Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > ความเครียด ผู้ชายกับความเครียด

ความเครียด ผู้ชายกับความเครียด

จำนวนคนดู 786 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 15:30 น.

ความเครียด ก่อให้เกิดความพิการได้ในคนส่วนหนึ่ง เนื่องมาจากเส้นโลหิตในสมองแตก ทำให้เป็นอัมพฤษ์หรืออัมพาต ซึ่งทำให้เกิดได้ทั้วไปกับคนที่มีอายุมากว่า 18 ปี และส่วนใหญ่มักเกิดในผู้หญิงที่มีอัตราส่วนมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าตัวเลขการเกิดโรคเครียดหรือความกดดันนี้จะสูงขึ้นในผู้ชายด้วย โดยที่หนุ่มๆ ทั้งหลายมักไม่ยอมรับว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด เพราะคิดว่าเป็นลักษณะที่ไม่เข้มแข็งซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมากกว่าผู้ชายที่แท้จริงต้องไม่ถูกกดดันและต้องไม่รู้สึกถึงความตกต่ำ เพราะจริงๆ แล้วไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็มีสิทธิ์รู้สึกแบบนั้นได้เท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับภาวะที่ประสบ

ในสหรัฐอเมริกาได้มีการจัดตั้งสถาบันเพื่อรณรงค์การรับรู้ความกดดันของผู้ชาย เพื่อให้ผู้ชายมีสิทธิ์ระบายและแก้ไข หรือปรึกษาปัญหา ซึ่งความเชื่อเช่นนี้ได้มีการปลูกฝังกันมาเป็นระยะเวลาหลายยุดหลายสมัยว่า ผู้ชายต้องเข้มแข็งและแช็งแกร่ง แม้ว่าภายในจะอ่อนแออก็ต้องไม่แสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริงแต่ในปัจจุบันกลับถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดามากที่จะบอกถึงสิ่งที่คุณคิด ความรู้สึก ความกลัวต่อใครสักคน หรือหลายคนก็ตาม

ความลับของผู้ชาย

นักวิจัยทราบถึงความแตกต่างในการรับรู้ความกดดดัน ความเครียดของผู้ชายและผู้หญิง ในขณะที่ผู้หญิงดูเหมือนชอบพูดระบายความในใจเกี่ยวกับปัญหาและพยายามหาคำตอบ โดยถามผู้รู้อย่างไม่อาย แต่ผู้ชายมันจะไม่รับรู้ถึงสัญญานที่บ่องบอกว่าตัวเองกำลังกดดันหรือเครียด เช่น โกรธง่ายกว่าปกติ รู้สึกขุ่นเคือง นอนไม่หลับ ขาดความสนใจในงานและครอบครัว เบื่อชีวิตและสิ่งต่างๆรอบตัว ผู้ชายมักหลีกเลี่ยงการรักษาอย่างถูกวิธี แต่กลับรักษาตัวเองแบบผิดๆ เช่น การใช้ยา หมายถึงยาเสพติดที่มีฤทธิ์กล่อมประสาท ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีเพศสัมพันธ์ หรือพูดง่ายๆ ว่าชอบถึงหนทางสู่หายนะนั้นเอง และมีผู้ชายบางกลุ่มชอบซ่อนความรู้สึกหงุดหงิด ผิดหวัง ความโกรธ ในขณะที่อีกกลุ่มกลับมาลงกับงานหรือครอบครัวจะกลายเป็นโรคขึ้นมา และไม่ดีต่อสุขภาพจิตอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเกิดความผิดหวัง ท้อแท้ ผู้ชายมีอัตราการฆ่าตัวตายมากกว่าผู้หญิงถึง 4 เท่าทีเดียว

ผู้ชายมักไม่รับรู้ว่าความเครียด ความกดดันเป็นปัญหา หรือว่าเราต้องการความช่วยเหลือมากน้อยเพียงใด

ในปัจจุบันแพทย์นิยมสั่งยาให้คนไข้ที่มีความเครียด ความเครียด ซึ่งจะเหมือนกันทั้งชายและหญิง เช่น ซีโรโทนิน (Serotonin) และนอริพิเนพริน (Nore-pinephrine) ที่สามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบสมอง ที่รู้จักกันมาก คือ SSRI (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors) หรือในชื่อว่า Prozac, Zolott, Paxil และ Celaxa ซึ่งยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงที่ไม่พึ่งปราถนาซ่อนอยู่ด้วย

จากการศึกษาการใช้ยาดังกล่าวในคนไข้ผู้ชาย 1,370 คนพบว่า คนไข้ 80 เปอร์เซนต์บอกประสบการณ์ผลข้างเคียงที่พบคืออาการง่าวงเหงาหาวนอน รองลงมาคือรู้สึกเหนื่อยล้า ปวดหัว รู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอทั้งๆ ที่นอนมาตลอด มีอาการกระวนกระวาย คลื่นใ้ส้ รวมถึงระบบการย่อยอาหารผิดปกติ เกิดแก๊สในกระเพาะและลำใส้ จุดเสียดแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย และสิ่งที่แย่ที่ทำให้ผู้ชายยอมไม่ได้ คืออวัยวะเพศไม่ทำงานตามปกติ หลังจากผู้ชายกลุ่มที่ใช้ยาหยุดยา อาการกดดันหรือเครียดก็กลับมาอีกครั้ง และดูเหมือนว่าจะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งผู้ชาย 79 เปอร์เซนต์บอกว่าความเครียดกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่ไม่มีผลกับงาน ในขณะที่ 72 เปอร์เซนต์ระบุว่าความเครียดมีผลกระทบกับงาน แต่ไม่เกี่ยวกับครอบครัว

ความเครียดของผู้ชาย


ลดควาเครียดด้วยอาหารธรรมชาติ

ผู้ชายหลายคนหันมาหาวิธีรักษาตามธรรมชาติที่ปลอดภัยและได้ผลเพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้สมดุลทางเคมีในร่างกายเป็นปกติ ซึ่งแตกต่างจากยาทั้วไปที่จะช่วยลดความตึงเครียดอย่างเดียว โดยไม่สนใจองค์รวมของร่างกายทั้งหมด

SAME (S-adenosy Methionine) เป็นสารที่อยู่ทั่วร่างกาย มีผลต่อความเครียด ความกดดัน โดยเริ่มต้นทำงานหลังจากกินเข้าไป ซึ่งต่างจากยาทีแพทย์สั่งที่มักใช้เวลาเป็นสัปดาห์จึงจะเริ่มรับรู้ได้ถึงความแตกต่างและมีผลข้างเคียงน้อยมาก ทั้งยังช่วยรับส่งกระแสประสาทได้ดีขึ้น ทั้งตัวส่ง ตัวเซลส์ และตัวรับกระแสประสาท ปัจจุบันกรมการแพทย์ของอเมริกาได้ยอมรับการใช้ SAME ว่ามีผลดีและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าปกติ

ในกลุ่มของคนที่มีลักษณะประสาทผิดปกติ หรือเรียกว่าโรคประสาท ควรใช้ SAME เพียงอย่างเดียว และหยุดยาจำพวกระงับประสาทอื่นๆ เพราะยาจะมีผลข้างเคียงถึงกันและทำให้อาการหนักขึ้นได้ ปริมาณที่แนะนำให้ใช้คือ 400- 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน โดยกินร่วมกับวิตามินซี วิตามินบี 12 1,000 มิลลิกรัมวิตามินบีอีก 50 มิลลิกรัม และกรดโฟลิก 800 มิลลิกรัม

5-HTP (5-Hydroxy Tryptophan) เป็นสารจากธรรมชาติที่ได้จากกรดอะมิโนที่จำเป็น คือทริปโทโฟน (Tryptophan) ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นซีโรทีน (Serotonin) ในสมอง เมื่อปริมาณซีโรโทนินต่ำจะทำให้เกิดความเครียด ความกดดัน มีพฤติกรรมแปลกและอันตราย กังวล นอนไม่หลับ และต้องการอาหารประเภทคาร์โบไฮเดตรสูง

ในการศึกษาเกี่ยวกับ 5-HTP ที่สำคัญงานหนึ่งพบว่า 5-HTP มีคุณสมบัติเหมือนยา SSRI (Fluvoxamine) แต่ดูเหมือน 5-HTP จะปลอดภัยกว่า ทั้งยังสามารถช่วยบรรเทาอาการอื่นๆ ของร่างกายเนื่องจากปริมาณซีโรโทนินต่ำได้ เช่น นอนไม่หลับ เศร้า พฤติกรรมการกินที่มากกว่าปกติ อาการปวดกล้ามเนื้อ โดยใช้ในปริมาณ 100-300 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับวิตามินบี 6 ปริมาณ 50 มิลลิกรัม

St. John's Wort เป็นอาหารธรรมชาติส่วนหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการช่วยลดความตึงเครียดในปัจจุบัน โดยมีการศึกษาหลายการศึกษาพบว่า St. John's Wort ช่วยลอดอาการเครียด นอนไม่หลับ ไม่อยากอาหาร ท้อแท้ ได้ดี

หนึ่งในการทดลองได้เปรียบเทียบ St. John's Wort กับยาแก้เครียด Zoloft ปรากฏว่าคนใช้ชอบใช้ St. John's Wort คือกระตุ้นให้ร่างกายผลิตซีโรโทนิน, Serotonin, Dopamine และนอริพีเนพริน (Norepinephrine) ได้เป็นปกติ ซึ่งสารเหล่านี้มีผลต่อความเครียดทั้งสิ้น แต่ข้อควรระวังในการใช้ St. John's Wort คืออย่ากินร่วมกับยาคุมกำเนิดหรือยาที่มีผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย เพราะอาจะส่งผลกระทบต่อตับและระดับน้ำตาลในเลือด ปริมาณที่แนะนำให้ใช้ในแต่ละวันคือ 300 มิลลิกรัม

วิตามินบี 6 เพื่อใช้ในการผลิตนอริรีเนรีน, Dopamine และซีโรโทนินเพราะคนที่มีความเครียดจะมีระดับวิตามินบี 6 ในร่างกายต่ำ ซึ่งคนที่ได้รับวิตามินบี 6 เพียงพอจะมีอารมณ์ดี แนะนำให้ใช้ในปริมาณ 50 – 100 มิลลิกรัมต่อวัน

เทสโทสเตอโรน (Testosterone) เป็นฮอร์โมนเพศชายเพื่อตอบสนองการพัฒนาของเพศ ความแข็งแรง และลดอายุให้ดูอ่อนกว่าวัย เมื่ออายุ 70 ปีปริมาณเทสโทสเตอโรนจะลดลงเหลือแค่ 60 เปอร์เซนต์จากที่พบในวัยหนุ่มซึ่งก็เหมือนกับอาการวัยทองในผู้หญิง เรียกว่า "Andropause” หรืออาการวัยทองของผู้ชาย ทำให้เกิดการอ่อนแอ เครียด ปริมาณกล้ามเนื้อลดลง กระดูกผุง่าย สมรรถภาพทางเพศลดลง เบื่อหน่าย ขาดความสนใจ หงุดหงิด ความจำเสื่อม คิดช้า

นักวิจัยระบุว่าการทำให้เทสไทสเตอดรนในผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไปมีความสมดุลนั้นจะช่วยทำให้อามรมณ์ดีขึ้นและรักษาความเครียดได้ดี

DHEA (Dchydroepiandrosterone) ผลิตโดยท่อหน่วยไต ซึ่งเป็นฮอร์โมนหนึ่งของร่างกาย และได้รับการขนานนามว่าเป็นฮอร์โมนแม่ (Mother Hormone) เพราะเป็นฮอร์โมนที่มีมากในร่างกาย และเป็นตัวนำไปสู่ฮอร์โมนอื่นๆ เช่น เอสไตรเจน, เทสโทสเตอโรน, โปรเจสเตอโรน และ Corticuterone มักจะระบุกลุ่มผู้ใช้ในผู้ที่เริ่มมีอายุ เพื่อช่วยลดความชราและลดความเครียดได้ด้วย

ลักษณะแปลกของผู้ชายที่ชอบอยู่ภายใต้ความเครียด ความกดดัน อยู่เพียงคนเดียว โดยเก็บสะสมเอาไว้เองโดยไม่ยอมบอกหรือยอมรับเพื่อรับการรักษา จึงควรปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่เพื่อจะได้กลับมามีความสุขอีกครั้ง เพื่อครอบครัวและการงาน

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง