Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone) ถุงน้ำดีอักเสบ (Cholecystitis)

นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone) ถุงน้ำดีอักเสบ (Cholecystitis)

จำนวนคนดู 445 คน | เผยแพร่เมื่อ 13 พ.ค. 2558 เวลา 14:51 น.

นิ่วในถุงน้ำดี มักพบในคนอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป (มักไม่พบในคนอายุต่ำกว่า 20 ปี)พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
มักพบในคนแวน , หญิงตั้งครรภ์ หรือกินยาเม็ดคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน , ผู้ที่ชอบกินอาหารที่มีไขมันสูง , ผู้ที่มีประวัติญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ , ผู้ที่เป็นเบาหวาน ตับแข็ง ทาลัสซีเมีย หรือภาวะเม็ดเลือดแตก ผู้ที่มีการอักเสบของทางเดินน้ำดี

นิ่วในถุงน้ำดี แบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ๆได้แก่ นิ่วชนิดโคเลสเตอรอล(cholesterol stone),นิ่วชนิดเม็ดสี(pigment stone)และนิ่วชนิดผสม นิ่วโคเลสเตอรอลกับนิ่วชนิดผสมพบได้บ่อยกว่าชนิดเม็ดสี ก้อนนิ่วอาจเกิดเป็นก้อนเดียวหรือก้อนเล็กๆหลายก้อนก็ได้

สาเหตุของ นิ่วในถุงน้ำดี

สำหรับนิ่วชนิดโคเลสเตอรอล และชนิดผสม ซึ่งมีโคเลสเตอรอลเป็นองค์ประกอบหลักรวมกับหินปูน (แคลเซียม) กรดน้ำดี(bile acids) ฟอสโฟไลปิด(phospholipids) และสารอื่ๆ เกิดจากมีสัดส่วนของโคเลสเตอรอลต่อกรดน้ำดีและฟอสโฟไลปิดสูงกว่าปกติ จึงตกตะกอนเป็นผลึกและกลายเป็นนิ่วในที่สุด การหลั่งโคเลสเตอรอลมาที่ถุงน้ำดีมากกว่าปกติ เช่น ในคนอ้วน ,ผู้ที่กินอาหารที่มีไขมันสูงหรือมีแคลอรีสูง,ผู้ที่ลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วภายในเวลาสั้นๆ,หรือมีการหลั่งกรดน้อยกว่าปกติ เช่น ผู้ที่กินยาเม็ดคุมกำเนิด ,ผู้ที่เป็นตับแข็ง ผู้ที่เป็นโรคลำไส้เล็กส่วนปลาย นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากปัจจัยเสริม เช่น ถุงน้ำดีมีการทำงานน้อยจึงเกิดการสะสมของผลึกนิ่ว เช่นผู้ที่อดอาหาร , หญิงตั้งครรภ์

ส่วนนิ่วชนิดเม็ดสี ซึ่งมีแคลเซียมบิลิรูบิเนต(calcium bilirubinate) เป็นองค์ประกอบสำคัญ เกิดจากมี unconjugated bilirubin ในน้ำดีสูงเกินไป จึงตกผลึกเป็นก้อนนิ่วชนิดเม็ดสี หรืออาจจับตัวกับผลึกโคเลสเตอรอลกลายเป็นนิ่วชนิดผสม นิ่วชนิดนี้พบมากในผู้ที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเรื้อรัง เช่น ทารัสซีเมีย ผู้ป่วยตับแข็งจากการดื่มเหล้า ผู้ที่ติดเชื้อของทางเดินน้ำดีเรื้อรัง หรือเป็นโรคพยาธิในทางเดินน้ำดี หรือพบในผู้สูงอายุ

ส่วนถุงน้ำดีอักเสบ มักเป็นโรคแทรกซ้อนของนิ่วน้ำดี มีการอุดกั้นของท่อน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีมีแรงดันเพิ่มขึ้นและมีการยืดตัว ทำให้เยื่อบุผนังของถุงน้ำดีขาดเลือด เป็นผลให้เกิดการอักเสบ การระคายเคืองของสารเคมีบางชนิด หรือเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้ออีดคไล, เชื้อเคลบซิลลา ,สเตรปโตค็อกคัง ,สเตรปฟีโลค็อกคัสเป็นต้น

อาการของ นิ่วในถุงน้ำดี

นิ่วน้ำดี ในรายที่ก้อนนิ่วเคลื่อนไปอุดในท่อน้ำดี (bile duct ) จะมีอาการปวดบิดรุนแรงเป็นพักๆตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา อาปวดร้าวมาที่ไหล่ขวา หรือบริเวณหลังตรงใต้สะบักขวา มักปวดนานเป็นชั่วโมงๆและมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย บางรายอาจปวดรุนแรงจนเหงื่ออก เป็นลม อาการปวดท้องมักเป็นกินอาหารมันๆหรือกินอาหารมื้อหนัก บางรายอาจมรอาการดีซ่าน (ตาเหลือง ) เกิดขึ้นตามหลังอาการปวดท้อง

ถุงน้ำดีอักเสบ ในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบของถุงน้ำดีเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา คลื่นไส้อาเจียน ในรายที่ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง อาจมีอาการปวดตรงใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา คลื่นไส้ อาเจียน เป็นๆหายเรื้อรัง คล้ายอาการของอาหารไม่ย่อย โดยมากจะมีอาการปวดบิดเป็นพักๆแบบเดียวกับอาการปวดนิ่วน้ำดี

สิ่งที่ตรวจพบ

นิ่วในถุงน้ำดี การตรวจร่างกาย มักไม่พบสิ่งผิดปกิ มักไม่มีไข้ อาจตรวจพบอาการกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณใต้ลิ่นปี่และใต้ชายโครงขวา บางรายอาจมีอาการตาเหลือง

ถุงน้ำดีอักเสบ การตรวจร่างกาย จพบอาการไข้ และกดเจ็บมากบรเวณกว้างที่ใต้ชายโครงขวา อาจมีอาการตาเหลืองร่วมด้วย

อาการแทรกซ้อน

นิ่วในถุงน้ำดี อาจทำให้เกิดถุงน้ำดีอักเสบ , ท่อน้ำดีอักเสบ , ตับอ่อนอักเสบ

ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน อาจทำให้เกิดภาวะหนองงในถุงน้ำดี (Empyema of gallbladder), ถุงน้ำดีเป็นเรื้อตายเน่า (Gangrene of gallbladder ), ถุงน้ำดีทะลุ, เยื่อบุช่องท้องอักสบ, ท่อน้ำดีอักเสบ

นิ่วในถุงน้ำดี

ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้เกิดนิ่วในท่อน้ำดี ตับอ่อนอักเสบ และอาจทำให้เป็นมะเร็งของถุงน้ำดี

การป้องกัน

1. รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินหรือเป็นโรคอ้วน
2. ถ้าต้องลดน้ำหนักตัวควรปรึกษาแพทย์เพื่อแนะนำวิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ไม่ลดเร็วเกินไป
3. ลดอาหารที่มีไขมันและโคเลสเตอรอลสูง

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง