Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > โรคตับแข็ง สาเหตุ อาการและการป้องกัน (Cirrhosis)

โรคตับแข็ง สาเหตุ อาการและการป้องกัน (Cirrhosis)

จำนวนคนดู 894 คน | เผยแพร่เมื่อ 13 พ.ค. 2558 เวลา 14:43 น.

โรคตับแข็ง เป็นโรคตับเรื้อรังที่เซลส์ตับจำนวนมากถูกทำลายอย่างถาวร
จนกลายเป้นเยื่อผังพืด (fibrotic tissue) ตับไม่อาจทำหน้าที่ได้ปกติ ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนเอสโตนเจนที่ร่างกายสร้างตามธรรมชาติ (เป็นเหตุทำให้มีอาการฝ่ามือแดง จุดแดงรูปแมงมุม นมโตและอัณฑะฝ่อในผู้ชาย) ,การคั่งของสารบิลิรูบิน , มีภาวะความดันในหลอดเลือดดำของตับสูง (ทำให้ท้องมาน หรือมีน้ำคั่งในช่องท้อง)

อาการแรกเริ่ม มักเกิดในช่วงอายุระหว่าง 40-60 ปี แต่ถ้าพบในคนอายุน้อย อาจเกิดจากโรคตับอักเสบจากไวรัสชนิดรุนแรง หรือเกิดจากการใช้ยาผิด หรือสารเคมีบางชนิด

โรคตับแข็ง



สาเหตุของ โรคตับแข็ง

เซลล์ตับถูกทำลาย มักมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี การดื่มเหล้าจัด หรือ การใช้ยาเกินขนาด หรือสารเคมีบางชนิด เช่นสารโลหะหนัก

นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากภาวะขาดอาหารหรือ เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคทารัสซีเมีย ภาวะหัวใจวายเรื้อรัง , ภาวะทางเดินน้ำดีอุดกั้นเ เป็นต้น

อาการของ โรคตับแข็ง

ระยะแรกเริ่ม มีเพียงอาการท้องอืด ท้องเฟ้อคล้ายอาหารไม่ย่อย ต่อมาเป็นแรมปีอาจมีอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนเป้นบางครั้ง น้ำหนักลด เท้าบวม

อาจเจ็บบริเวณชายโครงขวาเล็กน้อย ตาเหลือง คันตามผิวหนัง ความรู้สึกทางเพศลดลง บางรายอาจสังเกตเห็นฝ่ามือแดงผิดปกติ หรือมีจุดแดงที่หน้าอก หน้าท้อง

ในหญิงอาจมีอาการประจำเดือนขาดหรือไม่มาสม่ำเสมอ มีหนวดขึ้น หรือมีเสียงแหบห้าวคล้ายผู้ชาย

ในผู้ชายอาจรู้สึกนมโตและเจ็บ อัณพะฝ่อ หรือมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ในระยะท้ายของโรค จะมีอาการท้องมาน เท้าบวม หลอดเลือดขอดที่ขา หลอดเลือดพองที่หน้าท้อง อาจอาเจียนเป็นเลือดสดๆ เนื่องจากหลอดเลือดขอดที่หลอดอาหารแล้วแตก ซึ่งอาจถึงช็อกและตายได้ ผู้ป่วยมักลงเอยด้วยอาการซึม เพ้อ มือสั่นและค่อยๆไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งหมดสติ

สิ่งที่ตรวจพบ

ฝ่ามือแดง , มีจุดแดงรูปแมงมุมที่หน้าอก จมูก ต้นแขน , เท้าบวม , ท้องบวม อาจมีอาการตาเหลืองเล็กน้อยหรือไม่มีก้ได้ อาจมีไข้ต่ำๆต่อมน้ำลายข้างหู อาจโตคล้ายคางทูม และอาจมีอาการขนร่วง ตับอาจคลำได้ มีลักษณะค่อนข้างแข็ง ผิวเรียบมาก หลอดเลือดพองที่หน้าท้อง มือสั่น ม้ามโต นิ้วปุ้ม มีจุดแดงจ้ำเขียวตามผิวหนัง

อาการแทรกซ้อน

ภูมิคุ้มกันโรคลดลงทำให้เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดบวม ถ้าเป็นเรื้อรัง จะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด เนื่องจากหลอดเลือดขอดที่หลอดอาหาร (esophageal varices)แลัวแตก ซึ่งอาจถึงช็อกและตายได้

ในระยะสุดท้ายเมื่อตับทำงานไม่ได้ (ตับวาย)ก็จะเกิดอาการทางสมอง(hepatic encephalopathy)ในที่สึชุดมีอาการหมดสติเรีกว่า ภาวะหมดสติจากตับวาย (hepatic coma)

ข้อแนะนำ

1. โรคนี้ไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะเซลล์ตับที่ถูกทำลายไปแล้วมิอาจหาทางเยียวยาให้ฟื้นตัวได้

อาการจึงมีแต่ทรงกับทรุด ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวดังนี้

a. ติดต่อกษากับแพทย์คนใดคนหนึ่งเป็นประจำ อาจต้องตรวจเลือด ดูการเปลี่ยนแปลงของโรคเป็นระยะๆ
b. ห้าม ดื่มเหล้าโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันให้เซลล์ตับส่วนที่ยังดีอยู่ถูกทำลายมากขึ้น หากเป็นโรคตับแข็งในรัยะแรกเริ่ม ก็จะช่วยชีวิตอยู่ได้ยาวนาน
c. กิน อาหารพวกแป้งและของหวาน ผัก ผลไม้สด และอาหารพวสกโปรตีนเป็นประจำ (ยกเว้น ในระยะท้ายของโรค ที่เริ่มมีอาการทางสมองร่วมด้วย จำเป็นต้องลดอาหารพวกโปรตีนลง เพราะอาจสลายตัวเป็นสราแอมโมเนียที่มีผลต่อสมอง)
d. ถ้ามีอาการบวมหรือท้อมาน ควรงดอาหารเค็ม และห้ามดื่มน้ำเกินวันละ 2 ขวดกลม
e. อย่าวื้อยากินเอง เพราะยามีพิษต่อตับ มากขึ้น

2.ผู้ป่วยตับแข็งที่ตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซี ควรตรวจเลือดหา สารแอลฟาฟีโตโปรตีน

(alpha-fetoprotein) ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจกรองหาโรคมะเร็งตับระยะแรกเริ่ม เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้สูง

3.โรคนี้ถ้าเป็นระยะแรกเริ่ม และปฏิบัติตัวได้เหมาะสม จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานเกิน 5-10 ปีขึ้นไป

แต่ถ้าปล่อยให้มีภาวะแทรกซ้อนชัดเจน เช่น ดีซ่าน ท้องมาน อาเจียนเป็นเลือด ก็อาจอยู่ได้ 2-5 ปี

4.ในปัจจุบัน แพทย์อาจพิจารณาทำการปลูกถ่ายตับในผู้ป่วยตับแข็งบางราย ซึ่งช่วยให้สามารถมีชีวิตยื

ยาว แต่ยังเป็นวิธีการรักษาที่ยุ่งยาก ราคาแพง และหาตับที่ผุ้บริจาคซึ่งเข้ากับเนื้อเยื่อของผู้ป่วยได้ค่อนข้างยาก

การป้องกัน โรคตับแข็ง

1.        ไม่ดื่มเหล้าในปริมาณมาก และถ้าตรวจพบว่าเป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ควรงดดื่ม

2.        ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบจากไวรัสบี ตั้งแต่แรกเกิด

3.        ระมัดระวังในการใช้ยาที่อาจมีพิษต่อตับ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง