Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

จำนวนคนดู 807 คน | เผยแพร่เมื่อ 13 พ.ค. 2558 เวลา 14:35 น.

ไส้ติ่งอักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องรุนแรงที่ต้องผ่าตัด หากพบมีอาการปวดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวา ควรนึกถึงโรคนี้ไว้ก่อนเสมอ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย พบมากอายุ 10-30 ปี
สาเหตุ

เกิดจากมีเศษอุจจาระแข็งๆซึ่งเรียกกว่า นิ่วอุจจาระชิ้นเล็กๆ( fecalith ) ตกลงไปอุดกั้นอยู่ภายในรูของไส้ติ่ง เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย มีการอักเสบรุนแรงตามมา และในที่สุดเนื้อไส้ติ่งเกิดการเน่าตายและแตกทะลุได้

ไส้ติ่งอักเสบ



อาการ

มักมีอาการปวดท้องมาก แรกเริ่มอาจปวดเป็นพักๆรอบสะดือคล้ายโรคกระเพาะหรือท้องเดิน อาจจะเข้าส้วมบ่อยแต่ถ่ายไม่ออก อาการปวดถึงแม้จะกินยาแก้ปวดก็ไม่หาย  ต่อมา3-4 ชั่วโมง อาการปวดจะย้ายมาที่ท้องน้อยข้างขวา ลักษณะปวดเสียดตลอดเวลา เคลื่อนไหวตัวจะทำให้ปวดมาก ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและมีไข้ต่ำๆ บางรายถ้าเป็นมากต้องนอนตะแคงไปข้างหนึ่ง หรือเวลาเดินต้องเดินตัวงอจึงจะรู้สึกสบายขึ้น อาการจะเป็นอยู่นานเป็นหลายชั่วโมงถึงหลายวัน

บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อยข้างขวา โดยไม่มีอาการอื่นนำมาก่อน

ในเด็กลักษณะอาการจะไม่แน่นอนหรือชัดเจนแบบผู้ใหญ่ เช่น อาการเจ็บทั่วท้อง(ไม่จำกัดอยู่ตรงเฉพาะท้องน้อยข้างขวา) อาจมีไข้และปวดท้องโดยไม่มีอาการกดเจ็บชัดเจน

สิ่งตรวจพบ

ไข้ต่ำๆ(37.5-38 ซ. มักไมเกิน 38.5 ซ.)แต่บางรายอาจไม่มีไข้

ที่สำคัญ คือการตรวจพบอาการกดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวา ตรงจุดไส้ติ่งหรือจุดแม็กเบอร์เนย์  ถ้าใช้มือค่อยๆกดตรงบริเวณนั้นลึกๆแล้วปล่อยมือให้ผนังหน้าท้องกระเด้งกลับทันที ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บมาก เรียกว่า อาการกดปล่อยแล้วเจ็บ(rebound tenderess)

ถ้าไส้ติ่งแตก จะมีอาการปวดเจ็บทั่วบริเวณท้องน้อย ท้องแข็ง อาจคลำได้ก้อน และไข้สูง

อาการแทรกซ้อน

ถ้าไม่ได้รับการรักษา ไส้ติ่งกลายเป็นเนื้อเน่าจนแตกลุกลามไปทั่วท้องกลายเป็นเยื่อบุช่องท้องอักเสบเป็นอันตายถึชีวิตได้

ข้อแนะนำ

1. ไส้ติ่งอักเสบ  ถือเป็นภาวะร้ายที่ต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดฉุกเฉิน  การรักษาทางยาไม่ว่าปล่อยไว

จนไส้ติ่งแตก  ก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการรักษา  เสียเงิน  เสียเวลาอยู่โรงพยาบาลและเสื่ยงอันตรายมากขึ้น

2. อาการปวดท้องน้อยข้างขวา  นอกจากไส้ติ่งอักเสบแบ้ว  ยังอาจมีสาเหตุ อื่น ๆ เช่น นิ่วในท่อไต,  ปีก

มดลูกอักเสบ,  ปวดประจำเดือน, ครรภ์นอกมดลูก  เป็นต้น

3. ผู้ป่วยโรคนี้อาจมีอาการต่าง ๆ กันไปได้หลายแบบ มากกกว่าครึ่งหนึ่งที่อาจไม่มีอาการปวดท้องรอบ ๆ

สะดือนำมาก่อน  บางรายอาจ มีอาการปวดท้องร่วมกับท้องผูกหรือท้องเดินก็ได้

ถ้ารู้สึกปวดท้องอยากถ่ายบ่อย ๆ แต่ถ่ายไม่ออกอย่านึกว่าว่าเป็นอาการท้องผูกธรรมดา  และห้ามทำส่วน

อุจจาระหรอไห้ยาระบาย  เพาะอาจทำให้ไส้ติ่งแตกได้        บางรายในระยะแรกอาจมีอาการปวดตรงใต้ลิ้นปี่หรือรอบ ๆ สะดือล้ายอาการของโรคกระเพาะ  จึงควรเผฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด  หากกินยาแก้โรคกระเพาะแล้วไม่ทุเลา  กลับปวดรุนแรงขึ้น  หรือย้ายมาปวดตรงท้องน้อยข้างขวา  ก็ควรนึกถึงไส้ติ่งอักเสบ

4. ผู้ป่วยไส้ติ่งอักเสบ  มักมีไข้ต่ำ ๆ หรือไม่มีไข้  จากสาเหตุอื่น ๆ เช่น  ไทฟอยด์,  ปีกมดลูกอักเสบ,  กรวยไตอักเสบ

5. วิธีตรวจดุอาการไส้ติ่งอักเสบอย่างง่าย ๆ ก็คือ  การใช้นิ้วมือกดเบา ๆ ตรงท้องน้อยข้างขวา  ถ้าพบว่ามีไส้

ติ่งอักเสบ  ดังนั้น  ควรใช้วิธีนี้ตรวจดูผู้ที่มีอาการปวดท้องหรือท้องเดินทุกราย

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง