Thailand Web Stat Truehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย > วารีบำบัด คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

วารีบำบัด คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

จำนวนคนดู 2293 คน | เผยแพร่เมื่อ 21 พ.ค. 2558 เวลา 10:35 น.

วารีบำบัด เป็นการรักษาโดยการใช้น้ำ ใช้ความร้อนของเย็นหรือน้ำร้อนน้ำเย็นในการรักษาโรค
เท่าที่ผ่านมามีการใช้น้ำรักษาโรคอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่สมัยโรมัน ต่อมาในเยอรมัน สวีเดน ตุรกี รัสเซีย จีน และญี่ปุ่น แม้แต่ไทยเราเองต่างเอาความรู้จากโบราณมาประยุกต์ใช้ความร้อนและเย็นทำให้ร่างกายสบายขึ้น สดชื่นขึ้น รวมทั้งการรักษาโรคหลายประการ ในเยอรมันมีการอาบน้ำร้อนสลับน้ำเย็น สวีเดนมีซาวน่า ตุรกีมีเตอร์กิซบาธ รัสเซียมีห้องอบไอน้ำ จีนมีอาบน้ำแร่ ญี่ปุ่นมีอาบน้ำแร่และหมกโคลนร้อน ส่วนไทยเรามีการอบสมุนไพร เป็นต้น

วารีบำบัด นั้นผู้ทำการรักษาโรคด้วยน้ำและบันทึกผลของวารีบำบัดไว้เป็นหลักฐาน คนแรกเห็นจะเป็นบาทหลวง เซบาสเตียน เนี๊ยบ ชาวเยอรมันเมื่อปี 1886 หลังจากนั้นจึงมีการค้นคว้าว่าน้ำร้อนน้ำเย็น ความร้อนความเย็นมีผลต่อร่างกายของเราอย่างไรกันแน่

ปัจจุบันเรารู้แล้วว่าร่างกายของเราถูกควบคุมให้มีอุณหภูมิคงที่ด้วยสมองส่วนที่เรียกว่าไฮโปทาลามัน ไม่ว่าเราจะไปอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิเท่าใด อุณหภูมิร่างกายจะเท่ากับ 37 องศาเซลเซียสเสมอ ผิดกับสัตว์เลือดเย็นประเภทจิ้งจก กิ้งก่าที่เมื่อไปอยู่ในที่ร้อนตัวของมันจะร้อนตาม เมื่อไปอยู่ในที่เย็นตัวของมันจะเย็นจนกระดุกกระดิกไม่ได้

สำหรับร่างกายของคนเรา เมื่อเข้าไปอยู่ในที่ร้อน เช่นแช่น้ำร้อน หรืออบซาวน่า หรืออบไอน้ำร้อนหรืออบสมุนไพร สมองจะสั่งให้เส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังขยายตัวเพื่อระยายความร้อนออกไปนอกร่างกาย ทั้งนี้เป็นวิธีการที่ร่างกายจะรักษาอุณหภูมิคงที่ไม่ให้สางขึ้นตามไอร้อนของน้ำ วิธีการนี้เองทำให้เรามีสภาวะเลียนแบบไข้ กว่าวแล้วว่าเมื่อใดก็ตามที่เราเป็นไข้ นั่นหมายความว่าร่างกายต้องการปลุกระบบ ภูมิต้านทาน ให้ขึ้นมาทำงาน เซลล์เม็ดเลือดขาว จะทำงานได้เก่งขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 37 องศา

วารีบำบัด



การรักษาด้วยความร้อนจึงมีประโยชน์ในการรักษามะเร็ง เพราะเป็นการกระตุ้น ภูมิต้านทาน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำร้อน การอบซาวนา การอบไอน้ำน้ำ การอบสมุนไพรจะใช้ได้ทั้งสิ้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรมีวิธีการอบความร้อนที่ถูกต้อง

การอบความร้อนควรใช้เวลาไม่เกิน 3 -5 นาทีเท่านั้น ไม่ใช่นั่งแช่เป็นชั่วโมง ๆ การอยู่ในที่ร้อนในระยะสั้นมีประโยชน์ เพราะขณะที่เราอยู่ในที่ร้อนเลือดของเราจะกระจายออกไปอยู่ที่ผิวหนังเป็นส่วสนใหญ ในขณะนั้นในอวัยวะส่วนกลางหรืออวัยวะภายในจะมีเลือดไปเลี้ยงน้อยกว่าปกติ รวมทั้งสมองของเราด้วย การอยู่ในที่ร้อนนานเกินไป จะทำให้อวัยวะภายในของเราค่อนข้างจะขาดเลือด ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสมองมีเลือดไปเลี้ยงน้อยนานเกินไป เราจะรู้สึกง่วง และมึนซึม และจะรู้สึกไม่สบาย

การอบความร้อนที่ถูกต้องคืออยู่ในที่ร้อนเพียง 3 – 5 นาที แล้วออกมาอาบน้ำเย็น หรือเอาฝักบัวราดตัวโดยใช้น้ำเย็นประมาณ 2 นาทีจนกว่าอุณหภูมิที่ผิวหนังเย็นตัวลง แล้วจึงกลับเข้าไปในห้องร้อนใหม่

เช่นเข้าซาวน่า 3 นาที แล้วออกมาอาบน้ำเย็น 2 นาที แช่น้ำร้อน 3 นาที แล้วสลับแช่น้ำเย็น 2 นาที อบไอน้ำร้อย 3 นาที แล้วออกมาอาบน้ำเย็น 2 นาที อบสมุนไพร 3 นาที แล้วออกมาอาบน้ำเย็น 2 นาที ทำเช่นนี้ 3 รอบ แล้วจึงจบด้วยน้ำเย็น ด้วยวิธีนี้จะทำให้สมองไม่ขาดเลือดไปเลี้ยงนานเกินไป หลังจากเสร็จกิจกรรมการอบน้ำร้อนน้ำเย็นแล้วจะรู้สึก กระปรี้กระเปร่า  สดชื่นขึ้น ไม่ใช่ง่วงงุนงง และมันซึมแบบใช้ความร้อนอย่างเดียว

การอาบน้ำร้อนสลับน้ำเย็นยังมีผลดีต่อการทำงานของระบบภูมิต้านทาน กล่าวคือ เรารู้แล้วว่าเมื่ออยู่ในที่ร้อนเลือดส่วนใหญ่ของเราอยู่ที่ผิวหนัง แต่พอร่างกายเย็นลงด้วยการอาบน้ำเย็น สมองของเราจะสั่งงานให้เส้นเลือดที่ผิวหนังหดตัวลงไล่เลือดกลับเข้าสู่อวัยวะภายใน เพื่อรักษาอุณหภูมิส่วนกลางเท่ากับ 37 องศา ไม่เย็นลงตามน้ำเย็นที่เราอาบ ด้วยปรากฏารณ์นี้จะทำให้เลือไหลกรูกลับเข้าไปยังอวัยวะภายในทุกส่วน เมื่อกลับเข้าไปในที่ร้อนอีกครั้งเลือดก็จะกลับออกไปที่ผิวหนังเพื่อระบายความร้อนออก พอถูกน้ำเย็น เลือดใหม่ก็จะกลับเข้ามายังอวัยวะภายในอีกครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้เท่ากับว่าอวัยวะภายในของเราได้รับเลือดมาเลี้ยงใหม่ทุก ๆ 3 นาที เป็นการบังคับให้การหมุนเวียนของเลือดมาเลี้ยงใหม่ทุก ๆ 3 นาที เป็นการบังคับให้การหมุนเวียนของเลือดในอวัยวะภายในเป็นไปได้ดี เป็นการเปลี่ยนเอาเซลล์เม็ดเลือดขาวลาดตระเวณไปยังอวัยะภายในเพื่อให้ ภูมิต้านทาน ทำงานปราบเซลล์มะเร็งได้อย่างเต็มที่

อย่าลืมว่าการอบร้อนอย่างเดียวจะไม่ได้ประโยชน์เท่ากับการอบร้อนสลับกับการอาบน้ำเย็น สลับกันไป อยู่ร้อน 3 นาที อยู่เย็น 2 นาที แบบนี้สามรอบและจบลงด้วยการอยู่เย็น เสร็จแล้วจะรู้สึก กระปรี้กระเปร่า สดชื่น

ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นไข้เพราะเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น เพราะอยู่ร้อนและเย็นในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ร่างกายของเราสามารถปรับตัวได้ไม่ยากเลย ทำแบบนี้แล้วภูมิต้านทานดีขึ้นด้วยซ้ำ ถ้าทำทุกวันจะไม่เจ็บไข้เลย

นับเป็นศาสตร์แห่งการรักษาโรคด้วยน้ำหรือวารีบำบัดอันมีที่มายาวนาน

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง