Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > อาหารเสริม ประเภทของอาหารเสริมและประโยชน์ต่อร่างการที่แตกต่างกัน

อาหารเสริม ประเภทของอาหารเสริมและประโยชน์ต่อร่างการที่แตกต่างกัน

จำนวนคนดู 1000 คน | เผยแพร่เมื่อ 28 พ.ค. 2558 เวลา 18:20 น.

อาหารเสริม แต่ละประเภท มีฉลากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโดยทั่วไป จะระบุส่วนประกอบและวิธีการใช้หรือแม้แต่ประโยชน์ของการใช้อาหารเสริมประเภทนั้น ๆ แต่ในอาหารเสริมหลายชนิดก็ไม่ได้บอกถึงข้อห้าม อันตราย หรือผลข้างเคียงของการใช้

อาหารเสริมแต่ละประเภทก็แตกต่างกันออกไป และการที่ร่างกายจะดูดซึมและนำไปใช้ก็แตกต่างกันด้วย ตัวอย่างเช่น วิตามินที่ละลายไขมัน คือ วิตามินเอ ดี อี และ เค ต้องการอาหารประเภทไขมันเพื่อช่วยในการดูดซึม จึงควรกินอาหารเสริมเหล่านี้ร่วมกับอาหารมื้อหลัก หรือธาตุเหล็กควรกินกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และกินอาหารเสริมประเภทเหล็กในปริมาณน้อย จึงจะสามารถดูดซึมได้ดีกว่ากินครั้งละมาก ๆ ส่วนแคลเซียมจะถูกดูดซึมได้ดีเมื่อกินหลังอาหารร่วมกันกับอาหารเสริมแมกนีเซียมเพื่อช่วยให้กระดูดแข็งแรง

อาหารเสริม



อาหารเสริมบางชนิดมีทั้งที่กินด้วยกันแล้วดี บางชนิดก็ทำให้ประโยชน์ของอีกชนิดหนึ่งลดลง ดังนั้น ก่อนกินอาหารเสริมควรศึกษาถึงข้อบ่งใช้โดยละเอียด

ปริมาณการใช้

การใช้อาหารเสริมโดยทั่วไปแล้วค่อนข้างปลอดภัยเมื่อบริโภคตามที่ฉลากกำหนด เพราะได้รับการทดสอบมาแล้ว แต่ที่สำคัญเรามักเข้าใจว่าหากกินอาหารเสริมมากขึ้จะทำให้ได้รับประโยชน์มากขึ้นด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเลย ดีไม่ดีอาจเกิดโทษเสียด้วยซ้ำ เช่น วิตามิน หากได้รับมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการท้องเสีย เวียนศีรษะ หรือเซเลเนียมที่แนะนำให้ใช้สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง หากได้รับในปริมาณมากเกินไปจะทำให้อาเจียนและผมร่วง

จงจำไว้เสมอว่า “อาหารเสริมเป็นสิ่งที่ดี แต่มันจะไม่ดีเมื่อกินมากเกินไป”

วิตามินและเกลือแร่

โดยส่วนใหญ่แล้ววิตามินและเกลือแร่มีความปลอดภัยในการใช้ แม้จะกินเกินขนาดที่ะรบุไว้บนฉลาก แต่อย่างไรก็ตาม วิตามินที่ละลายในไขมันก็จะเกิดการสะสมภายในร่างกายได้ ไม่เหมือนวิตามินจำพวกที่ละลายในน้ำ ซึ่งจะถูกขับออกจากร่างกายได้ง่ายกว่า เพราะการกินวิตามินเอ ดี อี และเค ในปริมาณสูงและติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ อาจเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ และวิตามินดี

เกลือแร่บางชนิดก็เช่นกัน หากกินในปริมาณมากและเป็นเวลานานจะขัดขวางการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่ชนิดอื่น ตัวอย่างเช่น สังกะสี ถ้าได้รับมากเกินไปจะขัดขวางการทำงานของทองแดง ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ อีกตัวอย่างคือเหล็ก หากได้รับมาก ๆ จะก่อให้เกิดโรคหัวใจและความันโลหิตสูงด้วย

อาหารเสริมสมุนไพร

ในปัจจุบันมีการวิจัยเรื่องของสมุนไพรแทนยากับการรักษาโรค พบว่าสมุนไพรสามารถใช้รักษาโรคได้และปลอดภัยกว่ายาบางชนิด แต่กระนั้นก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้สมุนไพรบางชนิด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากร่างกายเกิดอาการแพ้สมุนไพร ทำให้เกิดผื่นคัน ท้องเสีย ท้องผูก คลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรือแม้แต่บางคนที่มีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นช็อกหมดสติได้ ดังนั้น เมื่อจะใช้อาหารเสริมในรูปของสมุนไพรควรดูแหล่งที่มา วัดเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ ศึกษาผลข้างเคียงการใช้สมุนไพร ข้อควรระวัง และปริมาณในการกิน

นอกจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว การดูว่าสมุนไพรนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ ให้สังเกตว่าสมุนไพรชนิดนั้นได้ผ่านการทดลองมาแล้วหรือไม่ และอย่าเชื่อคำโฆษณาบนฉลากมากเกินไป เช่น สินค้าบางชนิดระบุว่าผลิตจากธรรมาชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใส่สารสังเคราะห์ แต่อย่าลืมว่าเห็ดพิษ เห็ดเมา ก็เป็นสารจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นกัน แต่เป็นพิษ เพราะฉะนั้นควรศึกษาให้ละเอียดก่อนใช้สมุนไพร โดยถามแพทย์หรือตรวจดูข้อมูลจากเว็บไซต์ของกระทรวง สาธารณสุขหรือองค์การเภสัชกรรม ซึ่งการพิจารณาแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตนั้นต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้นดังนี้

เว็บไซต์นั้นเป็นของใคร เช่น ของรัฐบาล ของมหาวิทยาลัย ของบริษัทยา หรือของบุคคลทั่วไป
จุดประสงค์ของเว็บไซต์ต้องการให้ความรู้ ให้ความรู้และขายของ หรือขายของอย่างเดียว
ข้อมูลที่ได้มาจากไหน มีการรับรองหรือไม่
เว็บไซต์มีการพัฒนาข้อมูลบ้างหรือเปล่า เพราะข้อมูลทางการแพทย์อาหารและยา มีการคิดค้นขึ้นมาใหม่ ๆ ตลอด บางข้อมูลที่เป็นจริงเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปได้
ดูว่าเว็บไซต์นี้เชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลอื่นอะไรบ้าง เพื่อดูความน่าเชื่อถือต่อไป แหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งข้อมูลจากรัฐบาลหรือองค์กรของรัฐและมหาวิทยาลัย

ฉลากแบบนี้...ไม่น่าเชื่อถือ

7 ลักษณะต่อไปนี้เป็นลักษณะของฉลากอาหารเสริมที่คุณไม่ควรเชื่อถือ และควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

1.ฉลากอาหารเสริมที่ระบุว่าจะช่วยรักษาอาการต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เช่น อาหารเสริมลดความอ้วนบางชนิดบอกว่าสามารถลดน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัม ภายใน 3 วัน หรือ 5 กิโลกรัมภายใน 2 วัน ส่วนที่ลดไปคือน้ำและไม่ถึง 5 กิโลกรัม เนื่องจากอาหารเสริมประเภทนี้ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมาก จึงทำให้ดูเหมือนน้ำหนักลดลง แต่หลังจากนั้นน้ำหนักจะกลับมาเหมือนเดิม หรืออาหารเสริมบางชนิดที่อ้างว่าทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงได้ 10 ปีภายใน 1 เดือน แค่ลองคิดถึงหลักความเป็นจริงก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

1. ไม่บ่งบอกอันตรายของการใช้หรือข้อจำกัด ถือว่าเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงที่ผู้บริโภคควรจะรู้

2. ข้อความที่เขียนระบุสรรพคุณที่ดีเกินกว่าเป็นไปได้ เช่น อาหารเสริม ที่ระบุว่าช่วยเพิ่มความจำจากคนอายุ 50 ปีขึ้นไปให้จำได้ดีเหมือนคนอายุ 20 ปี ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้

3. ไม่บอกแหล่งที่มา

4. ไม่มีการศึกษาทดลองหรือวิจัย ซึ่งหมายถึงบริษัทผู้ผลิตอาการเสริมนั้น ยังไม่รู้ว่าอาหารเสริมของตนมีคุณสมบัติอย่างไร ดีหรือไม่ดี เพราะบริษัทอาหารเสริมที่น่าเชื่อถือย่อมต้องมีการวิจัยผลิตภัณฑ์ของตน

5. อาหารเสริมนั้นไม่ผ่านองค์การอาหารและยา แสดงว่าขาดความน่าเชื่อถือมาก หรืออาจมีสารอันตรายผสมอยู่ และองค์การอาหารและยาไม่อนุญาตให้ผ่าน

6. มีข้อแนะนำว่าให้ซื้ออาหารเสริมนั้น

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง