Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > เค็ม เค็ม เกินไปไม่ดี ทำไมต้องงดเค็มด้วย

เค็ม เค็ม เกินไปไม่ดี ทำไมต้องงดเค็มด้วย

จำนวนคนดู 222 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 11:50 น.

เค็ม เค็ม เกินไปไม่ดี ทำไมต้องงดเค็มด้วย ก่อนอื่นต้องรู้ว่าในร่างกายของเรามีเกลืออยู่ 2 ชนิดที่สำคัญ ๆ คือเกลือโซเดียม (Na) และกลือโปตัสเซียม (K) เกลือโปตัสเซียม มักจะอยู่ในเซลล์ เช่นอยู่ในเซลล์ตับ กล้ามเนื้อสมอง หัวใจ และเนื้อไต ส่วนเกลือโซเดียมมักจะอยู่นอกเซลล์ เช่นอยู่ในน้ำเหลือง เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน น้ำดี และในไทรอยด์ ในเวลากลางวันเกลือโซเดียมเข้าไปในเซลล์ซึ่งเป็นที่อยู่ของโปตัสเซียม เมื่อโซเดียมเข้าไปคลอไรด์ และน้ำจะตามเข้าไปในเซลล์ด้วย กระบวนการนี้จะทำให้เซลล์พองตัว ทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลีย เมื่อล้าและบวมน้ำ พอตกกลางคืนโซเดียม กลับออกมานอกเซลล์และถูกกำจัดออกไปทางปัสสาวะในตอนเช้า กระบวนการนี้จะทำให้เรารู้สึดสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นอันเป็นความรู้สึกคนปกติยามเข้า ถ้าการแลกเปลี่ยนและกำจัดทิ้งของเกลือในร่างกายเป็นไปตามนี้สุขภาพและแข็งแรง แต่ถ้าเกลือโซเดียมและโปตัสเซียมผิดสัดส่วนไปนั่นหมายถึงความไม่สบายของร่างกาย

ในเวลาที่เราป่วยไม่ว่าจะด้วยโรคเฉียบพลันเช่นไข้หวัด หกล้ม กระดูกหัก ไส้ติ่งอักเสบ หรือโรคเรื้อนเช่นโรคข้ออักเสบ หรือโรคมะเร็ง เกลือโซเดียมคลอไรด์ และน้ำจะเข้าไปในเซลล์ทำให้เซลล์บวม ซึ่งจะเกิดขึ้นในกรณีเดียวกับเมื่อร่างกายได้รับสารพิษ ติดเชื้อ หรือได้รับความกระทบกระแทกอย่างรุนแรง
ตารางปริมาณของเกลือโซเดียมและโปตัสเซียมต่อน้ำหนักเป็น กก.
ในคนอายุต่างกัน





อายุ


ปริมาณนอกเซลล์


ปริมาณในเซลล์




โซเดียม


คอลไรด์


น้ำ
%


โปตัสเซียม


ฟอสฟอรัส


ไขมัน
%



gm
meq
gm
meq
gm
meq
gm
meq


เด็กในครรภ์ 3 – 4 ด.

-


-


2.7


76


93


-


-


2.14


69


0.5



เด็กในครรภ์ 5 ด.

2.58


112


2.5


70


91


2.00


51


3.58


115


1.2



เด็กในครรภ์ 6 ด.

2.16


94


2.5


70


87


1.62


41


3.82


123


2.5



เด็กในครรภ์ 7 ด.

2.14


93


2.6


73


86


1.88


43


3.82


123


2.5



เด็กก่อนกำหนด 7 ด.

2.42


105


2.7


75


85


1.71


44


3.82


123


3.0



เด็กแรกเกิด

1.78


78


2.0


56


80


1.90


49


3.40


174


12.0



ผู้ใหญ่

1.09


48


1.56


42


72


2.65


68


11.6


374


18.0




โดยปกติเกลือโซเดียมและโปตัสเซียมจะมีปริมาณเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ตอนที่เด็กอยู่ในครรภ์เกลือโซเดียมในร่างกายจะมีมากกว่าเมื่อคลอด และเมื่อโตเต็มที่เกลือโซเดียมจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ส่วนเกลือโปตัสเซียมจะค่อยเพิ่มขึ้นตามอายุ ดังนั้นอัตราส่วนของเกลือโซเดียมต่อโปตัสเซียมในร่างกายของคนจะเปลี่ยนแปลงไป ตามอายุ ดร.รูดอล์ฟ เคลเลอร์เรียกเด็กว่าอยู่ในกลุ่มที่มีเกลือโซเดียมสูง และเรียกคนที่โตแล้วว่าอยู่ในกลุ่มที่มีเกลือโปตัสเซียมสูง จากตารางข้างบน

งดเค็ม


เมื่อเด็กปริมาณของเกลือโซเดียมจะสูงกว่า พอโตเต็มที่ร่างกายของเรามีเกลือโปตัสเซียมสูงกว่า แต่เมื่อเราแก่ตัวลงปรากฏการณ์นี้จะกลับคล้ายตอนเด็กอีกครั้งหนึ่ง กล่าวคือเกลือโซเดียมจะสูงขึ้นและโปตัสเซียมลดลง เช่นเดียวกับตอนที่เราป่วยดังได้กล่าวแล้วว่าจะเกิดปรากฏการณ์ของเกลือแร่ในตัวเปลี่ยนแปลงไปจากปกติคือโซเดียมสูงขึ้น และโปตัสเซียมต่ำลง ปรากฏการณ์ที่เกลือโปตัสเซียมในร่างกายลดต่ำลงจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ภูมิต้านทานลด

ในกรณีของผู้ป่วยมะเร็งก็เช่นเดียวกันเราพบว่ามีเกลือโปตัสเซียมต่ำ จากการศึกษาของสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา ดร.สตีเฟน ทอมป์สันพบว่าปริมาณของโซเดียมและโปตัสเซียม มีผลต่อการเจริญเติบโตของมะเร็ง หากในร่างกายมีโซเดียมเพิ่มมากขึ้น มะเร็งของลำไส้ใหญ่ในสัตว์ทดลองก็จะโตเร็วกว่า ดังนั้นในรายที่เป็นมะเร็งจึงควรกินเค็มแต่น้อย เน้นการได้รับเกลือโปตัสเซียม สถาบันนี้ยังยอมรับว่าอาหารตามแนวของเกอร์สัน อาหารมังสวิรัติ อาการแมคโครไบโอติกส์ เป็นอาหารที่มีโปตัสเซียมสูง แปลว่าการกินผักมาก ๆ ทำให้เราได้โปตัสเซียมและมีผลต่อต้านมะเร็ง (ดูรูปที่ 4.1)

ดังนั้นในรายของผู้ป่วยมะเร็งถ้าจะให้ฟื้นตัว แข็งแรงขึ้นและมีภูมิต้านทานกระเตื้องขึ้นจะต้องเสริมเกลือโปตัสเซียมให้มาก

มีความจริงอยู่ว่าสัดส่วนของเกลือโซเดียมและโปตัสเซียมในร่างกายมักจะเป็นปฏิภาคกลับกันเสมอ เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายมีโซเดียมมากเกินไปโปตัสเซียมจะมีระดับต่ำ เกลือโซเดียมก็คือเกลือแกง เกลือในน้ำปลา ซีอิ๊ว ถ้าเรากินเค็มมากเกินไปเกลือโปตัสเซียมในร่างกาจะระดับต่ำและไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั้งหลาย รวมทั้งผู้ป่วยมะเร็ง

ดังนั้นตามทฤษฎีของเกลือแร่ในร่างกาย แมกซ์ เกอร์สันจึงให้งดเค็ม หรือกินเค็มแต่น้อย ๆ ในการรักษามะเร็งในระยะแรก การงดเกลือโซเดียมก็เพื่อเอื้อให้ร่างกายมีเกลือโปตัสเซียมสูงขึ้นนั่นเอง ทำให้ภูมิต้านทานฟื้นตัวโดยเร็วนั่นเอง

จากประสบการณ์ของแมกซ์ เกอร์สันในการงดเกลือหรืองดเค็มในการรักษามะเร็งในระยะแรก เขาพบว่าใน 7 วันแรกที่ไม่ให้ผูป่วยมะเร็งกินเกลือ จะพบว่ามีเกลือโซเดียมออกมาในปัสสาวะมากกว่าปกติ ซึ่งเกอร์สันสรุปว่าที่ผ่านมามีเกลือโซเดียม คลอไรด์ และน้ำคั่งค้างอยู่ในร่างกายของผู้ป่วยมะเร็งทั้ง ๆ ที่จากการตรวจร่างกายไม่พบว่ามีใครตัวบวมแม้แต่คนเดียว ส่วนมากผู้ป่วยมะเร็งมักจะผอมแป้งเสียมากกว่า แต่ยังขับเกลือโซเดียมออกมาได้ เกอร์สันจึงเข้าใจว่าเกลือจำนวนนี้ อาจจะมีที่มาจากอวัยวะภายใน

ดร.นิโคลัส กอนซาเลส ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเกลือโปตัสเซียมว่าถ้าร่างกายโปตัสเซียมมาก แปลว่าร่างกายค่อนข้างเป็นด่าง ความเป็นด่างจะดีในแง่ทำให้เยื้อหุ้มเซลล์ของมะเร็งหลวมและถูกภูมิต้านทานทำลายได้ง่ายขึ้น เพราะมีผู้ป่วยมะเร็งซึ่ง ดร.กอนซาเลสรักษาหลายราย ที่พอรักษาไประยะหนึ่งก้อนมะเร็งจะคงที่ไม่ยุบลงไปอีก แต่ถ้าให้ยาโปตัสเซียมหรือแมกเนเซียมให้ร่างกายเป็นด่าง ก้อนจะค่อย ๆ ยุบลงไปได้อีก แต่การให้ยาค่อนข้างอันตราย เพราะ ดร. กอนซาเลส เองรายงานว่าเมื่อร่างกายเป็นด่างมากเกินไปเยื่อหุ้มเซลล์จะหลวมมากจนกระทั่งน้ำในเซลล์ซึมออกมานอกเซลล์หมดจนผู้ป่วยบางรายอาจจะมีน้ำท่วมเยื่อหุ้มปอดและมีอาการขาบวมน้ำ แต่ถ้าหยุดให้ยาและทำให้ร่างกายเป็นกรดขึ้นมาบ้าง เยื่อหุ้มเซลล์จะแน่นขึ้นและอาการน้ำคั่งในร่างกายจะหายไปเอง

อย่างไรก็ตามการกินเกลือโปตัสเซียมจากอาหารผักและผลไม้จะปลอดภัยมากกว่าการกินยาโปตัสเซียมและแมกเนเซียมเป็นเม็ด

และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายจัดการกับเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้นโดยอาศัยเกลือโปตัสเซียมทำให้ร่างกายเป็นด่างน้อย ๆ

จากที่จะเห็นว่าระบบของเซลล์และอวัยวะภายในทั้งหมดของผู้ป่วยมะเร็งเสื่อมโทรมลง จนต้องการการแก้ไขอย่างละเอียดอ่อน เกอร์สันเน้นให้แก้ที่เกลือแร่ในเซลล์ แก้ที่ระบบทั้งระบบของร่างกาย เมื่อเซลล์และระบบของร่างกายฟื้นตัวการรักษามะเร็งก็จะง่ายขึ้น ดังนั้นเกอร์สันจึงเข้มงวดมากในการงดเกลือ งดเค็มเพื่อการรักษามะเร็ง

มีวิธีการเดียวเท่านั้นที่จะเพิ่มโปตัสเซียมเพื่อให้ภูมิต้านทานกลับมาทำให้ร่างกายเป็นด่างน้อย ๆ และเพื่อการฟื้นสภาพของร่างกายคืองดกินเกลือโซเดียม เพราะถ้าโซเดียมต่ำลงโปตัสเซียมก็จะสูงขึ้นโดยง่าย ถ้าหากกินอาหารที่มีโปตัสเซียมสูง

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง