุณภาพมาตรฐาน  คือปลอดภัยจากสารพิษทุกชนิด  และไม่มีกลิ่นโคลน  รสชาติดีด้วยเส้นใยกล้ามเนื้อละเอียดแน่น  แต่นุ่มและหอมหวาน  มีโภชนาการสูงด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เนื้อปลามี  และปริมาณไขมันที่ต่ำมา  ปราศจากกลิ่นคาว  มีไขมันอิ่มตัวที่มีประโยชน์  นอกจากนี้ยังมีโอเมก้า-3  และไอโอดีน

สามารถหาซื้อปลาทับทิมได้ทั่วไป  ทั้งจากตลาดสดและซุปเปอร์มาร์เก็ต  รวมถึงตามร้านอาหารและโรงแรม  ซึ่งในระยะหลังนี้มีผู้นิยมบริโภคปลาทับทิมเพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากเป็นปลาที่มีคุณภาพเนื้อดี  รสชาติดีมาก  และราคาไม่แพง  สามารถหาซื้อได้ทั่วไป  ใช้ปรุงอาหารได้หลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นปลาทับทิมนึ่งซีอิ๊ว, ปลาทับทิมนึ่งมะนาว, ปลาทับทิมต้มยำ ฯลฯ  ซึ่งมั่นใจว่าถูกปากนักชิมทั้งหลายแน่นอน

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง