Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ไขมัน มีผลดีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร

ไขมัน มีผลดีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร

จำนวนคนดู 579 คน | เผยแพร่เมื่อ 23 พ.ค. 2558 เวลา 15:52 น.

ไขมัน มีผลต่อสุขภาพอย่างมาก ตามข้อเท็จจริงแล้ว สถาบันโรคหัวใจของอเมริกาแนะนำให้บริโภคไขมัน 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานอาหาร แต่ไขมันมีหลายรูปแบบ หลายประเภท หลายแหล่งที่มา แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าไขมันแบบไหนดีต่อสุขภาพ

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า ไขมันมีทั้งคอเสลเตอรอล LDL และ HDL

LDL Cholesterol เป็นไขมันตัวร้าย ส่วน HDL Cholesterol เป็นไขมันตัวดี แบ่งตามคุณสมบัติทางเคมี คือ แบ่งตามจำนวนไฮโดรเจนในโมเลกุล แบ่งได้ 2 ชนิด คือ กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acid) และกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid)

กรดไขมันอื่มตัว หมายถึงกรดไขมันที่คาร์บอนในโมเลกุลมีไฮโดรเจนจับเกาะอยู่เต็มที่แล้ว ไม่สามารถจะรับไฮโดรเจนเข้าไปในโมเลกุลได้อีก กรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นไขมันที่ได้จากสัตว์ ไม่เหม็นหืนง่าย มีมากในน้ำมันหมู น้ำมันไก่ น้ำมันวัว น้ำมันแกะ เป็นต้น เป็นกรดไขมันที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง จึงไม่มีความจำเป็นต้องกินเพิ่ม

กรดไขมันไม่อิ่มตัว หมายถึงกรดไขมันที่คาร์บอนในโมเลกุลมีไฮโดรเจนจับเกาะไม่เต็มที่ สามารถรับไฮโดรเจนเข้าไปในโมเลกุลได้อีก กรดไขมันดังกล่าว เช่น กรดโอเลอิค ไลโนเลอิค และอราคิโดนิค ซึ่งไขมันที่มีกรดไขมัน ไม่อิ่มตัวอยู่มาก ได้แก่ น้ำมันพืชชนิดต่าง ๆ โดยสังเกตได้ว่าการมีลักษณะเป็นของเหลวเมื่ออยู่ที่อุณหภูมิห้อง

ชายผู้มีร่างกายที่อุดมไปด้วยไขมัน



กรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไม่อิ่มตัว แบ่งย่อยออกไปได้อีก 2 ชนิด คือ Mono และ Poly

Monounsaturated Fat คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว ในด้านสุขภาพ กรดไขมันไม่อิ่มตัวนี้มีคุณสมบัติในการลดระดับของคอเลสเตอรอลทั้งหมด (Total Cholesterol) และ LDL Cholesterol แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง HDL Cholesterol

Polyunsaturated Fat คือกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง มีข้อสรุปทางวิชาการว่า สามารถลดระดับของคอเลสเตอรอลทั้งหมด ลด LDL และลด HDL ด้วย แต่ HDL เป็นคอเลสเตอรอที่มีประโยชน์ หาก HDL ต่ำลง เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ ส่วนใหญ่เรารู้จักกันในรูปแบบโอเมกา-3 (Omega - 3) และโอเมกา-6 (Omega - 6) ซึ่งเป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกาย และร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นมาเองได้ ประโยชน์ของไขมันประเภทนี้คือลดคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจ

นอกจากนี้ไขมันยังช่วยให้อาหารมีรสชาติอร่อยและน่ากินขึ้น แต่การนำน้ำมันหรือไขมันมาประกอบอาหารนั้น สิ่งที่เราควรรู้คืออุณหภูมิที่จะทำให้ไขมันเป็นควันหรือจุดเดือดของน้ำมัน (Smoke Point) ไขมันประเภท Polyunsaturated หลายชนิด เช่น พวกถั่วและธัญพืชจะสลายตัวง่ายที่อุณหภูมิระดับหนึ่ง และถูกทำลายโดยแสงและความร้อนในขณะที่น้ำมันอีกหลายตัวยังคงสภาพได้ ดังนั้นเราควรรู้จักประเภทของไขมันและน้ำมันด้วย

น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันที่รู้จักกันดีและใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอาหารฝรั่ง เช่นอาหารอิตาเลียนจะใช้น้ำมันมะกอกกันมาก ประกอบด้วย Monosaturated Fat มากถึง 76 เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาพบว่าน้ำมันมะกอก ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ ทนความร้อนได้ดี จึงเหมาะสำหรับนำมาผัด แต่ไม่เหมาะสำหรับทอด เพราะการทอดใช้อุณหภูมิสูงกว่าการผัดมาก

น้ำมันจากถั่ว น้ำมันจากถั่วส่วนใหญ่เป็น Polyunsaturated Fat วอลนัตและน้ำมันอัลมอนต์ ช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL และเพิ่มคอเลสเตอรอล HDL

น้ำมันจากธัญพืช เช่น น้ำมันจากเมล็ดงา ซึ่งมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์นิยมใช้มากในอาหารจีนและญี่ปุ่น ประกอบด้วยอัตราส่วนของ Monounsaturated และ Polyunsaturated Fat อย่างละครึ่ง จากการวิจัยพบว่าน้ำมันงาช่วยรักษามะเร็ง และทำให้การทำงานของหัวใจดีขึ้น นอกจากนี้ยังค้นพบว่าในน้ำมันจากเมล็ดฟักทองซึ่งเต็มไปด้วย Polyunsaturated นั้น ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วย

น้ำมันที่ทนความร้อนสูง สำหรับการปรุงอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงเช่น การทอด ลองใช้น้ำมันจากเมล็ดองุ่นหรือน้ำมันรำข้าว ซึ่งน้ำมันสองชนิดนี้สามารถทนความร้อนได้สูง และไม่ทำให้อาหารดูดซับน้ำมันมาก อาหารจึงไม่ชุ่มไปด้วยน้ำมัน จึงลดปริมาณแคลอรีได้บ้าง อีกทั้งน้ำมันจากเมล็ดองุ่นมีวิตามินอีสูงและไขมันอิ่มตัวต่ำ

สำหรับการเลือกซื้อไขมันมาประกอบอาหารให้ตรวจสอบดูจากฉลาก และเลือกไขมันหรือน้ำมันประเภท Mono หรือ Polyunsaturated Fat เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ และดูจุดเดือดของน้ำมันด้วย เพื่อให้เลือกน้ำมันมาประกอบอาหารได้อย่างเหมาะสมและไม่เกิดโทษแก่ร่างกาย



น้ำมัน

Mono Saturated
(%)


Poly Saturated
(%)


Saturated
(%)


Smoke Point (°F)



น้ำมันถั่วอัลมอนต์

65


28


7


495



น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์

14


79


7


225



น้ำมันเมล็ดองุ่น

15


75


10


485



น้ำมันมะกอก

76


10


14


325



น้ำมันเมล็ดฟักทอง

36


43


21


250



น้ำมันรำข้าว

47


33


20


490



น้ำมันงา

41


41


18


410



น้ำมันถั่ววอลนัต

28


56


16


250w



ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง