Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > โรคมะเร็ง เป็นโรคของทั้งตัว ทั้งระบบ ทั้งร่างกาย

โรคมะเร็ง เป็นโรคของทั้งตัว ทั้งระบบ ทั้งร่างกาย

จำนวนคนดู 595 คน | เผยแพร่เมื่อ 28 พ.ค. 2558 เวลา 18:13 น.

โรคมะเร็ง เป็นโรคของทั้งตัว ทั้งระบบ ทั้งร่างกาย มาถึงตอนนี้คงเข้าใจแล้วว่าคนใดที่เป็นมะเร็ง นั่นแสดงว่าเกิดความล้มเหลวภายในร่างกาย เป็นความล้มเหลวของระบบภูมิต้านทานทั้งระบบ ไม่เพราะการแต่งงาน การมีลูกทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก เพราะคนอื่นที่แต่งงานเหมือนกัน คนที่มีลูกเท่ากัน ทำไมเขาไม่เป็นมะเร็งล่ะ บางคนเป็นมะเร็งหลังจากภรรยาที่เขารักตาย ความเครียดความเหงา ทำให้เขาเป็นมะเร็งตายตามไปภายใน 2 – 3 ปี หลังจากนั้น แต่ทำไมคนที่รักภรรยาเท่ากัน เครียดเหมือนกันแต่ไม่เป็นมะเร็งล่ะ คำตอบคือภูมิต้านทานของคนแต่ะลคนไม่เท่ากัน เนื่องจากวิธีการกินไม่เหมือนกัน วิถีชีวิตไม่เหมือนกัน การมองปัญหา มองโลกก็ไม่เหมือนกัน

จะว่าไปโอกาสเป็นมะเร็งของคนที่เครียดจัดจะมีมากกว่าคนที่อยู่สบาย ๆ อาจารย์วิสุดาเป็นอาจารย์สอนในหลายมหาวิทยาลัย เธอเป็นคนเก่ง จบมหาวิทยาลัยเมื่ออายุเพียง 19 ปี จบดอกเตอร์จากต่างประเทศ เมื่ออายุเพียง 23 ปี เธอเป็นคนเอาจริงเอาจังกับงานสอน แล้วเธอก็เป็นมะเร็งเต้านมเมื่ออายุ 42 ปี ผิดกับคุณวิภาดาผู้น้องที่เติบโตมาจากครอบครัวเดียวกัน แต่คุณวิภาดาเป็นคนเรียนไม่เก่งแต่วาดรูปเก่ง ปัจจุบันเธอเป็นจิตรกรมีชีวิตเรื่อย ๆ ง่าย ๆ อยู่ต่างจังหวัด แต่เธออยู่เป็นสุขสบายดี ปัจจุบันคุณวิภาดาอายุเกือลจะ 50 ปี แล้วแต่ยังแข็งแรง และไม่เป็นมะเร็ง

เบอร์นี ซีเกลกล่าวว่า ภรรยาหรือสามีที่คู่ของตัวเองป่วยและตายมักจะเกิดความเครียด และจะเกิดมะเร็งขึ้นภายในเวลา 2 ปี หลังจากนั้น เพราะความเครียดมีผลต่อเซลล์สมองและระบบประสาทให้หลั่งฮอร์โมนออกมาตัวหนึ่งทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง แม้ว่าเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความเรื้อรังของความเครียดยังมีอยู่ กว่าภูมิต้านทานจะฟื้นสภาพเดิมซีเกลบอกว่าบางครั้งนานถึง 1 – 2 ปี หลังจากนั้น ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่สามีหรือภรรยาจะกลายเป็นมะเร็งหลังจากที่คู่ของตนเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 2 ปี ซึ่งตรงกับกรณีของ
คุณสุพร สามีของคุณสุพรติดเหล้าและมักจะเมาอาละวาด ทำให้คุณสุพรกลุ้มใจมาก สามีเธอทำให้เธอทุกข์ใจอยู่กว่า 3 ปี หลังจากนั้นโรคพิษสุราเรื้อรังก็คร่าชีวิตเขาไป หลังจากสามีตายได้ปีกว่า ๆ คุณสุพรก็เป็นมะเร็งเต้านม

คุณสุพรถามว่าเธอสบายใจขึ้น และหายเครียดจากสามีไปตั้งนานแล้วแต่ทำไมถึงเป็นมะเร็งล่ะ คำตอบก็คืออาการเครียดเรื้อรังมันส่งผลไปยาวไกล ในขณะเครียดฮอร์โมนอะดรีนาลินหลั่งออกมามาก ทำให้เมตาโบลิสมในร่างกายของเราสูงกกว่าปกติ ปฏิกิริยาเช่นนี้เอง ที่ทำให้ร่างกายของเราผลิตอนุมูลอิสระออกมามากกว่าปกติ พึงตระหนักไว้ว่า เมื่อใดที่เกิดอาการเครียดเรายิ่งต้องได้สารต้านอนุมูลอิสระเข้าไปมาก ๆ นั่นคือต้องได้วิตามินเอ (เบต้าแคโรทีนป ซี อี และเซเลเนียม ซึ่งจะได้จากการกินผักสดและผลไม้สดมากกว่าวันละ 5 ส่วน กินข้าวกล้องเป็นประจำ

เราจึงจะได้เบต้าแคโรทีนจากผักใบเขียว ผลไม้สีเหลือง ส้ม ได้วิตามินซีจากความสดของผักและผลไม้ ได้วิตามินอี จากข้าวกล้องและได้เซเลเนียมจากผักจำพวกบร็อคโคลี ต้นหอม หอมหัวใหญ่ กระเทียม และมะเขือเทศ เป็นต้น

ผักสดและไม้สดที่นับเป็นส่วน ๆ นันเรามีมาตรฐานการนับดังนี้คือ

- ผักสดชนิดต่างๆ 100 กรัม หรือ 1 จาน ที่มีขนาดเท่ากับผ่ามือ ของเราที่กางออกไปเต็มที่

- แอปเปิล 1 ลูก หรือผลไม้ลูกใหญ่ เช่น มะละกอ สับปะรดที่ปอกออกมามีปริมาณเท่ากับปอกแอปเปิล 1 ลูก

- น้ำผลไม้สดคั้น 200 ซีซี จะเป็นส้มคั้นไม่เติมน้ำตาลไม่เติมน้ำ หรอผลไม้ชนิดใดคั้นสด ๆ ไม่เติมน้ำ ซึ่งจะต้องคั้นจากเครื่องคั้นน้ำผลไม้ที่แยกกากแยกน้ำ (Juicer)

เพราะฉะนั้นถ้าเรากินผักสด 1 จาน กินแอปเปิล 1 ลูก กินสับปะรด 1 จาน กินน้ำส้มคั้น 1 แก้ว แปลว่าเราได้ผัดสดและผลไม้สด 4 ส่วน

คำถามที่จะต้องถามตัวเองเพื่อให้ได้คำตอบที่ว่า “ทำใมต้องเป็นฉัน” ข้อที่สี่คือ ที่ผ่านมาคุณเครียดหรือไม่ และเวลาที่เครียด ๆ เช่นนั้น คุณได้สารต้านอนุมูลอิสระมากพอไหม

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง