Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > อาหารผู้ป่วยมะเร็ง อาหารรักษามะเร็ง

อาหารผู้ป่วยมะเร็ง อาหารรักษามะเร็ง

จำนวนคนดู 2816 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 11:39 น.

อาหารผู้ป่วยมะเร็ง จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเรามาสามารถประมวลอาหารเพื่อรักษามะเร็งได้ดังนี้

1. อาหารแนะนำ

- ผักสดผลไม้สด เน้นที่ความสด และเน้นที่ปริมาณมาก สลับด้วยน้ำคั้นจากผักหรือผลไม้สด ๆ

- ซุปโปตัสเซียม

- ข้าวกล้องปนข้าวโพดโรยรำทุกมื้อ หรือขนมปังโฮล์วีทชนิดโฮมเมด จะได้ไม่มีสารกันบูดสารกันเชื้อรา

2. อาหารควรงด

- เกลือ งดทั้งเกลือแกง น้ำปลา เพื่อให้ได้โปตัสเซีมจากผัก และผลไม้มากที่สุด

- ไขมัน ไขมันทุกชนิดทั้งไขมันพืช ไขมันสัตว์ และกะทะ

- เนื้อสัตว์ ทุกชนิดทั้งเนื้อปลา รวมทั้งเมล็ดถั่วทุกชนิด

3. อาหารต้องห้าม

ได้แก่ ชา กาแฟ บุหรี่ โกโก้ ช็อคโกเลต แอลกอฮอล์ ครีม น้ำตาลทราย แป้งขัดขาว ไอศกรีม เค้ก เห็ด ถั่วเหลือง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เมล็ดถั่วทุกชนิด อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง ของหมักดอง ผงชูรส ผงฟู ยาสีฟันที่มีเกลือผสม

อโวคาโด สตอเบอร์รี่ สับปะรด แตงกวา

เบอร์รี แตงกวา และสับปะรด เป็นผักและผลไม้เพียง 2 ชนิด ที่เกอร์สันห้ามไว้เนื่องจากว่ามีสารเอมีนชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายโปรตีนมาก เกรงว่าเซลล์มะเร็งจะเอาไปใช้เพื่อการเจริบเติบโตของมันได้ ส่วนอโวคาโดมีน้ำมันมากเกินไป

4. ควรระวัง

- ไม่ใช้ภาชนะอลูมิเนียม เพราะการเคี่ยว ต้มในหม้ออลูมิเนียมนาน ๆ จะทำให้โมเลกุลของอลูมิเนียมหลุดออกมา อนูมูลของโลหะตัวนี้จะเป็นพิษภัยกับสุขภาพมากกว่าเพราะมีรายงานว่าเซลล์ร่างกายโดยเฉพาะเซลล์ประสาทจะเสื่อมได้ง่ายหากร่างกายได้รับสารอลูมิเนียมมากเกินไป

ควรใช้ภาชนะสเตนเลส หม้อเคลือบ และเซรามิกแทน

- เครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่ใช้หากเลือกได้ควรเป็นแบบคั้นเช่นเดียวกับที่เราคั้นกะทิ (grating and pressing) ไม่ใช่แบบใช้แรงเหวี่ยง (centrifuge) เพราะเอนไซม์ในผักและผลไม้จะยังอยู่หากใช้วิธีคั้นอนึ่งน้ำผักและผลไม้จะต้องคั้นแล้วดื่มเลยจึงจะมีคุณค่าครบถ้วนตามที่ต้องการ หากคั้นทีเดียวแล้วตั้งทิ้งไว้ในตู้เย็น วิตามินที่สลายง่าย โดยเฉพาะวิตามินซีและสารประกอบวิตามินซีจะหายไปหมด

ในทางปฏิบัติ

อาหารรักษามะเร็งในระยะแรกสามารถจัดได้เป็นแนวดังนี้

มื้อเช้า        ผลไม้สด ผลไม้แห้ง วีทเจิร์ม

ขนมปังโฮล์วีททาแยมโฮมเมด (ที่ไม่มีสารกันบูดและไม่ใส่น้ำตาล) น้ำส้มคั้น

มื้อเที่ยง      สลัดผักและผลไม้โรยหน้าด้วยผลไม้แห้ง น้ำสลัดเป็นน้ำมะนาวเท่านั้น ข้าวกล้องปนข้าวโพด แล้วโรยรำอ่อน ผักที่ผัดโดยใช้น้ำซุป ใส่สาหร่าย

ซุปโปตัสเซียม ผลไม้หลังอาหาร

มื้อบ่าย       น้ำคั้นจากผลไม้สด หรือน้ำค้นจากผักสด

มื้อเย็น        สลัดผักและผลไม้แห้งโรยหน้าด้วยผลไม้แห้ง น้ำสลัด คือน้ำมะนาวเท่านั้น

ข้าวกล้องปนข้าวโพด แล้วโรยรำอ่อน

ผักที่ผัดโดยน้ำซุป ใส่สาหร่าย

ซุปโปตัสเซียม ผลไม้หลังอาหาร

มื้อก่อนนอน        น้ำคั้นจากผลไม้สด หรือน้ำค้นจากผักสด

หมายเหตุ   ในตำรับของแมกซ์ เกอร์สันห้ามกินน้ำด้วยซ้ำไปเพราะเกอร์สันคิดว่าน้ำเกะกะท้อง เนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งมักจะกินไม่ค่อยได้อยู่แล้ว เวลาอยากกินน้ำก็ให้เป็นน้ำผักคั้นหรือน้ำผลคั้น หรือซุปโปตัสเซียม แทนจะได้ประโยชน์กว่า

เมื่อก้อนมะเร็งยุบลงแล้วจึงเพิ่มอาหารโปรตีนและเพิ่มเค็มได้ทีละน้อย ๆ แล้วแต่อาการของแต่ละคน

สรุป

อาหารรักษามะเร็งมีจุดมุ่งหมายสองประการคือ

1. เพื่อทำให้ก้อนมะเร็งเล็กลงไปเรื่อย ๆ เพื่อที่ภูมิต้านทานของร่างกายจะจัดการกำจัดเซลล์แปลกปลอมทิ้งไปโดยสะดวก

2. เพื่อเสริมภูมิต้านทาน โดยทำให้เกลือโปตัสเซียมในร่างกายสูงขึ้น รวมทั้งติดอาวุธให้กับเซลล์เม็ดเลือดขาวลิมฟ์โฟชัย ทีเซลล์ บีเซลล์ และเซลล์นักฆ่าให้เก่งขึ้นเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งทิ้งอย่างมีประสิทธิภาพ

อาหารในระยะ 6 -12 สัปดาห์แรกควรประกอบด้วย

น้ำผลไม้สด

น้ำคั้นจากผักสด เช่น แครอท บีทรูท ผสมแอปเปิล

ผักสดและผลไม้สดปริมาณมาก

ซุปโปตัสเซียม

สาหร่าย

ข้าวกล้อง ข้าวโพด ขนมปังโฮล์วีท มันฝรั่ง

อาหารในระยะ 2 – 3 เดือนขึ้นไป

น้ำผลไม้สด

น้ำคั้นจากผักสดและไม้สด

ซุปโปตัสเซียม

สาหร่าย

ข้าวกล้อง ข้าวโพด ขนมปังโฮล์วีท มันฝรั่ง

นมถั่วเหลือง เต้าหู้

เมล็ดถั่วต่าง ๆ และเห็ด

ซีอิ๊วขาวชนิดไม่เค็ม

อาหารในระยะที่ก้อนมะเร็งยุบแล้ว

ในระยะหลังที่ก้อนมะเร็งยุบหายไปหมด และมีการฟื้นคืนของภูมิต้านทานแล้ว จะกินปลาได้ แต่ในปริมาณที่ไม่มากนัก เช่น วันละ 30 – 50 กรัม

หากควบคุมอาหารได้ดังนี้แล้วภายใน 2 – 3 เดือน ก้อนมะเร็งจะเล็กลงกว่า 60%

อาหารเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการรักษามะเร็ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำควบคู่ไปกับวิธีการรักษาอื่น ๆ ซึ่งจะกล่าวในบทต่อไปด้วย

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง