Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ธรรมชาติบำบัด ปัจจัยส่งเสริมให้เกิดมะเร็ง

ธรรมชาติบำบัด ปัจจัยส่งเสริมให้เกิดมะเร็ง

จำนวนคนดู 673 คน | เผยแพร่เมื่อ 28 พ.ค. 2558 เวลา 18:07 น.

ธรรมชาติบำบัดสรุปปัจจัยต่างๆ  ที่ทำให้เกิดมะเร็งตามผลงานวิจัยล่าสุดเอาไว้ว่า

1. เกิดจากอาหารการกิน เข่น กินอาหารไม่ถูกต้องเหมาะสม ไม่กินผัก ไม่กินข้าวกล้อง หรือได้รับสารอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าไปในร่างกายมากเกินไป ซึ่งอาจจะเป็นทั้งสารอาหารและสารเคมีอันเป็นต้นเหตุของมะเร็ง จากรายงานของสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติในปารีสถึงสาเหตุการเกิดมะเร็งทั่วโลกได้ผลสรุปที่น่าสนใจถึงอาหารการกินและพฤติกรรมของคนในแถบต่าง ๆ ดังตารางข้างใต้

อาหารการกินมีส่วนสำคัญยิ่งเช่นในเมืองหลินเสียง มณพลเหอหนานประเทศจีนมีอัตราการเกิดมะเร็งของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารสูงมาก งานวิจัยพบว่าคนในเมืองนี้นิยมกินชาร้อน ๆ และกินแตงดองเป็นอาหารหลัก นักวิทยาศาสตร์จึงตั้งข้อสังเกตว่าการกินเกลือที่เค็มเกินไปจะทำให้เป็นมะเร็ง เนื่องจากพบการเกิดมะเร็งในช่องปากและคอในญี่ปุ่นและฮ่องกงมากกว่าแถบอื่นของโลกกว่า 7 เท่า เพราะสองแห่งนิยมกินปลาเค็มมาก แถมในญี่ปุ่นยังพบว่ามีผู้เป็นมะเร็งของกระเพาะอาหารสูงที่สุดในโลก เพราะกินของหมักดองเป็นอาหารหลัก กินเค็มอีกนั่นแหละ อีกประการหนึ่งพบว่า มีแบคทีเรียตัวหนึ่งชื่อ H.Pyroli ทำให้เกิดอาการอักเสบของกระเพาะอาหารบ่อยมาก อาการอักเสบเรื้อรังจากแบคทีเรียตัวนี้เองที่พิสูจน์แล้วว่า เป็นสาเหตุที่สำคัญของมะเร็งในกระเพาะอาหาร

ธรรมชาติบำบัด



ตารางแสดงอัตราการเกิดมะเร็งสุงที่สุดและต่ำสุดในประเทศต่าง ๆ และสาเหตุของมะเร็ง





มะเร็ง


สูงสุดใน


ต่ำสุดใน


สาเหตุ



เต้านม
อเมริกา
โปแลนด์
การใช้ยาคุมกำเนิดอย่างแพร่หลาย รวมทั้งอาหารไขมันสูง แคลอรีสูง ความอ้วนทำให้หญิงอเมริกันเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุดในโลก ส่วนในโปแลนด์ผู้หญิงโตช้ากว่า มีประจำเดือนช้ากว่า มีการใช้ยาคุมกำเนิดน้อยกว่าจึงเป็นมะเร็งน้อย


ปอด
อเมริกา (ชาย)เชคโก (หญิง)
สวีเดน (ชาย)สเปน (หญิง)
คนอเมริกันสูบบุหรี่กันมาก ขนาดนายแบบโฆษณาบุหรี่ยี่ห้อดังก็เป็นมะเร็งปอดตายไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในขณะที่ชาวสวีเดนรณรงค์เลิกสูบบุหรี่มากว่า 20 ปีแล้ว ส่วนในเชคโกสโลวาเกียการสูบบุหรี่กลับเพิ่มความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในหมู่ผู้หญิง สำหรับสเปนผู้หญิงไม่นิยมสูบบุหรี่เลยจนกระทั่งทุกวันนี้


ลำไส้ใหญ่ทวารหนัก
อเมริกัน
กรีซ
มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมีส่วนสัมพันธ์กับการกินเนื้อสัตว์ปริมาณมากรวมทั้งกินไขมันสัตว์สูงมาก อันเป็นอาหารแบบอเมริกันขนาดแท้ ส่วนในแถบเมดิเตอ์เรเนียน เช่นในกรีซนิยมกินน้ำมันมะกอกเป็นหลักทำให้เกิดมะเร็งน้อยกว่ามาก


ต่อมลูกหมาก
อเมริกัน
ญี่ปุ่น
ผู้ทำการวิจัยสงสัยว่าในกรณีนี้อาจจะเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าอาจจะเป็นเพราะกินเนื้อสัตว์มากเกินไป ทำให้คนอเมริกันเป็นมากที่สุด ส่วนคนญี่ปุ่นกลับไม่ค่อยเป็น


กระเพาะอาหาร
ญี่ปุ่น
อเมริกัน (ชาย)แคนาดา (หญิง)
ญี่ปุ่นกินเกลือ กินอาหารเค็ม อาหารหมักดองกันมาก แถมยังมีอัตราการติดเชื้อแบคทีเรีย H.Pyroli ซึ่งเป็นแบคทีเรียในกระเพาะอาหารสูงมาก ส่วนในแถบอเมริกาเหนือนั้น ผู้คนนิยมกินผักสดและผลไม้สดมากกว่า จึงทำให้ไม่มีการติดเชื้อและเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารกันน้อย


ผิวหนัง
นอร์เวย์
ญี่ปุ่น
คนในแถบสแกนดิเนเวียผิวขาว ไม่มีเม็ดสีใต้ผิวหนังพอที่จะปกป้องอันตรายจากแสงอัลตราไวโอเลต ผิดกับคุณเอเชีย ซึ่งมีสีผิวที่มีเม็ดสีเมลานินใต้ผิวหนังเอาไว้กรองแสงแดดไม่ให้ทำอันตรายต่อผิวหนังมากเกินไป




ดร.แคทเทอรีน อี.โมทกี ยังสรุปเอาไว้ว่า ในทุกประเทศทั่วโลกชาติที่นิยมอาหารมันกว่าจะมีอัตราเกินของมะเร็งมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกินกรดไขมันอิ่มตัวมักจะก่อให้เกิดมะเร็งของลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม บ้างก็ว่าอาหารไขมันสูงทำให้เกิดมะเร็งมดลูก แต่การเกิดมะเร็งโดยทั่วไปดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการกินไขมันสูงสักเท่าไรนัก อาหารที่มีไขมันสูงมีจุดอ่อนเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือมักจะขาดการเส้นใยของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ขาดผักและผลไม้ ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง เช่น งานวิจัยในอาฟริกาที่สรุปว่า คนในทวีปนี้เป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ค่อนข้างน้อย เพราะอาหารประจำท้องถิ่นมีสารเส้นใยสูง นอกจากนี้คนที่กินไขมันมากก็จะได้รับแคลอรีสูง อ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมทำให้เกิดมะเร็งได้ง่ายกว่า สุดท้าย ดร.โวทกีสรุปไว้ว่า การกินไขมันแต่น้อยจะช่วยลดอัตราเกินของมะเร็งได้แน่ อย่างอาหารของคนอเมริกันเองนั่นแหละที่ทำให้คนอเมริกันเป็นมะเร็งมากที่สุดในโลกตามรายงานของสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติในปารีส

แอลกอฮอล์ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งในที่ต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่เฉพาะแต่ตับตามที่เราข้าใจกัน นักวิจัยพบว่าคนกินเหล้าเป็นมะเร็งในปาก คอ หลอดอาหาร กล่องเสียง ตับ และถ้าสูบบุหรี่ด้วย กินเหล้าด้วยก็จะยิ่งไปกันใหญ่ สำหรับผู้หญิงการดื่มจัดจะทำให้เป็นมะเร็งเต้านมได้ ทั้งนี้เพราะแอลกอฮอล์กระตุ้นการสร้างเอนไซม์ชนิดหนึ่งซี่งมันจะสร้างสารก่อมะเร็งในร่างกายของเราขึ้นมาก นอกจากนี้แอลกอฮล์ยังสามารถทำลายรหัสบนสายดีเอ็นเอโดยตรงทำให้เกิดเซลล์ยักษ์ที่แบ่งตัวไม่หยุด

สำหรับชาและกาแฟก็มีรายงานว่าทำให้เกิดมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่

ธรรมชาติบำบัดเน้นเรื่องการกินถูกต้องและเหมาะสมเป็นหลักเพราะการกินมีส่วนสำคัญในการเกิดโรคมะเร็ง “ใครกินอย่างไหนก็จะเป็นอย่างนั้น” หากกินปัจจัยที่เอื้อให้เกิดมะเร็งก็จะเป็นมะเร็ง เป็นการเน้นสาหตุภายในร่างกายว่าทำให้เป็นมะเร็งมากกว่าการโทษแต่สารก่อมะเร็งซึ่งเป็นสาเหตุภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว

2. การสัมผัสสารก่อมะเร็งโดยทางใดทางหนึ่ง

จากงานวิจัยในห้องทดลอง ยามากิวาและอิชิกาวาเป็นนักวิทยาศาสตร์กลุ่มแรก ๆ ที่รายงานว่าการเอาน้ำมันดินถูที่หูกระต่ายเป็นเวลานานถึง 9 เดือน ปรากฏว่ากระต่ายกลายเป็นมะเร็ง แต่ปรากฏการณ์ที่ยามากิวา และอิชิกาวาพบก่อนที่กระต่ายจะเป็นมะเร็งคือตับของกระต่ายถูกทำลายรวมทั้งไต ม้ามและต่อมน้ำเหลือง หลังจากนั้นเซลล์กระจายจึงแปรไปเป็นเซลล์มะเร็ง

งานวิจัยนี้เองที่ยืนยันว่าการเป็นมะเร็งหาได้เป็นโรคของเฉพาะอวัยวะ หากมีอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายเสียหายหลาย ๆ อวัยวะด้วยกัน และเป็นข้อยืนยันว่ามะเร็งเป็นโรคของทั้งร่างกาย

สำหรับสารก่อมะเร็งที่สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งของอวัยวะต่าง ๆ มีดังนี้ แต่อย่าลืมว่าเมื่อมะเร็งเกิดขึ้นได้ ผลกระทบของสารก่อมะเร็งได้ทำอันตรายอวัยวะสำคัญ ๆ ของเราไปหลายส่วนเช่นเดียวกับกระต่ายของยามากิวาและอิชิกาวา

- การสูบบุหรี่จะเป็นมะเร็งช่องปาก ปอดและตับอ่อน

- การสูดเอาแร่ใยหินเข้าไปในปอดจะเป็นมะเร็งปอด เยื่อหุ้มปอดและมะเร็งของเยื่อบุช่องท้อง

- สัมผัสสารหนูทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังและปอด

- เบนซินทำให้เป็นมะเร็งของไขกระดูก

- กินหมากทำให้เป็นมะเร็งของช่องปาก

- ถูกแสงอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดนาน ๆ ทำให้เป็นมะเร็งริมฝีปากและมะเร็งผิวหนัง

- ไวรัสตับอักเสบบีทำให้เป็นมะเร็งตับ

- กินยาเฟนาซีตินทำให้เป็นมะเร็งของไตและช่องเชิงกราน

- ขัณฑสกรหรือไซคลาเมททำให้เกิดมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ

3. ภูมิต้านทานบกพร่อง หรือล้มเหลว ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวไม่สามารถกำจัดเซลล์แปลกปลอมทิ้งได้ทันก่อนที่มันจะเติบโตกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย ปกติเซลล์มะเร็งมีสารแอนติเจนที่ผิวของมันได้แก่ ที เอ เอ (Tumor associated antigen) และที เอส ที เอ (tumor specific transplantation antigen) ร่างกายคนปกติจะสร้างภูมิคุ้มกันที่จำลักษณะของแอนติเจนนี้ได้และกำจัดทิ้ง ในรายที่เป็นมะเร็งปรากฏว่ามีสารแอนติเจนดังกล่าวจริง แต่ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันต่อสารดังกล่าว ร่างกายจึงล้มเหลวในการกำจัดเซลล์มะเร็งทิ้ง

4. ความเครียด เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากเพราะความเครียด ทำให้อนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ทำให้ภูมิต้านทานภายในตัวลดลง

ส่วนใหญ่การเกิดมะเร็งไม่ได้เกิดขึ้นจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง หากมีหลาย ๆ สาเหตุและมักจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันเช่นเครียดด้วย ภูมิต้านทานลดด้วย ในขณะที่อาหารการกินมีไขมันล้นเกิน อย่างนี้เป็นต้น

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง